
เห็นผลเกมเพลย์ออฟนัดแรก คงพูดได้ว่าขาข้างหนึ่งของอดีตทีมดังอย่างฟอร์ทูน่า ดุสเซลดอร์ฟจ่อเหยียบเวทีบุนเดสลีก้าแล้ว เว้นแต่นัดหลังในเอสปรี อารีน่าอังคารนี้จะยังมีประโยคคลาสสิก"นายครับมันยังไม่จบ"
สหพันธ์ฟุตบอลอาชีพเยอรมันหรือ DFL เพิ่งนําระบบเพลย์ออฟสองนัดระหว่างทีมอันดับสามจากท้ายสุดตารางบุนเดสลีก้า และทีมที่สามลีก้าสอง มาใช้แทนโควต้าขึ้นลงอัตโนมัติสามทีมเมื่อฤดูกาล 2008/09 หลัง 28 จาก 36 สมาชิกสโมสรอาชีพลงคะแนนเสียงเห็นด้วยการนํารูปแบบตัดสินใหม่มาใช้ในฤดูกาลถัดไป เพราะมองเห็นผลประโยชน์ตอบแทนในแง่ในการขายตั๋วและลิขสิทธิทีวีมากกว่า และในสามฤดูกาลที่ผ่านมาเพิ่งมีแค่ทีมเดียวจากลีก้าสองที่คว้าตั๋วขึ้นมาในลีก้าสูงสุดบั้นปลายได้ จากการเอาชนะค็อตบุสสองนัดของเนิร์นแบร์กในปีแรกที่นํากฏมาใช้
และมาในฤดูกาลนี้ซึ่งถือเป็นการชิงตั๋วระบบใหม่ครั้งที่สี่ ทีมราชินีแห่งโชค ซึ่งครั้งหนึ่งเคยสร้างชื่อในเวทียุโรปเข้าชิงศึกคัพ วินเนอร์ส คัพ 1979 ก่อนพ่ายให้บาร์เซโลน่าในช่วงต่อเวลาพิเศษอย่างน่าตื่นเต้น 3-4 ที่บาเซิ่ล ก็มีสิทธิทําอย่างนั้นได้อีกครั้งหลังจากหายหน้าจากเวทีสูงสุดประเทศไปจนแฟนรุ่นใหม่แทบไม่คุ้นหู 15 ปีเต็ม
ทีมฟอร์ทูน่าเคยคว้าแชมป์เยอรมันครั้งเดียวในประวัติศาสตร์พวกเขาปี 1933 เหนือชาลเก้ที่กําลังครองความโดดเด่นในตอนนั้น โดยไม่เสียแม้แต่ประตูเดียวให้ใครในรอบสุดท้ายรวมทั้งนัดชิงกดทีมราชันสีนํ้าเงิน 3-0 หลังก่อตั้งบุนเดสลีก้าปี 1963 พวกเขาเล่นอยู่ในด้านล่างของกลางตาราง แต่ก็สามารถผลิตนักเตะชั้นยอดประดับวงการหลายรายรวมทั้งโทนี่ ทูเร็คนายทวารชุดแชมป์โลกมหัศจรรย์แห่งเบิร์น 1954 หรือจุปป์ แดร์วัลล์มิดฟิลด์ซึ่งขยับขึ้นมาปเนบุนเดสเทรนเนอร์ในเวลาต่อมา ขณะที่ช่วงถัดมาพวกเขาก็ยังปั้นนักเตะตัวเองขึ้นมาสร้างชื่อเพียบกับสองพี่น้องอัลลอฟส์(เคล้าส์และโธมัส อัลลอฟส์),แกร์ด เซเว่,ไรเนอร์ เกเย่,โวล์ฟกัง ซีลและรูดี้ บอมเมอร์ซึ่งรายหลังสุดแฟนบอลยุคปลาย 80 บางคนอาจพอคุ้นอยู่จากการโลดแล่นให้หลายทีมบุนเดสลีก้าในเวลาถัดมารวมทั้งอินทรีแดงดํา แฟร้งค์เฟิร์ต ยุคเฟื่องฟู
