คอลัมน์ : จากปากกายอดทอง โดย.. ยอดทอง
มูลค่าของฟุตบอลอาชีพ
22/04/2012 11:55:51 น.



        เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา สยามสปอร์ตฯ ได้เปิดเผยตัวเลขอย่างละเอียดยิบในการทำหน้าที่เป็นองค์กรดูแลสิทธิผลประโยชน์ฟุตบอลอาชีพให้กับสมาคมฟุตบอลฯ  ก่อนที่ยุติหน้าที่
                
        ที่จริงแล้ว ใครที่ทำธุรกิจออร์แกไนซ์ระดับใหญ่ ย่อมทราบดีว่าโดยหลักการและสิทธิ์แล้ว ตัวเลขทางธุรกิจเช่นนี้ มักจะไม่เปิดเผยกันหรอกครับ เพราะ ในเชิงการทำธุรกิจกับใคร ถือว่าเป็นการเสียหาย 
                
        ระดับฟีฟ่าก็ไม่มีแอะ ระดับเอฟเออังกฤษก็ไม่สนใจอะไรเลยกับเสียงสโมสร
              
        แต่ความบีบคั้นแห่งภาวะ ..จุดไฟเผาป่าล่าหนึ่งบุคคล สรรพสิ่งเชื่อมโยงร้อยพันหมื่นคนไหม้ ก็ช่างมึง..จึงทำให้ สยามสปอร์ตฯ จำเป็นต้องประทานโทษ ผู้ร่วมงานภาคีธุรกิจลูกหนังทั้งหลาย ที่ต้องเอาตัวเลขมาแจงต่อสาธารณะ (อย่างที่ไม่เคยมีบริษัทออร์แกไนซ์มาเนจเมนต์ที่ไหนทำ)
                
        แต่ที่จำต้องทำ ทุกอย่างจะได้จบอย่างกระจ่างเสียที เบื่อที่จะตกเป็นเหยื่อการด่าที่เลอะเทอะ
                
        การเกิดของฟุตบอลอาชีพบ้านเรานั้น ไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่ต้องใช้เงินมหาศาล "ปั่น" มันขึ้นมา
                 
        ฟุตบอลคือวัตถุดิบ กลยุทธ์การตลาดคือสยามสปอร์ตฯ ทำ นี่คือกลยุทธ์การสร้างค่าฟุตบอลไทย
                
        หนึ่ง "ปั่น"ในเชิงธุรกิจ สร้างภาพสีสันของ ฟุตบอลอาชีพในทุกสื่อว่าเป็น ความสนใจจุดใหม่ของการทำการตลาดสู่มหาชน ตลาดอื่นตันหมดแล้ว แต่ตลาดกีฬายังไปได้ไกลในเชิงธุรกิจโฆษณา ยังไงก็ "คุ้ม"
              
        ในวิถีธุรกิจแขนงนี้ คำว่า "คุ้ม" คือการตอบแทนให้กับสปอนเซอร์ว่า..จ่ายไปแล้ว จะได้อะไร?
            
        คงไม่ต้องเท้าความให้มากความนะครับว่า สปอนเซอร์ได้อะไรแค่ไหน ในระบบการบริหารจัดการของสยามสปอร์ตฯ สื่อครบวงจร พีอาร์กันสุดๆ อะไรที่เป็นส่วนของสยามสปอร์ตฯล้วนฟรีหมด ถือว่าเป็น by products
            
        "แกน" หมุนน่ะฟรี แต่ "องค์ประกอบ"ให้เกิด ล้วนใช้เงินราคาแพง จ่ายสร้างภาพลักษณ์ ตอบสนองความต้องการ ความคุ้มที่สปอนเซอร์พึงใจ ซึ่งก็คงไม่ต้องกล่าวให้มากความ เพราะเห็นกันในทุกเมื่อเชื่อวันในสื่อวงการลูกหนังอาชีพอยู่แล้ว
           
