เมื่อสองสัปดาห์ก่อนผมเขียนถึงเทคนิคฟุตบอลสมัยใหม่ มักเล่นลูกด้วยอุ้งหน้าเท้า หรือลูกแปมากขึ้น เพราะเล่นง่าย แน่นอน ความคุมสปีดบอลได้ สามารถคอนโทรลทิศทางของลูกได้ดีกว่า
โดยเฉพาะลูกแปหน้าเท้าที่มีเทคนิคการเสริมให้ลูกหมุนสปินตัดอากาศ ทำให้ลูกมีทิศทางที่เลี้ยวโค้ง ยิ่งกลายเป็นอาวุธสำคัญของดาวยิงหลายคน (สมัยก่อนการปั่นบอลให้สปิน หากปาดด้วยหน้าเท้า มักเรียกว่าไซด์โป้ง ถ้าไซด์ก้อยก็คือปาดหลังเท้า) ด้วยหากฝึกฝนจนชำนาญ ละเอียดตั้งแต่การสืบเท้าหลักจรดลูก น้ำหนักและจังหวะการทิ้งน้ำหนักความแรงเฉือนปาดที่ลูกบอล ก็จะสามารถสั่งทิศทางและมุม ได้ราวกับ "เท้าชั่งทอง" ให้ลูกเลี้ยวหนีมือผู้รักษาประตู เลี้ยวไปซุกกกเสาสอง หรือเลี้ยวฮุกเข้ากรอบสามเหลี่ยมเสาประตูได้เฉยเลย
การทำประตูด้วยลูกหน้าเท้าใส่สปินมีให้เห็นมากขึ้น โดยเฉพาะลูกนิ่งหน้ากรอบโทษ มันได้มาแทนที่ การกระหน่ำตะบันด้วยหลังเท้า รุนแรงราวกับปืนใหญ่ ที่มักมีข้อผิดพลาดลูกพุ่งโด่งยิงนกตกปลาหมด
ตะบันยิงด้วยหลังเท้า ก็เหมือนเทคนิคการใช้ปืนใหญ่ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง คือ เน้นรุนแรงแต่ผิดพลาดง่าย จะถูกแทนที่โดยลูกแปหน้าเท้าใส่สปิน ที่ดุจจรวดมิสไซส์พกพา มีรีโมตสั่งทิศทางเน้นเข้าเป้าแม่นยำ
แต่...ให้ตายเถอะโรบิน!
แมตช์ฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกระหว่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กับ เอ็ม-150 สระบุรี เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมได้เห็นการตะบันยิงลูกด้วยหลังเท้าแบบ ต.ต.ต. เต็มตีนเตี่ย ที่งดงามอีกประตูหนึ่ง ที่ทำให้ลืมความสวยงามของลูกแปหน้าเท้าใส่สปินลูกไหนๆ ไปหมด
เป็นลูกที่ไหลเรียดออกมาจากกรอบเขตโทษหน้าประตู เอ็ม-150 ระยะไม่ต่ำกว่า 35 หลา พิชิตพงษ์ "แป๊ะ" เฉยฉิว มิดฟิลด์ลายครามกิเลนวิ่งเข้ามา เพอร์เฟคทั้งการสืบเท้าหลัก โน้มตัวเข้าหา สบัดเหวี่ยงกล้ามเนื้อใหญ่จากไหล่เอวต้นขา รีดลงไปสู่หลังเท้า กดกระหน่ำทั้งแรงพลังตัวเอง ทั้งแรงบวกของลูกบอลที่ไหลเข้ามาเข้าง่ามจังหวะ...ต.ต.ต. เต็มตีนเตี่ย!