หลังตกชั้นในปี 1987 ทีมฟอร์ทูน่าตกอยู่อาการแกว่งไปมาระหว่างสองลีก้าตลอดก่อนตกตํ่าสุดขีดถึงขนาดร่วงจากลีก้าสู่โอเบอร์ลีก้านอร์ดไรห์นซึ่งถือเป็นลีก้าระดับสี่ในขณะนั้นในฤดูกาล 1992/93 หลังจากนั้นพวกเขาได้เลื่อนชั้นขึ้นมาอยู่ในบุนเดสลีก้าอีกครั้งในปี 1995 แต่อยู่ได้สามปีก็ตกสู่ลีก้าสองและไหลต่อถึงเรกิโอนั่ลลีก้าและโอเบอร์ลีก้านอร์ดไรห์น ก่อนมาได้ที่สามของลีก้าสามซึ่งเป็นการจัดการแข่งขันรูปแบบใหม่เมื่อฤดูกาล 2008/2009 จนได้เลื่อนชั้นสู่ลีก้าสองอีกครั้ง
เกมบุนเดสลีก้านัดสุดท้ายพวกเขาคือเกมเสมอฮัมบูร์ก 1-1 เมื่อวันที่ 31 พฤกษภาคม 1997 มันจึงเป็นช่วงเวลาไม่น่าจดจํายาวนาน 15 ปีเต็มที่แฟนบอลของเมืองหลวงแคว้นนอร์ด ไรห์น-เวสต์ฟาเลียหนึ่งในศูนย์กลางธุรกิจและการเงินนานาชาติสําคัญ รวมทั้งแฟร์ด้านแฟชั่นและการค้าที่มีชื่อเสียง ขณะที่ในแง่วัฒณธรรมดุสเซลดอร์ฟยังเป็นอเคดเดมี่ ออฟ ไฟน์อาร์ต มีอิทธิพลกับดนตรีอิเล็คโทรนิคช่วงแรกและเป็นย่านเจแปนิส ทาวน์ใหญ่สุด รวมทั้งเป็นเมืองใหญ่สุดอันดับเจ็ดของประเทศอยากลบเลือน และก้าวสู่ช่วงเวลาใหม่ที่สดใสกว่า
จนถึงขณะนี้มีการสอบถามความเห็นแฟนบอลเยอรมันก่อนเกมตัดสินนัดสองว่า อยากให้เป็นอย่างไหนกว่ากันระหว่างดุสเซลดอร์ฟในฐานสมาชิกใหม่ที่เต็มไปด้วยสีสันดึงดูด หรือให้หญิงชรา แฮร์ธ่าอยู่ต่อเป็นหน้าตาเมืองหลวง
ถ้าให้คาดเดาน่าอยู่ในระดับไม่ห่างกันมากนัก เพราะแต่ละคนต่างมีเหตุผลที่คนเรารักกัน อย่างที่บอกถ้าเทียบความเจริญกรุงเบอร์ลินยังมีทุกอย่างเหนือกว่า แม้ล่าสุดการเปิดใช้สนามบินแห่งใหม่ถูกเลื่อนออกไป
เพียงแต่ในแง่กีฬาแม้แต่"คิงอ็อตโต้"อ็อตโต้ เรห์ฮาเก้ล ซึ่งยอมเสี่ยงเอาชื่อมาทิ้งหลังเดินลงจากเก้าอี้ทีมชาติกรีซสองปี ในการเซฟชีวิตสโมสรเก่าที่เขาเริ่มสร้างชื่อกับทีมหญิงชราตั้งแต่ปีแรกของการก่อตั้งบุนเดสลีก้า 1963 ก็ยอมรับว่าการกลับมาแซงทีมราชินีแห่งโชคที่เล่นนัดแรกเมื่อวันพฤหัสได้อย่างแข็งแกร่งอาจมีความเป็นไปได้ไม่มากนัก และถือเป็นการตกชั้นครั้งที่สองในอาชีพโค้ชของเขา แม้ยืนยันว่าลูกทีมของเขายังไม่ยอมแพ้และมั่นใจว่าทีมจะเล่นเกมนอกบ้านได้ดีกว่า แต่ทั้งหมดก็ต้องอาศัยความมหัศจรรย์บางอย่างในการป้องกันทีมขวัญใจชาวเมืองหลวงไม่ให้ตกชั้นเป็นครั้งที่หกในประวัติศาสตร์สโมสร หลังจากล่าสุดเพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาได้แค่ปีเดียว