        ความจริงก็คือความ "คุ้ม" ของสปอนเซอร์ มีจาก "การลงทุน" ของสยามสปอร์ตฯที่ทำเพื่อการ "ปั่นมูลค่า" ให้กับฟุตบอลอาชีพ ที่เป็นงานหนัก ใช้พลังบุคลากรมาก
          
        การ "ปั่น" ประการที่สอง คือเม็ดเงินที่ให้กับสโมสรฟุตบอลอาชีพ (ไปดูสัญญาเดิมของสมาคมฯเถอะครับ ตั้งไว้แค่ปีละสามแสนบาท เพราะสมาคมฯกลัวไม่มีเงินจ่าย)
          
        แต่เป็นคุณระวิที่บอกกับคุณวรวีร์ว่า ว่า เงินคือตัวเลขของความสำเร็จ       
         
        สโมสรได้เงินแบ่งทำทีมเยอะ เขาก็จะรู้สึกว่า ฟุตบอลของเขามีมูลค่า เขามีความหวัง ทำศักยภาพสโมสรให้สู้กันได้เต็มที่ พอเขาทำดี แฟนบอลก็เกิด สปอนเซอร์ก็วิ่งไปหาเขาเอง
        
        ความสำเร็จที่สร้างอาณาจักรสยามสปอร์ตฯของคุณระวิ สร้างบุคลากร องค์กรแข็งแกร่ง ก็ใช้กลยุทธ์ตีค่าประเมินล่วงหน้าเสมอ คือ "ให้ก่อน" เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ ความมุ่งมั่น รู้สึกตัวเองมีค่า รักงาน  ผลลัพธ์แห่งการลงทุนก็จะตามมาทีหลัง  คุณระวิเป็นเจ้าพ่อแอดวานซ์ ด้วยความใจถึงเสมอ
        
        สร้างอาณาจักรตนสำเร็จฉันใด ก็ใช้ศักยภาพบุคลากรสยามสปอร์ตฯ เพื่อ "แอดวานซ์" ตีค่าฟุตบอลอาชีพฉันนั้น
        
        กระทั่งกลยุทธ์การ "ปั่น" ทางสื่อครบวงจร ให้เกิดอุปทานว่าฟุตบอลอาชีพมีมูลค่าสูงสุดแล้ว
      
        แต่ที่จริง มันไม่ใช่!
      
        วิถีฟุตบอลอาชีพโดยรวม ยังไม่ได้มีแวลูมากมายอย่างที่ "วงนอก" เห็นหรอกครับ
      
        ผลพวงที่ สยามสปอร์ตฯ สามารถทำสัญญาสิทธิผลประโยชน์ผ่านสมาคมฯ จ่ายให้กับสโมสรจากปีละสองล้านบาท เป็นสามล้าน..สี่ล้าน.หกล้านในอนาคต ที่คาดว่าจะ "ปั่น" อัตราที่ได้จากสปอนเซอร์และค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดเพิ่มทุกปี (สิทธิ์นี้เป็นของทรูวิชั่นส์ ที่ให้ผลประโยชน์สูงสุด มากกว่าจานเคเบิลทีวีทั้งหลาย) ล้วนมาจากกลยุทธ์ "ปั่น" แวลูฟุตบอลอาชีพอย่างสุดเหยียด และเงินแอดวานซ์ สยามสปอร์ตฯจ่ายให้ฟรีก่อนกับภาคประชาสัมพันธ์ พีอาร์เพื่อให้เห็นภาพออกมาดูดี
     
        สปอนเซอร์ยอมซื้อล่วงหน้า จ่ายแพงตามภาพนั้น ทั้งนั้น
    
        ที่ผมเขียนได้ ก็เพราะไหนๆ ก็สยามสปอร์ตฯกับสมาคมฯเปิดเผยตัวเลขในวิถีฟุตบอลอาชีพซะแล้วนี่
    
