กองเชียร์ฟิออเรนติน่าคงหายใจกันไม่ทั่วท้อง เพราะต้องหนีตายกันเหงื่อทะเล็ด มาสำเร็จเอานัดรองสุดท้ายของฤดูกาลแบบหวุดหวิด ด้วยการบุกไปชนะเลชเช่ 1-0 จากประตูของ อเลสซิโอ แชร์ชี่
นี่เป็นปีที่ทำให้นึกถึงวิโอล่าฤดูกาล 2004-05 ที่มี "เชซาเร่ ปรันเดลลี่" คุมทัพตอนนั้น ปีดังกล่าว "ม่วงมหากาฬ" ต้องใช้คำว่า "ปาฏิหารย์" เลยทีเดียว เนื่องจากต้องลุ้นให้ปาร์ม่าไม่ชนะเลชเช่ แล้วโบโลญญ่าไม่ชนะซามพ์โดเรียด้วย เพื่อไปวัดคะแนน และวัดเฮดทูเฮดกัน
ท้ายสุด จบนัดสุดท้ายทั้งโบโลญญ่า, ฟิออฯ และ ปาร์ม่ามี 42 แต้มเท่ากัน แต่ผลงานที่พบกันเอง ปาร์ม่าแย่สุด เลยตกชั้นไป ปีนั้นฟิออเรนติน่ามี 42 คะแนนแล้วรอดในนัดสุดท้าย ฤดูกาลปัจจุบันดีกว่าเล็กน้อย คือมี 45 คะแนนก่อนนัดปิดฤดูกาล
แล้วมองคะแนนของทีมครึ่งล่างของตารางต้องบอกว่าคะแนนไล่เลี่ยกันมาก ไล่ขึ้นไปมาจึงถึงอันดับ 9 มีคะแนนเกิน 40 แต้มทั้งหมด ช่วง 5 นัดสุดท้ายก่อนปิดฤดูกาล ทีมอย่าง คิเอโว เซียน่า ปาร์ม่า ก็เคยต้องอกสั่นขวัญแขวนมาแล้วเช่นกัน
ทีมที่ตกชั้นไปก่อนเพื่อนอย่าง โนวาร่า กับ เชเซน่า คงเพราะศักยภาพผู้เล่นค่อนข้างเป็นรองกว่าสโมสรที่อยู่ในเซเรีย อา และเสริมศักยภาพด้วยผู้เล่นชั้นดีอยู่แล้ว
สโมสรอย่างกายารี่ซึ่งมีแข้งดีๆเยอะ ก็ยังต้องเสี่ยงหนีตายช่วงสุดท้ายมาแล้วเหมือนกันก่อนมารอด เพราะฟิออฯ ไปชนะเลชเช่นั่นเอง
ปีนี้ ม่วงมหากาฬอาจรอด แต่คำถามคือปีหน้าจะทำอย่างไร ในเมื่อทีมระดับครึ่งล่างของตารางนั้น มีความคู่คี่และสูสีกันมาก ในเรื่องของระดับชั้นนักเตะ
ทีมใหม่ที่อาจขึ้นมาจากเซเรีย บี ฤดูกาลหน้าอาจมีทั้งเปสคาร่า, เวโรน่า ซึ่งเป็นทีมที่เล่นดีมาก
ปัญหาฟิออฯ ปีนี้ก็ยุ่งเหยิงอย่างยิ่ง นักเตะเจ็บกันบานตะไท แล้วผู้เล่นสำรองที่ลงสนามนั้น ก็มิอาจทดแทนกันได้ดีนัก
วิโอล่าอาจรอดปากเหยี่ยวปากกาไปได้ แต่ฤดูกาลหน้า อาจต้องผจญกับชะตากรรมแบบนี้อีกครั้ง ถ้ายังไม่มีการเสริมตลาดนักเตะฝีเท้าที่ดีกว่านี้
เปสเช่