รูดม่านปิดฉากลงแล้ว สำหรับ ศึกตะกร้อลีกชิงแชมป์โลก ''อิสแทฟ ซูเปอร์ซีรีส์ 2011-12'' สนาม 3 ณ ถิ่น ''สิงโตพ่นน้ำ ''ที่เหล่าขุนพลนักหวดลูกหวายชั้นนำของโลกได้มาอวดลวดลายและชั้นเชิงเพื่อแย่งตำแหน่ง ''แชมเปี้ยน'' ไปเมื่อช่วงระหว่างวันที่ 3-6 พ.ค. ที่ผ่านมา
และผลที่จบลงก็เป็นไปตามความคาดหมาย เมื่อ ''ทัพหวายหนุ่ม-สาวไทย'' เต็งหนึ่งของรายการสามารถผงาดคว้าแชมป์มาครองได้เป็นสนามที่ 3 ติดต่อกัน และยังคงครองความยิ่งใหญ่ ''บนเวทีโลก'' ได้อย่างต่อเนื่อง จนต้องขอสดุดี......กับผลงานชิ้น ''โบแดง'' ให้กับ ''ทัพหวายไทย'' ในครั้งนี้ด้วย !!
สำหรับผลงานเส้นทาง ''แชมป์'' ทีมตะกร้อชายไทย เริ่มด้วยการปราบ ''คู่รักคู่แค้น'' มาเลเซีย ใน ยุคไร้ซึ่งพิษสง ได้แบบหนุ่มหวาย ''เสือเหลือง'' สิ้นลายหมดทางสู้ 3-0 เซต ตามด้วยต้อน ''สมันน้อย'' อินเดีย 3-0 และสอนเชิง สหรัฐอเมริกา 3-0 แล้วจบท้ายรอบแรกด้วยการขยี้ ''หนุ่มแดนอาทิตย์อุทัย'' ญี่ปุ่น อีก 3-0 เซต เข้ารอบเป็นที่ 1 สาย บี
จากนั้นรอบสอง เคี้ยว ''หนุ่มตากาล็อก'' ฟิลิปปินส์ ได้แบบนุ่มคอ 3-0 เซต ทะยานเข้าไปฉะ ''หนุ่มภาระตะ'' อีกครั้งในรอบรองฯ และไทยก็ฉายหนังม้วนเดิมให้คนดูได้ชมอีกครั้ง ด้วยการต้อน ''อินเดีย'' ได้แบบสบายอีกครั้ง 3-0 เซต และเข้าไปชิงกับ ''อิเหนา'' อินโดนีเซีย รองแชมป์ในสองสนามแรก ที่ยังโชว์ฟอร์มแกร่งต่อเนื่อง กำราบทั้ง ''เสือเหลือง'' มาเลเซีย และ ''โสมขาว'' เกาหลีใต้ มาได้ตามลำดับ ก่อนเกมรอบชิงฯ หนุ่มไทย ยังโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรง เชือดโหด อินโดนีเซีย แบบไม่ปรานี 3-0 เซต

ขณะที่ เส้นทางแชมป์ของ ''ทีมหญิงไทย'' เริ่มจากการดับห้าว ''สาวเจแปน'' 3-0 เซต ในนัดแรก ก่อนกำราบ ''สุภาพสตรีอิเหนา'' อีก 3-0 เหมือนเช่นเคย จากนั้น รอบรองฯ ฟาดสังหาร ''สาวมาเลย์'' แบบชิวๆ 3-0 เซต และปิดฉากรายการรอบชิงฯ ด้วยการย้ำแค้น ''ขุนศึกตระกูลเหงียน'' เวียดนาม 3-0 เซต
จากผลงานของ ''หนุ่ม-สาวไทย'' ตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ที่ได้สาธยายออกมาทั้งหมด....นั้นต้องบอกว่านี้คือ ''แชมป์'' ที่ไร้ที่ติของ ''ทัพไทย'' และผงาดคว้าแชมป์ตะกร้อลีกชงแชมป์โลก ''อิสแทฟ ซูเปอร์ซีรีส์ 2011-12'' มาครองได้แน่นอนแล้ว หลังจาก ไทย คว้าแชมป์มาครองได้ทั้ง 3 สนาม
เพราะ ''แชมป์'' นี้ที่ ''หนุ่ม-สาวไทย'' สามารถคว้ามาครองได้แบบไร้มลทิน ''การเสียเซต'' ให้กับคู่แข่งมาเปรอะเปื้อนแม้แต่เซตเดียว !
อย่างไรก็ตามบนความสำเร็จของทีมตะกร้อไทยใน ''ศึกตะกร้อชิงแชมป์โลก'' ณ ถิ่นเมอร์ไลออน มีเรื่องที่น่าฉุกคิดไม่น้อย โดยเฉพาะเรื่องความตกต่ำของคู่แข่งอย่าง ''สาวญวน'' เวียดนาม และ ''หนุ่มเสือเหลือง'' มาเลเซีย ที่เห็นฟอร์มแล้วต้องบอกว่านี่คือ ''เวียดนาม'' และ มาเลเซีย จริงหรือ !