        เมื่อตัวเลขออกมาสู่สื่อ ความจริงก็คือ มันมีเมื่อไหร่ล่ะ เม็ดเงินมูลค่ามหาศาลน่ะ
    
        รับมาก็ไม่ใช่จะเต็มเม็ดเงินที่เห็นรายได้เป็นร้อยสองร้อยล้านบาท สยามสปอร์ตฯ แอดวานซ์ก่อนทั้งนั้นแหละ 
   
        ถ้าคิดตัวเลขส่วน "ลงทุน" ของสยามสปอร์ตฯ เพื่อการสร้างภาพลักษณ์ฟุตบอลอาชีพ คุณระวิลงไปสามร้อยล้านบาทกับการขยายสื่อโทรทัศน์สามช่องสถานี  และหากคิดค่าจ้างสยามสปอร์ตฯทำงานออร์แกไนซ์ครบวงจร ใช้สื่อ ใช้บุคลากร ดังที่ทำให้กับสมาคมฯ ก็ต้องจ่ายไม่ต่ำกว่าสี่สิบล้านบาท!
    
        ผมได้กล่าวตั้งแต่ต้นแล้วว่า กลยุทธ์และตัวเลขเม็ดเงินในวิถีธุรกิจแล้ว คู่ทำธุรกิจด้วยกันจะไม่เปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะ เพราะ การ "เปิดไต๋"จะทำให้ ใครก็ตามที่มารับงานต่อ อาจจะทำงานยากขึ้น
     
        ยิ่งเห็นแต่รายรับ ไม่เห็นรายจ่ายเพื่อความคุ้มของสปอนเซอร์ อาจได้ไม่เท่าเสีย
     
        ที่สำคัญที่สุดก็คือการหวังผลประโยชน์เชิงธุรกิจเต็มๆ นั้น สามารถทำได้จริงหรือ?
     
        เป้าหมายมันก็แตกต่าง เริ่มต้นก็แตกต่าง
     
        ห่านที่ออกไข่เป็นทองคำน่ะ..ที่จริงแล้ว ไข่ทองอาจจะแค่การประกอบฉากสร้างมูลค่าก็ได้
      
        ก็เพียงเล่าขานตามประสา จะเชื่อหรือไม่เชื่อ ก็แล้วแต่
      
        การถอนตัวของสยามสปอร์ตฯ ไม่ได้หมายความว่า คนอื่นเจ้าใหม่เข้ามาจะทำไม่ได้นะครับ
      
        อาจทำได้ดีกว่าด้วยซ้ำ
      
        ถ้าหากท่อเงินมาจากอิทธิพลนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพล เถลิงอำนาจยอดครองวิถีฟุตบอลของชาติเบ็ดเสร็จ สั่งบัญชาให้ไหลเทสู่วงการฟุตบอลอาชีพเป็นพันล้าน (มีเงินอยู่แล้ว)
      
        ถ้ามีบริษัทขนาดยักษ์ต่อสู้ทุ่มทุนซื้อลิขสิทธิ์ไทยพรีเมียร์ลีก บิดกันรุนแรงเท่ากับพรีเมียร์ลีกอังกฤษ สร้างมูลค่าลิขสิทธ์ที่สมาคมฯได้เป็นสองพันล้านบาท สโมสรฟุตบอลน้อยใหญ่ได้อานิสงส์ถ้วนหน้า
     
        ..........ก็อนุโมทนาสาธุด้วยจริงๆ
     
        หากอดีตมีไว้เพื่อเหยียบ ขึ้นไปได้รุ่งเรืองกว่าเดิม ใยไม่ยินดีด้วย
    
        แต่เหยียบแล้ว กลับแตกเป็นเสี่ยง พากันตกต่ำ ร่วงไปสู่จุดเดิม
   
        สังคมคงรู้ว่า..ใครเป็นจำเลย
   
        
-ยอดทอง-
คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : ยอดทอง

จำนวนเรื่อง : 215
All post : 1,778
All view : 1,308,741
คอลัมน์ จากปากกายอดทอง

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263