สนั่น...ครับ สนั่น ลูกจากหลังเท้าพุ่งยังกับลูกปืนใหญ่ ผ่านแสกหน้านายทวารเอ็ม กระแทกคานล่าง ลูกบอลกระเด็นกะซวกตาข่ายดิ้นอีกหลายตลบกว่าสงบ รับเสียงนกหวีดเป่ายาวให้เป็นประตูที่สองในชัยชนะของเอสซีจี เมืองทอง
น่าจะเป็นหนึ่งในประตูยอดเยี่ยมไทยพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้
ใครที่ทันยุค กีฬา-การ์ตูน เป็นแฟน "ฮามิช ตีนระเบิด" นึกภาพวาด ฮามิช กระหน่ำลูกหนังตุงตาข่าย...ประตูของ แป๊ะ พิชิตพงษ์ ก็ประมาณนั้นแหละครับ เพียงแต่ลูกบอลแรงขนาดฉีกดึงเอาเสาลอยไปด้วย ผู้รักษาประตูกระโดดหลบเอาตัวรอด มันเว่อแบบการ์ตูน ในโลกแห่งความเป็นจริงมันก็อย่างที่เราได้เห็น ซึ่งผมว่า พิชิตพงษ์ คงไม่มีลูกไหนที่เขายิงได้สุดแรงเกิดอย่างนี้อีกแล้ว
ผมชอบที่ แป๊ะ พิชิตพงษ์ ให้สัมภาษณ์ว่า...การทำประตูแบบนี้ได้ ไม่ใช่เป็นความเก่งของตัวเองเพียวๆ มันขึ้นกับองค์ประกอบ จังหวะไทม์มิ่ง การตัดสินใจ และทำได้สมบูรณ์ มันจึงเป็นประตูที่สวยงาม
เขียนชม แป๊ะ พิชิตพงษ์ ก็ขอจัดสักดอกเถอะ ให้กับ คริสเตียน เคาคู ที่ลงไปเล่นเป็นตัวสำรองครึ่งหลัง
ผมว่าเขาเล่นบอลได้แค่ไหนก็แค่นั้น พัฒนาไม่ได้แล้วละครับ
ไม่ใช่ไม่ตั้งใจ ไม่เต็มที่...คริสเตียนเป็นนักบอลที่มีทักษะความเร็ว แต่ทิ้งขว้างโอกาสของตัวเองและทีม เพราะเมนทัล สมอง เพราะทัศนคติมากกว่า
ถูกเน้น ถูกฝึก ย้ำมาอย่างไรจากโค้ช พอลงสนาม คริสเตียนก็ลืมหมด หลุดโลกเสียทุกทีไป
วาดลีลาด้วยหลงตัวเองคือซูเปอร์สตาร์ แล้วสนามบอลคือสเตจการแสดง ที่แสงสปอตไลต์ฉายฉานมาที่ตนคนเดียว หรือไม่ก็คิดว่าตัวเองคือเทวดาลูกหนัง เสกอะไรได้ดังใจ จึงเล่นแม่ม แบบลีลาเทวดา
ลูกหนึ่งเพื่อนโยนเข้ามาเสาสองหน้าประตูที่ตัวเองยืนอยู่ ห่างประตูไม่ถึงสิบหลา แทนที่จะเล่นง่ายๆ ด้วยลูกโหม่งชัวร์ๆ พี่แกง้างสตั๊ดตั้งแต่สามย่าน หวังลอยตัวฟาดกลางอากาศ ยิงที่ประตูน้ำ ให้ลือลั่นสนั่นเปรี้ยง
ถุยส์...วืดครับวืด จั่วลมเต็มดอก ถึงโดนลูก ก็โน่น มีหวังปลิ้นลอยไปบนอัฒจันทร์ เพราะมุมมันไม่ได้
ถ้าผมเป็นโค้ช ผมคงบอกคริสเตียนว่า...จากเป็นตัวจริง ถูกดร็อปเป็นตัวสำรอง...เอ็งยังเล่นอย่างนี้อีก อนาคตไม่มีนะจะบอกให้
ผมเกรงว่า กระทั่งป่านนี้ คริสเตียนก็ยัง "หลงเงา" ว่ากูคือนักเตะเทวดาอยู่อีกน่ะซิ
-ยอดทอง-