ในบรรดาสโมสรกัลโช่เซเรีย อา ฤดูกาลที่ผ่านมา นอกเหนือจาก "ยูเวนตุส" ซึ่งคว้าแชมป์เซเรียอา ด้วยสถิติไม่แพ้ใครแม้แต่นัดเดียวแล้ว อีกทีมที่ต้องชื่นชมในผลงานอย่างยิ่งก็คือ "นาโปลี" ซึ่งเล่นในแชมเปี้ยนส์ ลีกได้แพรวพราว และเข้าสู่รอบ 16 ทีมได้ด้วย แล้วถ้า เชลซี ไม่เปลี่ยนตัวผู้จัดการทีมเป็น โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอล่ะก็ ทีมเนเปิลส์อาจเข้ารอบลึกกว่านั้น
การที่นาโปลีต้องหวดทั้งสองถ้วย นั่นก็ทำให้ผลงานในเซเรีย อา สะดุดลงไปบ้าง เนื่องจาก เทรนเนอร์วอลเตอร์ มาซซาร์รี่ ไม่มีตัวกำลังเสริมทัดเทียมตัวหลักได้ดีเพียงพอ ฉะนั้น 11 ผู้เล่นส่วนใหญ่จึงเป็นหน้าเดิมทั้งสองถ้วย ชนิดแทบเปลี่ยนแปลง สลับหรือพักตัวหลักไม่ได้เลย
เมื่อสิ้นสุดหนทางในแชมเปี้ยนส์ ลีก ดูเหมือนสภาพการณ์ที่ออกมาคือ ฟอร์มในเซเรีย อา ยังเร่งไม่ขึ้น เพราะความเหนื่อยล้านั่นเอง จนทำให้หมดโอกาสไต่อันดับขึ้นไปอยู่อันดับ 3 เพื่อกลับไปเล่นถ้วยใหญ่ของยุโรปอีก สังเกตได้ว่า ช่วงท้ายฤดูกาล นาโปลีค่อนข้างเหนื่อยและหมดแรงตอนครึ่งหลังบ่อยครั้ง จนเสียประตูเยอะทีเดียว กระทั่งมาซซาร์รี่ต้องแก้เกมให้ลูกทีมเน้นรุก และความสวยงาม ความบันเทิงน้อยลง หันไปเน้นเรื่องสกอร์มากขึ้น ทำให้ช่วงท้ายๆ ขุนพลอัซซูร่าเสื้อฟ้าทีมนี้ เก็บชัยชนะได้อย่างสม่ำเสมอ และลดการเสียประตูลงได้มาก
ทว่านั่นก็ไม่เพียงพอต่อการไปอันดับสาม เนื่องจาก "อูดิเนเซ่" ที่ไร้ฟุตบอลยุโรป ตั้งแต่ตกรอบยูโรปา ลีกไปนานแล้ว เรียกพลังและฟอร์มการเล่นกลับมาและแรงอย่างหยุดไม่อยู่ จนยากที่จะไล่ทัน
ความหวังเดียวที่เหลือของนาโปลี คือการทุ่มเทในโคปปา อิตาเลีย นัดชิงชนะเลิศซึ่งพบกับยูเว่
เหมือนอย่างที่ผู้เล่นเนเปิลส์หลายคนคาดไว้คือ นักเตะเบียงโคเนรี่อิ่มกับแชมป์เซเรีย อา มาแล้ว ความุ่งมั่นในบอลถ้วยจึงลดลง แล้วเทรนเนอร์อันโตนิโอ คอนเต้ก็พักตัวหลักหลายคนด้วย
ความมุ่งมั่นของนาโปลีที่มีมากกว่า ทำให้กำชัยเหนือยูเว่ และคว้าแชมป์โคปปา อิตาเลีย มาครองซึ่งถือเป็นถ้วยสำคัญอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์ของสโมสร ซึ่งรอคอยมานานถึง 25 ปี
นอกจากนั้น การได้แชมป์โคปปา อิตาเลีย ก็ทำให้นาโปลีได้เข้าไปหวดรอบแบ่งกลุ่มของยูโรปา ลีกเลย ไม่ต้องหวดรอบคัดเลือก หรือรอยเพลย์ออฟก่อนเหมือนอินเตอร์กับลาซิโออีกด้วย
ถ้าเป็นสาวกนาโปลีแล้วละก็ นี่เป็นอีกปีที่มีความสุขยิ่ง หลังจากสโมสรได้เล่นในบอลยุโรปมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งยูโรปาลีกและแชมเปี้ยนส์ ลีก 4-5 ปีติดต่อกัน เม็ดเงินย่อมเข้ามายังสโมสรด้วย ทั้งส่วนแบ่งค่าตั๋วจากยูฟ่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทดสด แม้ว่าเม็ดเงินจากยูโรปาน้อยกว่าแชมเปี้ยนส์ลีกอักโข แต่ยังดีกว่าไม่มีอะไรติดมือเลย นี่เป็นฤดูกาลที่พวกเขาจบได้อย่างสวยสดงดงามยิ่ง
ในฤดูกาลหน้า อาจมีความเปลี่ยนแปลงอะไรหลายอย่าง บรรดาสตาร์ดังที่โชว์ฟอร์มเทพจนค่าตัวพุ่งฉีดสูงลิบ ถึงเวลาแล้วที่จะต้องก้าวไปสู่สโมสรใหญ่ขึ้นเช่น เอเซเกล ลาเวซซี่ กับ เอดินสัน คาวานี่ ซึ่งจะย้ายออกจากรังซาน เปาโล ค่อนข้างแน่ รวมไปถึง "มาเร็ก ฮัมซิก" ที่หลายสโมสรของยุโรปต้องการตัว และเกือบได้ร่วมทัพมิลานเมื่อกลางปีก่อนมาแล้ว
แผนงานในฤดูกาลใหม่ คงต้องมีการปรับเปลี่ยนไปอย่างมาก ออเรลิโอ เด เลาเรนติส ประธานสโมสรก็คงต้องเตรียมให้คณะผู้บริหารของตน เล็งตลาดนักเตะหาผู้เล่นใหม่เข้ามาเสริมทัพเพื่อปั้นให้เป็นดาวดวงต่อไป
ต้องปรบมือดังๆอีกครั้งกับผลงานของ นาโปลี ภายใต้การคุมทัพของ วอลเตอร์ มาซซาร์รี่ กุนซือฝีมือดีผู้นี้นี่เอง...
เปสเช่