
ต้องปรับแนวรับก่อนสู้ศึกเอเชีย
ปิดฉากรูดม่านการฟาดแข้งกันไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับศึกฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน ครั้งที่ 9 หรือศึกเอเอฟเอฟ กรุงเทพธนบุรี ฟุตซอล แชมเปี้ยนชิพ 2012
โดยศึกฟุตซอลรายการนี้ทีมฟุตซอลทีมชาติไทยเคยเป็นแชมป์มาแล้วถึง 7 สมัย แต่ในการแข่งขันในครั้งที่ 8 ทีมชาติไทยไม่ได้ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน เพราะติดแข่งขันฟุตซอลไทยแลนด์ไฟฟ์ ที่ จ.อุดรธานี จึงส่งผลให้ทีมอินโดนีเซียคว้าแชมป์ในครั้งนั้นไปครอง
มาถึงการแข่งขันในครั้งที่ 9 มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 10 ทีม แบ่งเป็น 2 สาย สาย เอ มาเลเซีย, กัมพูชา, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์ และเมียนมาร์ สาย บี ไทย, อินโดนีเซีย, บรูไน, ติมอร์ฯ และลาว
ก่อนการแข่งขันศึกเอเอฟเอฟ กรุงเทพธนบุรี ฟุตซอล แชมเปี้ยนชิพ 2012 จะเปิดเกมการฟาดแข้งขึ้น ทุกทีมต่างยกให้ทีมชาติไทยที่เป็นมหาอำนาจโต๊ะเล็กของอาเซียน เป็นทีมเต็งหนึ่งที่จะคว้าแชมป์ฟุตซอลรายการนี้
และทุกอย่างก็เป็นไปตามความคาดหมาย ทีมฟุตซอลทีมชาติไทยก้าวคว้าแชมป์ศึกเอเอฟเอฟ กรุงเทพธนบุรี ฟุตซอล แชมเปี้ยนชิพ 2012 หรือฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน ครั้งที่ 9 ไปครอง ด้วยผลงานในการแข่งขันที่ยอดเยี่ยม รอบแรก ชนะ บรูไน 22-0, ชนะลาว 26-2, ชนะติมอร์ฯ 19-1, ชนะอินโดนีเซีย 6-1, รอบรองชนะเลิศ ชนะ มาเลเซีย 12-1 และชิงชนะเลิศ ชนะ เวียดนาม 9-4
แม้จะคว้าแชมป์ฟุตซอลรายการนี้มาครองได้สำเร็จ แต่ทุกฝ่ายมองว่าทีมฟุตซอลทีมชาติไทยทีมนี้ ยังมีปัญหาใหญ่ในเรื่องของเกมรับที่เสียประตูในเกือบทุกนัดให้กับทีมอ่อนชั้นกว่า ไม่ว่าจะเป็นการเสียประตูให้กับลาวถึง 2 ลูก เสียประตูให้กับติมอร์ฯ 1 ลูก, อินโดนีเซีย 1 ลูก, มาเลเซีย 1 ลูก และในนัดชิงชนะเลิศเสียถึง 4 ประตูให้กับเวียดนาม
ทำเอากุนซืออย่าง วิคเตอร์ เฮอร์แมน กุนซือทีมฟุตซอลทีมชาติไทยชาวฮอลแลนด์ ที่เข้ามาคุมทีมชาติไทยเป็นครั้งแรก ถึงกับเอ่ยปากว่า ''ทีมฟุตซอลทีมชาติไทยชุดนี้นักเตะในทีมจะเป็นพวกสายเลือดใหม่ จุดเด่นของทีมเห็นจะเป็นในเรื่องของความหลากหลายในเกมรุก ปัญหาใหญ่ของทีมจะเป็นเรื่องของเกมรับที่จะต้องเร่งปรับปรุงแก้ไขอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะเดินทางไปสู้ศึกฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย รอบสุดท้าย ในเดือน พ.ค. 55''
ส่วนทางด้าน ''บิ๊กแป๊ะ'' ถิรชัย วุฒิธรรม ผู้จัดการทีมฟุตซอลทีมชาติไทยและประธานพัฒนาฟุตซอลแห่งชาติ ได้กล่าวว่า ''แม้ในศึกฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน ครั้งที่ 9 ทีมฟุตซอลทีมชาติไทยจะคว้าแชมป์มาครองได้ก็จริง แต่ทีมคู่แข่งขันทุกทีมอ่อนชั้นกว่าทีมไทยมาก จึงวัดอะไรไม่ได้กับการแข่งขันในครั้งนี้ว่า ทีมไทยมีความแข็งแกร่ง พร้อมที่จะสู้ศึกชิงแชมป์เอเชีย ในเดือน พ.ค. 55 หรือไม่ แต่ปัญหาใหญ่ของทีมชุดนี้ที่ได้เห็น น่าจะเป็นในเรื่องของเกมรับที่จะต้องเร่งแก้ไขกันต่อไป เพราะฟุตซอลรายการใหญ่ยังรออยู่ข้างหน้า ทั้งชิงแชมป์เอเชียและชิงแชมป์โลกในเดือน พ.ย. 55''
แม้ความสำเร็จของทีมฟุตซอลทีมชาติไทยที่หลายคนชื่นใจกับคำว่า...แชมป์อาเซียน 8 สมัย แต่ภารกิจของนักฟุตซอลทีมชาติไทยชุดนี้ยังไม่ได้จบเพียงเท่านี้
นี่เป็นเพียงแค่ก้าวแรกบนถนนสายฟุตซอลของทีมชาติไทยชุดสายเลือดใหม่ ที่ก้าวต่อไปจะต้องพบกับอุปสรรคขวากหนามที่ใหญ่หลวงในศึกชิงแชมป์เอเชีย ที่ยูเออี เพราะคู่แข่งล้วนเป็นทีมฟุตซอลระดับพระกาฬของเอเชียทั้งนั้น
ถ้างานนี้ทีมฟุตซอลทีมชาติไทยสามารถก้าวเข้าสู่รอบ 4 ทีมสุดท้ายได้ ต้องถือว่าทีมได้พบกับความสำเร็จอย่างน่าพอใจ
และก้าวสุดท้ายในศึกชิงแชมป์โลก ถ้าเตรียมทีมกันดีๆ ก็มีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการฟุตซอลไทย ด้วยการก้าวเข้าไปเล่นในรอบ 2 ได้เป็นครั้งแรก กับการเข้าร่วมการแข่งขันมา 4 ครั้ง
นี่แหละ...เป็นสิ่งท้าทายใหม่ที่ทีมฟุตซอลสายเลือดใหม่ของวงการฟุตซอลไทยจะต้องทำให้ได้
แป้น แป๊ะยิ้ม
คอลัมน์อื่น ๆ