ต่อหน้าแฟนบอล 68,041 คน เต็มความจุโอลิมเพีย สตาดิโอนทีมหญิงชราเริ่มต้นได้ดี และเล่นได้ดีสุดนัดหนึ่งของฤดูกาลอย่างนั้น 60 นาที แต่นั่นก้ไม่เพียงพอแม้ว่าโรมัน ฮุบนิคจะโขกลูกเตะมุมจากอนิส เบน-ฮาติร่าเต็มตาข่ายจ่อๆนาที 19 แต่หลังจากนั้นเป็นพวกเขาเองที่ทิ้งโอกาสหนีห่างหลายครั้งหลุดมือเอง ก่อนที่โมเมนตัมเกมมาเปลี่ยนในนาที 65 เมื่อโธมัส บรอเคอร์โชว์สเตปลากเข้ายิงคนเดียวอย่างสวยงาม ท่ามกลางการลุกขึ้นมาดีใจของสมาชิกทีมข้างสนามรวมทั้งเทรนเนอร์นอร์เบิร์ท ไมเออร์ ที่เคยเป็นศิษย์เอกของปู่อ็อตโตในยุคพาทีมนางนวล เบรเมนครองความยิ่งใหญ่ทศวรรษ 80 สิบปีเต็ม
เท่านั้นไม่พอเหตุการณ์ยิ่งเป็นใจเข้าทางทีมฟอร์ทูน่าเข้าไปอีก เมื่ออาเดรียน รามอสหัวหอกทีมชาติโคลอมเบียพยายามโหม่งลูกเปิดเคน อิลโซกองหน้านอรเวย์เข้าประตูตัวเองให้ทีมลีก้าสองเป็นฝ่ายบุกมาคว้าชัยกุมความได้เปรียบมหาศาลกลับออกไปอย่างไม่น่าเชื่อ
หลังจบเกมกุนเธอร์ เนทเซอร์อดีตมิดฟิลด์อัจฉริยะชุดแชมป์ยูโร 1972 ซึ่งออกตัวเชียร์ดุสเซลดอร์ฟเพราะมีบริษัท"Infront"ที่ตัวเองเป็นเจ้าของเปิดมาแล้วสามปีมองว่าทีมราชินีแห่งโชค มีข้อได้เปรียบเกมนัดสองเหนือทีมหญิงชราเยอะมากทั้งในแง่มีผลงานครึ่งฤดูกาลหลังในบ้านดีกว่า และการที่เทรนเนอร์อนาคตไกลอย่างไมเออร์สามารถถ่ายทอดปรัชญาการเล่น"เกมรุกคอนโทรล"ให้นักเตะซึมซับอย่างสมบูรณ์แบบ
ที่สําคัญเนทเซอร์มองว่าดุสเซลดอร์ฟคือยักษ์หลับ ที่พร้อมลุกทันทีที่มีโอกาส กับการทํางานเป็นมืออาชีพและจริงจังกว่าตอนนี้ที่นี่พร้อมขยับสร้างความยิ่งใหญ่ และการเลื่อนชั้นจะมีส่วนเร่งให้ตรงนั้นมาถึงเร็วขึ้น
ขณะที่คิงอ็อตโต้ไม่ว่าปาฏิหารย์นัดสุดท้ายมีจริงหรือไม่ หลังประชุมเครียดลูกทีมอีกครั้ง ยอดตํานานวัย 73 ปียืนยันว่าเกมวันอังคารนี้จะเป็นการคุมทีมอาชีพครั้งสุดท้ายของตนแน่นอน หลังจากนั้นไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นเขาจะไปหยุดพักตามแผนที่ตั้งใจไว้
ไม่มีรายการ"The show must go on"แน่นอน
คอลัมน์อื่น ๆ