ได้รับการการันตีอย่างเป็นทางการ จากสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) แล้วว่า รอย ฮ็อดจ์สัน คือผู้จัดการทีมคนใหม่ของทีมชาติอังกฤษ ซึ่งเป็นเก้าอี้ที่ว่างลงมาเนิ่นนาน นับตั้งแต่ที่ ฟาบิโอ คาเปลโล่ กุนซือจอมแท็กติกชาวอิตาเลียน บอกลาตำแหน่งนี้ไป ตั้งแต่เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยกุนซือวัย 64 ปี จรดปากกาเซ็นสัญญากับ เอฟเอ เป็นเวลา 4 ปีด้วยกัน
ถือได้ว่า นี่เป็นการยุติมหากาพย์การพลิกแผ่นดินตามหากุนซือคนใหม่ของ "สิงโตคำราม" เสียที และตอนนี้พวกเขาก็คงได้โอกาสเดินหน้าเตรียมความพร้อม สำหรับการลุยศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป "ยูโร 2012" ที่ โปแลนด์ กับ ยูเครน จะเป็นเจ้าภาพร่วมกันในช่วงซัมเมอร์นี้เสียที
อย่างไรก็ตาม การเลือก ฮ็อดจ์สัน เข้ามารับหน้าที่นายใหญ่ทีมชาติอังกฤษ ก็ถือเป็นเรื่องที่พลิกโผไม่ใช่น้อย เพราะก่อนหน้านี้ หลายฝ่ายต่างก็ยกให้ แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ กุนซือคนเก่งของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เป็นเต็งจ๋าสำหรับกุนซือของ "สิงโตคำราม" เนื่องจากด้วยผลงานอันมากมายของ "จ่าแฮร์รี่" ทำให้เขาน่าจะเป็นคนที่ดูดีที่สุด สำหรับการนำทัพแชมป์ฟุตบอลโลกปี 1966 ลงสู้ศึก ยูโร 2012
แน่นอนว่า มีหลายคนไม่เห็นด้วยกับการที่ เอฟเอ เลือกเอา ฮ็อดจ์สัน มาคุมทัพ "สิงโตคำราม" และมุมมองของคนเหล่านั้นก็เป็นที่พอเข้าใจได้ เมื่อพิจารณาถึงเรื่องที่ว่า เร้ดแน็ปป์ ซีเนียร์ มีผลงานที่เป็นชิ้นเป็นอันในระดับสโมสรมากกว่า ฮ็อดจ์สัน บานเบอะ
ในฐานะผู้จัดการทีมระดับสโมสรนั้น เร้ดแน็ปป์ ประสบความสำเร็จมากมาย เขาเคยพา บอร์นมัธ คว้าแชมป์ดิวิชั่น 3 (ลีก วัน ในปัจจุบัน) ได้สำเร็จ ในฤดูกาล 1986-87 รวมถึงเป้นแชมป์ ฟุตบอล ลีก โทรฟี่ (หรือในชื่อ จอห์นสโตนส์ เพ้นท์ โทรฟี่) ในซีซํ่น 1983-84 และนำทีม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เถลิงบัลลังก์แชมป์ศึก ยูฟ่า อินเตอร์ โตโต้ คัพ เมื่อปี 1999
นอกจากนี้ กุนซือวัย 65 ปี ยังพาทาง พอร์ทสมัธ ได้ทั้งแชมป์ดิวิชั่น 1 (เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ในปัจจุบัน) ในฤดูกาล 2002-03 และแชมป์ เอฟเอ คัพ เมื่อซีซั่น 2007-08 ส่วนการคุม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ นั้น เขาก็ทำให้ "ไก่เดือยทอง" เป็นถึงรองแชมป์ศึกคาร์ลิ่ง คัพ เมื่อซีซั่น 2008-09 และยังปรับปรุงทีมได้ดี จนทำให้ สเปอร์ส กลายเป็นทีมที่น่ากลัวมากที่สุดทีมหนึ่ง ในเวทีพรีเมียร์ลีกไปแล้ว
