คอลัมน์ : เจาะข่าวฮอต โดย.. ร็อกโคราช
100 ล้านปอนด์ ! งบที่ เฟอร์กี้ ต้องใช้ยกเครื่องซัมเมอร์นี้
12/05/2012 11:06:37 น.


     อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ในวัย 70 ปี กำลังเผชิญหน้ากับช่วงเวลาแห่งความท้าทายสุดๆ อีกครั้งในชีวิตหาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 44 ปี อย่างที่หลายๆ คนคาดคิดในวันอาทิตย์นี้ ทางเดียวที่ เฟอร์กูสัน จะทวงความยิ่งใหญ่กลับมาได้อีกครั้งคือ เขาต้องมีสุดยอดแผนที่เจ๋งเป้งที่สุดในรอบ 25 ปีที่คุมทีมใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไม่เช่นนั้นมีหวังได้เห็นทีมของ โรแบร์โต้ มันชินี่ ได้เดินอย่างมั่นคงไปอีกทศวรรษ


        สาระสำคัญมันไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย และเป็นสิ่งที่แฟนบอล ยูไนเต็ด คงอยากเห็น ขณะที่ ชีค มันซูร์ อัดฉีดเงิน 1 พันล้านปอนด์ให้ ซิตี้ ฝั่ง เกลเซอร์ส กลับสูบเงินจากทีมที่พวกเขาเทกโอเวอร์ปี 2005 อย่างไรก็ดี ตัวเลขทางบัญชีระบุว่า ยูไนเต็ด มีรายได้เป็นสถิติ 331ล้านปอนด์ และมีผลกำไรจากการประกอบการ 110 ล้านปอนด์ แต่เป็นอีกครั้งที่กว่าครึ่งหนึ่งถูกเอาไปจ่ายหนี้ ครั้งจะว่า เกลเซอร์ ไม่หนุน เฟอร์กี้ เลยก็ไม่ได้ เพราะซัมเมอร์ที่แล้วเขามีงบ 50 ล้านปอนด์ให้ซื้อ ดาบิด เด เคเอา, ฟิล โจนส์ และ แอชลี่ย์ ยัง

        แต่ พ่อใหญ่แห่งโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต้องการตัวเลขมากกว่านั้นเท่าตัวเพื่อซื้อผู้เล่นใหม่ๆ มาเสริมทัพ โดยไม่ต้องคำนึงหวังพึ่งปาฏิหาริย์วันอาทิตย์ เพื่อเตรียมพร้อมกับการเข้าสู่ปีแรกในรอบ 7 ปี ที่ไม่มีแชมป์ติดมือ แต่ก็เช่นเคยว่าแม้จะมีเงินพร้อมจ่ายค่าตัวขนาดนั้น นักเตะหลายๆ คนก็อาจเลือก ซิตี้ เพราะค่าเหนื่อยระดับ 2 แสนปอนด์ แบบที่ ซามีร์ นาสรี่ ปฏิเสธพวกเขาแล้วเลือก ซิตี้ ขณะที่ซัมเมอร์นี้อาจเห็น เอแด็น อาซาร์ ทำแบบเดียวกัน

        เช่นกันที่ชัยชนะที่ ซันเดอร์แลนด์ ในวันอาทิตย์นี้ (ถ้าชนะ) จะทำให้ ยูไนเต็ด ได้ 89 แต้ม มากสุดอันดับ 3 ที่พวกเขาทำไดั ซึ่งน่าจะเป็นหนึ่งในซีซั่นที่พวกเขามีผลงานดีเยี่ยมแล้ว ทั้งที่ไม่มี เนมานย่า วิดิช ที่มีความสำคัญต่อพวกเขาแบบ แว็งซ็องต์ ก็องปานี มีต่อ ซิตี้ ขณะที่สิ่งที่สะท้อนออกมาคือคุณภาพที่ตกลงของ เชลซี, อาร์เซน่อล และ สเปอร์ส ไม่มีใครมากดดันสองทีมเมืองแมนเชสเตอร์ สักทีม มิหนำซ้ำน้องใหม่อย่าง นอริช, สวอนซี ยังเอาตัวรอดได้แบบชิวๆ

        ขณะที่ ซิตี้ กำลังมุ่งตรงไปทางหนึ่ง ฝั่ง ยูไนเต็ด ตรงกันข้าม (แต่อาจตรงกันข้ามเพื่ออนาคตที่คงต้องรอก่อน) เพราะว่า 11 ตัวจริงของ ซิตี้ ในเกมชนะ ยูไนเต็ด 1-0 นั้น มี 9 คนที่อายุ 24-29 ปี ซึ่งน่าจะเป็นจุดท็อปฟอร์มของนักเตะได้ แต่นักเตะของ ยูไนเต็ด ที่อายุระหว่างนั้นมี 2 คนคือ เวย์น รูนี่ย์ กับ นานี่ หรือพูดง่ายๆ คือ ยูไนเต็ด นั้นขาดความสมดุลที่ดีของวัยนักเตะ คือที่แก่ก็แก่เลยอย่าง ไรอัน กิ๊กส์, พอล สโคลส์ และ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ส่วนที่เด็กก็เด็กไปเลยเหมือนกัน   

