| 08/04/2012 17:34:45 น. |

แล้วในที่สุด "ม้าลายเขียว-ขาว" กลาสโกว์ เซลติก ก็สามารถครองแชมป์สกอตแลนด์ หรือ ไคลด์สเดล แบ๊งค์ พรีเมียร์ลีก ประจำฤดูกาลนี้ไปแบบสบายๆตามความคาดหมาย หลังบุกถล่ม คิลมาร์น็อค 6-0 ถึงสนาม รักบี้ พาร์ค เมื่อ 7 เมษายน 2012

เซลติก กลับมาคว้าแชมป์ลูกหนังแดนวิสกี้หนแรกในรอบ 4 ปี แต่ก็เป็นการครองบัลลังก์สมัยที่ 43 หรือหนที่ 7 หากนับเฉพาะ สกอตติช พรีเมียร์ลีก ซึ่งมีขึ้นในปี 1998 แม้ยังคงห่างไกลกับสถิติการซิวแชมป์สกอตแลนด์มากสุดตลอดกาล 54 สมัย ของ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส เพื่อนร่วมเมือง ที่ล่าสุดรั้งตำแหน่งรองจ่าฝูง แต่ไม่สามารถไล่ เซลติก ได้ทันแน่นอนแล้ว เพราะตามหลังถึง 18 คะแนน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะฝ่ายหลังโดดตัด 10 แต้ม หลังถูกควบคุมกิจการ ตามกฏแล้วหลังจบแมตช์ที่ 33 ลีกจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มๆละ 6 ทีม แข่งต่ออีก 5 นัด แต่นับคะแนนต่อจากเดิม กลุ่มแรกเพื่อหา 1 ทีมตกชั้น ฤดูกาลนี้กลุ่มดังกล่าวคือ คิลมาร์น็อค, อเบอร์ดีน, เซนต์เมียร์เรน, อินเวอร์เนสส์, ฮิเบอร์เนี่ยน กับ ดันเฟิร์มลิน อีกกลุ่มจะแข่งเพื่อหาตำแหน่งแชมป์ รวมถึงอันดับ 2 ที่จะได้เตะ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบคัดเลือก รอบ 3 เหมือนกัน
อย่างนี้มันต้องฉลองกันหน่อย แต่ไม่รู้ว่า สกอตต์ บราวน์ กัปตัน เซลติก จะซัดหมดขวดหรือเปล่า
แต่ เรนเจอร์ส โดนตัดสิทธิ์แข่งขันฟุตบอลสโมสรยุโรปฤดูกาลหน้าทุกรายการ เพราะถูกควบคุมกิจการ ดังนั้นต่อให้ มาเธอร์เวลล์ ที่ล่าสุดอยู่ห่าง เรนเจอร์ส ถึง 9 คะแนน ก็จะได้เตะ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบคัดเลือก รอบ 3 แทน หากสามารถรักษาอันดับไม่ให้ เซนต์จอห์นสโตน, ดันดี ยูไนเต็ด หรือ ฮาร์ทส์ แซงขึ้นมาจนจบฤดูกาล ส่วนอีก 2 อันดับถัดลงไป จะคว้าโควตา ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก รอบคัดเลือก รอบ 3 และรอบคัดเลือก รอบ 2 ตามลำดับ สำหรับ เซลติก สบายใจได้สำหรับผลงานในลีก อย่างสุดท้ายที่ต้องการคือ วิลเลี่ยม ฮิลล์ สกอตติช คัพ ที่ตอนนี้เข้าถึงรอบรองชนะเลิศแล้ว โดยจะเจอ ฮาร์ทส์ ในสนาม แฮมป์เด้น พาร์ค (15 เมษายน) เพื่อพบกับผู้ชนะของคู่ระหว่าง อเบอร์ดีน กับ ฮิเบอร์เนี่ยน (14 เมษายน) รอบชิงฯมีขึ้นวันที่ 19 พฤษภาคม ถ้าซิวแชมป์ได้ เซลติกก็จะเป็นดับเบิ้ลแชมป์ครั้งแรกในรอบ 5 ปี (ฤดูกาล 2006-07 ก็ซิวทั้งลีกกับ สกอตติช คัพ เช่นกัน)
ถึงเวลารื่นเริงสำหรับแฟนบอล เซลติก
น่าเสียดายที่ เซลติก พลาดการซิวทริปเปิ้ลแชมป์ เพราะสามารถผ่านเข้าถึงรอบชิงฯ สกอตติช คอมมิวนิตี้ส์ ลีก คัพ ได้แล้ว แต่กลับพ่าย คิลมาร์น็อค 0-1 เมื่อ 18 มีนาคม แต่ถือว่าฤดูกาล 2011-12 ก็น่าจดจำมากสำหรับพลพรรค "ม้าลายเขียว-ขาว" และเป็นการต่อยอดความสำเร็จในยุคกุนซือ นีล เลนน่อน ฤดูกาลก่อนก็คว้าแชมป์ สกอตติช คัพ ด้วยการถล่ม มาเธอร์เวลล์ 3-0 ในนัดชิงฯ ไม่เสียแรงที่พวกเขาให้โอกาสศิษย์เก่าคนนี้ (ลงเล่นช่วงปี 200007) ได้คุมทัพหนแรกในชีวิตเมื่อปี 2010 โดยเลื่อนขึ้นจากตำแหน่งโค้ชทีมชุดใหญ่ และรับช่วงต่อจาก โทนี่ โมว์เบรย์ สตาฟฟ์ชุดปัจจุบันต่างเป็นลูกหม้อของสโมสรเกือบทั้งหมด เช่น โยฮัน มอลล์บี้ ผู้ช่วยของ เลนน่อน (ลงเล่นช่วงปี 19982004) อลัน ธอมป์สัน โค้ชทีมชุดใหญ่ (200007) แดนนี่ แม็คเกรน โค้ชทีมสำรอง (196787) กับ จอห์น เคนเนดี้ ผู้ช่วยโค้ชทีมชุดอายุต่ำกว่า 17 ปี (19992009)