เพราะงานนี้ทั้ง เวียดนาม และ มาเลเซีย ที่เคยเป็นทีมที่ ''แข็งแกร่ง'' ฟอร์มกลับไม่เปรี้ยงปร้างเหมือนแต่ก่อน จนแทบ ''ไร้ซึ่งพิษสง'' ทำลายล้างคู่แข่ง และเป็นทีมที่พร้อมจะชนะ และ แพ้ ให้กับทุกทีมใดก็ได้ทุกเวลา
โดยเฉพาะฟอร์ม ''ขุนพลหวายหนุ่มมาเลย์'' ที่ครั้งนี้ ฟอร์มไม่เอาอ่าวเสียเลย เกมรุก, ลูกเสิร์ฟ ไม่เฉียบขาด เสิร์ฟกิน คู่แข่งไม่ได้เหมือนแต่ก่อน เกมรับ เข้าขั้นห่วย ไร้ความเหนียวแน่น จน มาเลเซีย ต้องหยุดเส้นทางในศึกครั้งนี้เพียงแค่รอบ 8 ทีมสุดท้ายเท่านั้น โดย แพ้ ให้กับ ''อิเหนา'' อินโดนีเซีย แบบไม่ควรแพ้ ทั้งที่ทีมขึ้นแท่นนำได้ก่อน 2-1 เซต แล้วกลับมาพ่ายไป 3-2 เซต จนสร้างความปวดร้าวให้กับ ''แฟนตะกร้อมาเลย์ฯ'' จนต้องเดินกลับบ้านคอตกไปแบบผิดหวังอีกครั้ง
''เอ็กซ์'' ประเวศ อินทรา อดีตนัดหวดลูกพลาสติกทีมชาติไทยที่ไปรับงานโค้ชมาเลย์ฯ กล่าวยอมรับว่า การที่ผลงานของ มาเลเซีย ออกมาเช่นนี้ อาจเป็นเพราะมันเป็นช่วงที่กำลังอยู่ในช่วงปรับปรุงทีมใหม่ เนื่องจากทางสมาคมตะกร้อมาเลเซีย มีความต้องการจะสร้างทีมใหม่เพื่ออนาคต ทำให้ก่อนมาแข่งค่อนข้างมีปัญหาในการเลือกตัวผู้เล่น จนต้องใช้นักกีฬาหน้าใหม่เกือบหมด ทำให้รูปแบบและรูปเกมของทีมยังไม่เข้าที่นัก และนักกีฬาหลายคนยังขาดประสบการณ์ในเกมใหญ่ๆ อีกมาก''
ขณะที่ ''เวียดนาม'' ฟอร์มที่ตกต่ำของเวียดนาม ในครั้งนี้น่าจะมองได้ว่า ''พวกเขา'' กำลังอยู่ในช่วงวิกฤติเรื่องการนักกีฬาขาดช่วง และกำลังขาดแคลนนักกีฬาใหม่ก้าวขึ้นมาทดแทนเสียแล้วจริงๆ เพราะศึกหนนี้ สาวญวน ได้ดึงแบ็กตัวเก๋าชุดเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ที่โดฮา อย่าง ''เหงียน ทิ บิค ทุย'' ที่ประกาศเลิกเล่นไปเป็นเวลา 1 ปี เต็มๆ กลับมาช่วยทีมอีกครั้ง
แต่ฟอร์มของ ''สาวญวน'' ก็ไม่กลับมาดีเหมือนในครั้งอดีตแม้แต้น้อย อีกทั้งในครั้งนี้ เวียดนาม ยังมีจุดอ่อนในตำแหน่ง ''คู่หน้า'' ที่มีเกมรุกและเกมรับไม่ค่อยดี จนสามารถบอกได้ว่า.....หาก ''เกาหลีใต้'' ส่งทีมมาแข่ง เวียดนาม คงหมดโอกาสที่จะเข้ามาชิงฯ กับไทยอย่างแน่นอน
จากฟอร์มการเล่นย่ำแย่จนผลงานห่วยแตก และปัญหานักกีฬาขาดช่วงของ เวียดนาม และ มาเลเซีย น่าจะเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ''วงการตะกร้อ'' ของทั้งสองประเทศ กำลังเดินเข้าใกล้ ''ยุคตกต่ำ'' มากขึ้นเรื่อยๆ
จนต้องบอกว่า.. การเดินเข้าสู่ความตกต่ำของทั้ง ''มาเลย์ฯ'' และ ''ญวน'' เป็นเรื่องที่น่าห่วงใยของ ''วงการเซปักตะกร้อโลก'' ไม่น้อย ! เพราะหากทั้ง 2 ประเทศ ''มหาอำนาจ'' ของ ''วงการตะกร้อโลก'' ต้องเดินเข้าสู่ความตกต่ำ
มันก็คงอาจทำให้ ''วงการตะกร้อโลก'' ซบเซาลงตามไปอย่างแน่นอน !!
-หมอเค-