        สิ่งที่ เฟอร์กูสัน ต้องทำคือ เด็ดขาด เขาจะต้องเลิกหวังกับ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ, ไมเคิ่ล โอเว่น ตลอดจน พาร์ค ชี ซอง ส่วน อันแดร์สัน ไม่สามารถพัฒนาตัวเองขึ้นมา ส่วน นานี่ ก็ฟอร์มเข้าๆ ออกๆ ปาทริซ เอวร่า เริ่มเข้าช่วงปลายอาชีพ อนาคตอย่าง ฟาบิโอ จะถูกส่งไปบ่มฝีเท้าที่ เบนฟิก้า ต่อไป แล้ว ไมเคิ่ล คาร์ริค หละ ? เขาเล่นงานคู่แข่งสักเท่าไหร่ ? เขาได้เป็นตัวจริง 36 เกม แต่มี 4 แอสซิสต์เท่านั้น

        บางทีอะไรๆ อาจแปลกไปถ้าหาก เฟอร์กูสัน ทำหน้ามืดหน้าตามัว ทุ่มไม่อั้นเอา เวสลี่ย์ สไนเดอร์ มาตั้งแต่ซัมเมอร์ที่แล้ว ตอนนี้ก็ได้แต่หวังลมๆ แล้งๆ ว่าจะมีการรื้อลิ้นชักใหม่ เพราะจะไปพึ่ง กิ๊กส์ (38) กับ สโคลส์ (37) ได้สักเท่าไหร่ จริงอยู่ว่าพวกเขาจะมีอนาคตที่ดีจากดาวรุ่งอายุน้อยๆ อย่าง เด เคอา, โจนส์, เวลเบ็ค, สมอลลิ่ง, เคลฟเวอร์ลี่ย์, เอร์นานเดซ รวมถึง วาเลนเซีย แต่มันก็คงต้องใช้เวลาเพาะบ่มพอสมควร

        หากประเมินแบบเข้มข้น เฟอร์กูสัน ต้องมีแบ๊กอีก 2 คน มิดฟิลด์ตัวรุก 1 คน และกองหน้าสักคน ที่จะมาช่วย รูนี่ย์ เพราะในลีกมีเพียง ชิชาริโต้ อีกคนที่ยิงเลขสองหลัก ส่วน เวลเบ็ค ไม่น่าจะเป็นคนที่ยิงได้ซีซั่นละ 25 ประตู   

        แล้วสุดท้าย รูนี่ย์ เองนั่นแหละ ... ท่าทางของเขาในเกมที่ เอติฮัด แสดงให้เห็นได้ว่า เขาไม่แฮปปี้กับการเล่นกองหน้าคนเดียว แสดงสีหน้าไม่มีความสุข แบบคนที่ไม่กี่ปีก่อนบ่นว่าอยากย้ายทีมเพราะไม่มีดาราดังย้ายมาเลย

        อย่างไรก็ดี จะว่าพวกเขาแย่ลงได้ยังไงในเมื่อพวกเขาเก็บแต้มได้มากสุดอันดับ 3 ตลอด หากไม่มี ซิตี้ พวกเขาคงคว้าแชมป์แบบนอนมา และเป็นอีกครั้งที่เราต้องย้อนกลับไปประโยคที่ว่าทีมนี้ "เข้าสู่ช่วงการเปลี่ยนแปลง" ต้องไม่ลืมว่าก่อนนี้พวกเขาเองก็เคยมือเปล่า 3 ปีติดระหว่างปี 2003-2006 จากการก้าวขึ้นมาของ เชลซี กับ อาร์เซน่อล เพื่อคว้าแชมป์ 4 จาก 5 ปีหลังสุด และเข้าชิง แชมเปี้ยนส์ ลีก ถึง 3 ครั้ง

        แต่คราวนี้ปัญหาลึกลงไปอีก หลังความล้มเหลวในบอลยุโรป 2 รายการ แต่ปัญหาใหญ่สุดคือเพือนบ้านของพวกเขานั่นแหละ ชัยชนะเหนือ คิวพีอาร์ วันอาทิตย์นี้ จะเปรียบเสมือนพลังขับเคลื่อนสุดท้ายที่จะพาพวกเขาไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าอีกใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ควบคู่ไปกับการควานหานักเตะที่ดีที่สุดทั้งใน และนอกประเทศ ภายใต้กรอบแฟร์เพลย์ของ ยูฟ่า 

        เฟอร์กูสัน เคยบอก เกลเซอร์ ว่าตลาดนักเตะไม่คุ้มค่าที่จะลงทุน ตอนนี้เขาไปกันใหญ่ด้วยการบอกว่าตลาดนักเตะมันบ้าไปแล้ว และ ซิตี้ คือผู้รับผิดชอบสำคัญ แต่ถ้าหาก เฟอร์กูสัน ต้องการสู้ โดยต้องไม่ลืมว่า เชลซี ทีมเศรษฐีอีกทีมก็ไม่เคยหยุดจ่าย เฟอร์กูสัน จะต้องกระโดดมาร่วมวงด้วย .... เพราะหากไม่งั้นแล้ว เขาเองนั่นแหละที่จะโดนด่าว่าบ้า
คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : ร็อกโคราช

จำนวนเรื่อง : 66
All post : 176
All view : 343,114
คอลัมน์ เจาะข่าวฮอต

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263