
เซาธ์แฮมป์ตัน กลายเป็นทีมที่สองต่อจาก เร้ดดิ้ง ที่ได้ผ่านขึ้นไปเล่นในพรีเมียร์ ลีกฤดูกาลหน้า หลังจากที่ทีม ''นักบุญ'' เปิดรังถล่ม โคเวนทรี 4-0 ในเกมเดอะ แชมเปี้ยนชิพ นัดสุดท้ายของฤดูกาลเมื่อวันเสาร์ที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา
ทำให้ เซาธ์แฮมป์ตัน ได้เลื่อนชั้นโดยอัตโนมัติในฐานะรองแชมป์ และเป็นการกลับสู่พรีเมียร์ลีกอีกครั้ง หลังจากที่ร่วงตกชั้นในฤดูกาล 2004-05
เมื่อสองฤดูกาลก่อน เซาธ์แฮมป์ตัน ยังเล่นอยู่ในลีก วัน หรือเทียบได้กับดิวิชั่นสาม นอกจากนั้นยังสโมสรยังเข้าสู่โปรแกรมการฟื้นฟูกิจการเนื่องจากเป็นหนี้ท่วมหัว แต่ในฤดูกาลหน้า ทีม ''นักบุญ'' จะได้กลับไปเล่นในพรีเมียร์ลีกอีกครั้งในรอบแปดปี ซึ่งคนที่สำคัญที่สุดคนหนึ่งที่ช่วยกอบกู้สโมสร และเป็นฮีโร่ของพวกเขาคือกุนซือ ไนเจล แอ็ดกิ้นส์
เซาธ์แฮมป์ตัน ลงเล่นในสนามเซนต์ แมรี่ ของพวกเขา ในนัดส่งท้ายเดอะ แชมเปี้ยนชิพ เพื่อลุ้นขึ้นไปเล่นพรีเมียร์ลีก โดยเปิดบ้านรับการมาเยือนของ โคเวนทรี ท่ามกลางผู้ชมที่เข้าไปอัดในสนามสูงถึง 32,363 คน ซึ่งเป็นสถิติของสโมสร และ ''นักบุญ'' ก็ไม่ทำให้แฟนๆ ต้องผิดหวัง เมื่อถล่ม ''ช้างกระทืบโรง'' ขาดลอย 4-0 โดยได้ประตูจาก บิลลี่ ชาร์ป นาทีที่ 16, โชเซ่ ฟอนเต้ นาทีที่ 19, จอส ฮุยเฟลด์ นาทีที่ 59 และ อดัม ลัลลาน่า อีก 4 นาทีต่อจากนั้น
''นักบุญ'' ที่ต้องตกลงไปเล่นในลีก วัน 3 ปี เป็นทีมที่สองต่อจาก นอริช ที่สามารถเลื่อนชั้นสองปีติด คือจากลีก วัน มาสู่เดอะ แชมเปี้ยนชิพ และไปพรีเมียร์ลีก ตอนนี้พวกเขามีโอกาสที่จะได้เล่นกับทีมอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด, แมนฯ ซิตี้, อาร์เซน่อล และทีมอื่นๆ จริงๆ แล้ว พวกเขาเป็นทีมเต็งที่จะได้แชมป์เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ด้วย แต่พลาดท่าในช่วงท้าย ปล่อยให้ เร้ดดิ้ง แซงไปได้อย่างหวุดหวิด แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือการเลื่อนชั้น และ แอ็ดกิ้นส์ ก็ยกย่องว่าเป็นความดีความชอบของทีมงานของสโมสรทุกคน ที่ทุ่มเททำงานกันอย่างหนัก จนในที่สุดสามารถพาทีมเลื่อนชั้นขึ้นสู่เวทีพรีเมียร์ลีกได้เป็นผลสำเร็จ
''หลายต่อหลายคนที่นี่ต้องทำงานกันหนักมากๆ เหล่านักเตะสมควรได้รับการสรรเสริญทุกประการที่พวกเขาจะได้รับ เพราะทุกๆ คนที่สโมสรแห่งนี้โหมทำงานกันหนักสุดๆ นับตั้งแต่ที่ผมเข้ามารับงานที่นี่ ตอนนี้ เซาธ์แฮมป์ตัน ได้กลับสู่ พรีเมียร์ลีก แล้ว และผมก็กลายเป็นผู้ชายที่มีความสุขมากๆ ผมทั้งรู้สึกภูมิใจ และเป็นเกียรติจริงๆ''
ขณะที่ เคลวิน เดวิส นายด่านจอมเก๋าวัย 35 ปีของ เซาธ์แฮมป์ตัน เสริมว่า พวกตนทุกคนอยากได้วาดลวดลายใน พรีเมียร์ลีก กันทั้งนั้น ''พรีเมียร์ลีกคือลีกระดับสูงสุดที่เราต่างก็อยากได้ลงเล่น ผมรู้สึกว่า งานของผมที่นี่ยังไม่เสร็จสิ้น ดังนั้นข้อความที่ผมจะส่งไปยังเหล่าคนหนุ่มก็คือ การที่ต้องคว้าโอกาสเอาไว้ให้มั่นด้วย 2 มือของเรา''
ลูกทีมของ แอ็ดกิ้นส์ ยิงไปถึง 85 ประตู มากที่สุดในลีก และไม่เคยหลุดจากสองอันดับแรกของตารางในฤดูกาลนี้ ทั้งที่เมื่อสามปีก่อนพวกเขาถูกตัดสิบแต้มทำให้ต้องตกจาก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ไปเล่น ลีก วัน
เส้นทางจากดินสู่ดาวของทีมเซาธ์แฮมป์ตัน