ขณะที่ผลงานในการคุมทีมของ ฮ็อดจ์สัน นั้น เขาเคยประสบความสำเร็จในการทำงานที่ประเทศสวีเดน โดยเจ้าตัวพา ฮาล์มสตัดส์ ครองแชมป์ลีก หรือศึกออลสเวนส์คานได้ 2 สมัย คือในปี 1976 กับ 1979 รวมถึงการพา มัลโม่ อีกหนึ่งทีมในแดนไวกิ้ง ได้แชมป์อยู่หลายครั้ง นอกจากนี้ เขาก็เคยพา เอฟซี โคเปนเฮเก้น ทีมในเดนมาร์ก ได้แชมป์ลีกเมื่อฤดูกาล 2000-01 รวมถึงแชมป์ เดนิช ซูเปอร์ คัพ ในปี 2001 ด้วย
ส่วนผลงานการคุมทีมในลีกชั้นนำของทวีปยุโรปนั้น ฮ็อดจ์สัน เคยพา อินเตอร์ มิลาน ไปถึงการเป็นรองแชมป์ของศึก ยูฟ่า คัพ (ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ในปัจจุบัน) เมื่อฤดูกาล 1996-97 รวมถึงการทำให้ ฟูแล่ม เป็นรองแชมป์ของศึก ยูฟ่า ยูโรปา ลีก เมื่อซีซั่น 2009-10 แต่ก็จบแค่นั้น แถมผลงานในการคุม ลิเวอร์พูล ของเจ้าตัว ก็ไม่เป็นที่ประทับใจแฟนๆ ส่วนใหญ่ จนทำให้ต้องถูกตะเพิดออกจากถิ่น แอนฟิลด์ ด้วย
มองกันด้วยสถิติต่างๆ ด้านบน ยังไงก็ต้องบอกว่า เร้ดแน็ปป์ คือคนที่มีภาษีดีกว่า แต่สิ่งหนึ่งที่ ฮ็อดจ์สัน มีเหนือกว่า "จ่าแฮร์รี่" ก็คือการที่เขาเคยคุมทีมในระดับชาติมาแล้ว ประกอบด้วยทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และฟินแลนด์ ซึ่งผลงานก็ไม่ขี้เหร่เลย ในขณะที่กุนซือคนปัจจุบันของ "ไก่เดือยทอง" ยังไม่มีประสบการณ์คุมทีมชาติแม้แต่ครั้งเดียว
ฮ็อดจ์สัน สามารถพา สวิตเซอร์แลนด์ ผ่านเข้าไปเล่นในศึกฟุตบอลโลก 1994 รอบสุดท้ายได้สำเร็จ ทั้งที่ในรอบคัดเลือกนั้น พวกเขาต้องอยู่ร่วมกลุ่มกับทีมที่น่ากลัวอย่าง อิตาลี และ โปรตุเกส และในรอบสุดท้าย เหล่าขุนพลแดนนาฬิกาก็ผ่านรอบแบ่งกลุ่ม จนไปถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้ด้วย ก่อนที่พวกเขาจะต้องปราชัยต่อ สเปน ในที่สุด นอกจากนี้ นายใหญ่วัย 64 ปี ยังพา สวิตเซอร์แลนด์ ผ่านรอบคัดเลือกของศึก ยูโร 1996 ได้อย่างแสนสบายอีกเช่นกัน
ถึงแม้ผลงานในการทำทีม สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จะไม่มีอะไรโดดเด่นนัก แต่ในการคุม ฟินแลนด์ นั้น ฮ็อดจ์สัน ก็เคยเกือบพารายหลังผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย ของศึก ยูโร 2008 ได้แล้ว ก่อนที่จะต้องอกหักไปด้วยระยะห่างเพียงแค่ไม่กี่แต้มเท่านั้น
แต่ก็เป็นที่แน่ชัดว่า เรื่องทั้งหลายยังไม่สามารถรับประกันถึงโอกาสที่ อังกฤษ ภายใต้การนำทัพของ ฮ็อดจ์สัน จะประสบความสำเร็จได้ และผลงานของ "สิงโตคำราม" ในศึก ยูโร 2012 จะเป็นคำตอบที่บอกว่า ฮ็อดจ์สัน คือคนที่เหมาะสมสำหรับ อังกฤษ หรือไม่
-บรองโก้ส์-