ได้ฉลองกันเร็วเพราะนำ เรนเจอร์ส อันดับ 2 ห่างถึง 18 คะแนน
ฟอร์มการเล่นของ เซลติก โดดเด่นมาตลอดฤดูกาล นอกจากแมตช์ล่าสุดพวกเขายังเคยถล่ม เซนต์เมียร์เรน 5-0, ฮิเบอร์เนี่ยน 5-0, ดันดี ยูไนเต็ด 5-1, มาเธอร์เวลล์ 4-0, ฮาร์ทส์ 4-0 ช่วง 15 ตุลาคม 2011 ถึง 3 มีนาคม 2012 ไม่พ่ายในลีกรวมกัน 21 นัด จบแบบเกมศูนย์ 21 จาก 33 แมตช์ ซึ่งเป็นผลงานอันเหลือเชื่อของ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ ผู้รักษาประตูวัย 23 ปี ที่ยืมตัวมาจาก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ส่วน แกรี่ ฮูเปอร์ ทำได้ 18 ประตู ครองตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดร่วมกับ จอน เดลี่ย์ ของ ดันดี ยูไนเต็ด ฤดูกาลนี้ เซลติก เสริมทัพหลายคน แต่พวกชื่อชั้นดีอย่าง โมฮัมเหม็ด บ็องกูร่า หัวหอกทีมชาติเซียร์ร่า เลโอน ค่าตัว 2.2 ล้านยูโร (จาก เอไอเค สต็อคโฮล์ม) อิบราฮิม ราบิอู มิดฟิลด์ไนจีเรีย (พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น) และ มิคาเอล ลุสติก นักเตะทีมชาติสวีเดน (โรเซนบอร์ก ทรอนด์ไฮม์) ผลงานแย่ ขณะของถูกเช่น อดัม แม็ทธิวส์ แบ๊กขวาทีมชาติเวลส์ (คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้) โชว์ฟอร์มเยี่ยม
แกรี่ ฮูเปอร์ ดาวซัลโวสูงสุดในขณะนี้ของลีกแดนวิสกี้
ขุนพล "ม้าลายเขียว-ขาว" ชุดนี้ เชื่อว่าหลายท่านอาจเคยคุ้นชื่ออยู่บ้าง เช่น เกล็นน์ ลูเฟ่นส์ เซนเตอร์แบ๊กเลือดดัตช์ กับ โจ เล็ดลี่ย์ ปีกซ้ายทีมชาติเวลส์ เคยอยู่ คาร์ดิฟฟ์, ชา ดู รี อดีตแข้งเกาหลีใต้ของ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต, จอร์จิออส ซามาราส หัวหอกทีมชาติกรีซ, แอนโธนี่ สโต๊คส์, 2 แข้งทีมชาติสกอตแลนด์คือ คริส คอมมอนส์ กับ ชาร์ลี มัลกริว แบ๊กซ้าย ต่างเป็นศิษย์เก่าของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ซันเดอร์แลนด์, สโต๊ค ซิตี้ และ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ตามลำดับ แต่นักเตะหลักอีกครึ่งยังเป็นพวกไม่ค่อยดังนักเช่น เจมส์ ฟอร์เรสต์ ปีกขวาทีมชาติสกอตแลนด์, โธมัส ร็อกเน่ เซนเตอร์แบ๊กทีมชาตินอร์เวย์, กี ซุง ยอง มิดฟิลด์ทีมชาติเกาหลีใต้ กับ วิคเตอร์ วันยาม่า ผู้เล่นเคนยา แต่อย่าประมาทโนเนมอย่างพวกเขา เพราะ เลนน่อน ก็เคยเป็นนักเตะจาก เลสเตอร์ ซิตี้ แต่ช่วยให้ เซลติก ซิวรองแชมป์ ยูฟ่า คัพ 2003 ชนิด เอฟซี ปอร์โต้ ของ โชเซ่ มูรินโญ่ ชนะแบบหืดจับมาแล้ว และไม่แน่ว่า เลนน่อน อาจพาทีม "ม้าลายเขียว-ขาว" กลับมาสู่ความยิ่งใหญ่ในเวทียุโรปอีกครั้งก็เป็นได้...
พลาดโอกาสคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ เพราะแพ้ คิลมาร์น็อค ตอนชิงฯ สกอตติช คอมมิวนิตี้ส์ ลีก คัพ ด้วยประตูนี้

| Recommend on Google |