พฤษภาคม ปี 2005 เซาธ์แฮมป์ตัน จบอันดับที่ 20 ของ พรีเมียร์ลีก ทำให้ต้องตกชั้นจากลีกสูงสุดเมืองผู้ดีเป็นครั้งแรกในรอบ 27 ปี ซึ่งทำให้ฤดูกาลต่อมา พวกเขาต้องเสียนักเตะชั้นดีที่ย้ายทีมออกไปอย่าง ปีเตอร์ เคร้าช์, ธีโอ วัลค็อตต์ และ อันติ เนมี่
เมษายน ปี 2009 หลังจากที่ต้องเล่นใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ สามฤดูกาล โดยได้อันดับที่ 12 ในฤดูกาล 2005/06, อันดับที่ 6 ในฤดูกาล 2006/07 และอันดับที่ 20 ในฤดูกาล 2007/08 พวกเขาต้องเข้าสู่ขบวนการฟื้นฟูกิจการ เนื่องจากมีหนี้สินสูงถึง 30 ล้านปอนด์ หรือราว 1,500 ล้านบาท และโดนหักสิบแต้ม ทำให้จบฤดูกาลในอันดับที่ 23 ต้องหล่นไปเล่นใน ลีก วัน แต่ในเดือนกรกฎาคม ปี 2009 มี มาร์คุส ลีบเฮอร์ เข้ามาซื้อกิจการของสโมสร ทำให้ทีมเริ่มตั้งหลักได้ และได้อันดับที่ 7 ในฤดูกาล 2009/10 ก่อนที่จะได้รองแชมป์ ลีก วัน ในฤดูกาล 2010/11 และได้เลื่อนชั้นมาเล่นใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ แม้ว่าในเดือนสิงหาคม ปี 2010 ลีบเฮอร์จะเสียชีวิต แต่ครอบครัวของเขายังรักษาทีมเอาไว้ และตั้ง ไนเจล แอ็ดกิ้นส์ มาเป็นกุนซือจนพาทีมกลับสู่พรีเมียร์ลีกได้อีกครั้ง
'แอ็ดกิ้นส์'' กุนซือมือทองสมองเพชรของ 'นักบุญ''
ไนเจล แอ็ดกิ้นส์ กุนซือวัย 47 ปี เคยเล่นเป็นนายทวารให้กับสโมสร ทรานเมียร์ และ วีแกน แต่ไม่ประสบความสำเร็จนัก ทำให้หันมาคุมทีมโดยเริ่มต้นกับสโมสร บังกอร์ ซิตี้ ใน เวลส์ ในฤดูกาล 1993-1996 หลังจากนั้นเขาย้ายไปคุมทีม สคันธอร์ป ยูไนเต็ด ในปี 2006-2010
สมัยคุม สคันธอร์ป เขาเจอทั้งช่วงเวลาที่แย่และดี โดยทีมตกชั้นจาก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ไปเล่น ลีก วัน ในฤดูกาล 2007/08 แต่กลับมา เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ได้อีกครั้ง หลังจากที่ชนะเพลย์ออฟ ในปี 2009 หลังจากนั้นเข้าย้ายมาคุม เซาธ์แฮมป์ตัน เมื่อวันที่ 12 กันยายน ปี 2010 โดยเซ็นสัญญาเป็นเวลาสามปี ก่อนที่จะสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้จัดการทีม ''นักบุญ'' คนแรก ที่พาทีมเลื่อนชั้นได้สองปีติดต่อกัน
แลมเบิร์ท, เดวิส สองผู้เล่นแกนหลักของ 'นักบุญ''
ริคกี้ แลมเบิร์ท ดาวยิงวัย 30 ปีของ เซาธ์แฮมป์ตัน ถือว่ามีส่วนสำคัญในการพาทีมเลื่อนชั้น เนื่องจากเขามักจะยิงประตูสำคัญๆ ให้กับทีมได้เสมอ และทำให้ ''นักบุญ'' เป็นทีมที่ยิงประตูได้มากที่สุดใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ขณะเดียวกันแนวรับก็ถือว่ามีความสำคัญ และเป็น เคลวิน เดวิส กัปตันทีมจอมเก๋านายทวารของพวกเขาที่ทำให้เพื่อนร่วมทีมอุ่นใจ
แลมเบิร์ท ย้ายมาร่วมทีมเซาธ์แฮมปตัน ตั้งแต่ปี 2009 และลงเล่นไปแล้ว 129 นัด โดยยิงไป 79 ประตู โดยฤดูกาลนี้เขาลงเล่นในลีก 39 นัด ยิงไปถึง 27 ประตู เป็นดาวซัลโวสูงสุดในลีก และทำสถิติยิงแฮตทริกไปถึง 4 ครั้ง
ขณะที่ เคลวิน เดวิส อยู่กับ เซาธ์แฮมป์ตัน มาตั้งแต่ปี 2006 และลงเล่นไปแล้ว 246 นัด และฟอร์มที่เหนียวหนึบในปีนี้ ทำให้ทีมเสียไปแค่ 46 ประตู ทำให้เขาติดทีมยอดเยี่ยมประจำปีของ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ และติดทีมยอดเยี่ยมเป็นปีที่สามติดต่อกัน
''โกลเด้นโจ''
คอลัมน์อื่น ๆ