คอลัมน์ : 27 ปี สยามกีฬา โดย.. ทีมงานสยามกีฬา
ปริม อินทวงศ์ มือเซตอัจฉริยะ ลูกยางทีมชาติไทย
05/04/2012 14:58:04 น.

ย้อนไป 25 ปีก่อน ในปี 2530 ก่อนที่ ปริม อินทวงศ์ หรือ เจน จะได้ฉายา “มือเซตอัจฉริยะ” สาวจากเชียงรายคนนี้ ร่วมทีมมาแข่งขันวอลเลย์บอลในระดับเยาวชน 14 ปี พาวเวอร์ทัวร์นาเม้น์ รอบชิงแชมป์ประเทศไทย ในตำแหน่ง ตัวตี ด้วยความสามารถของสาวร่างเล็กคนนี้

        สโมสรไทยน้ำทิพย์ ซึ่งโด่งดังในยุคนั้นจึงคว้าเธอเข้าสังกัด ช่วงนั้นมือเซตทีมชาติมือ 1 เป็น บุษราคัม จำเนียรกุล ได้รับบาดเจ็บบ่อยครั้ง ทีมชาติไทยจึงมองหาตัวแทน ซึ่ง กิตติศักดิ์ ขันทอง เฮดโค้ชทีมชาติ จึงจับ ปริม อินทวงศ์ มาติวเข้มเป็นมือเซต ด้วยมองถึงความสามารถและเป็นบอล ถนัดซ้าย ที่มีโอกาสเล่นจังหวะสองเก็บแต้ม จึงปั้นเธอขึ้นมาและไม่ผิดหวัง เมื่อเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์ทีมวอลเลย์บอลหญิง ที่คว้าเหรียญทองกีฬาซีเกมส์ ที่ประเทศมาเลเซีย ปี 2532 เป็นเหรียญทองแรกของทีมลูกยางสาวไทย

 
        จากนั้นมาชื่อของ ปริม อินทวงศ์ อยู่เคียงคู่กับทีมชาติไทยมาโดยตลอด 14 ปีที่เธอโลดแล่นบนพื้นยาง ในเวทีระดับนานาชาติ ถ้าเป็นทีมชาติชุดใหญ่ต้องมีชื่อเธอติดเป็นคนแรก ตำแหน่งมือเซตยอดเยี่ยมในทัวร์นาเม้นท์ต่างๆ เธอคว้ามาได้มากมาย วงการลูกยางเอเชียรู้จักเธอดี แม้เมื่อถึงเวลาที่ต้องถอดสนับเข่าอำลาทีมชาติ สมาคมวอลเลย์บอลต้องขอเธอกลับมาช่วย ด้วยความที่ยังไม่มีใครมาแทนที่เธอได้ ก่อนที่จะสร้าง นุศรา ต้อมคำ มาเป็นตัวแทนสืบทอดทายาทมือเซตทีมชาติต่อจากเธอ


         สำหรับ ปริม อินทวงศ์ เกิดเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2513 เป็นชาวจังหวัดเชียงราย ปัจจุบันทำงานอยู่ที่บริษัทวิทยุการบิน เริ่มเล่นกีฬาวอลเลย์บอลมาตั้งแต่เด็ก จนกระทั่งติดทีมชาติและมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักของทั้งคนในแวดวงกีฬาและคนทั่วไป ไม่ว่าจะในยุคสมัยที่เธอยังเป็นนักกีฬาทีมชาติ หรือยุคปัจจุบัน และไม่ว่าจะไปแห่งหนไหนก็มีควานให้ความสนใจ เพราะเธอไม่ใช่แค่อดีตทีมชาติที่เลิกเล่นแล้วก็ห่างหายไปจากวงการ หากแต่เธอยังคลุกคลีและพยายามผลักดันให้เกิดการแข่งขันวอลเลย์บอลโดยเฉพาะในระดับประถม ซึ่งถือเป็นรากหญ้าที่จะพัฒนาไปสู่การเป็นนักกีฬาทีมชาติไทย 

 
        "ช่วงที่เล่นเริ่มมีชื่อในหนังสือพิมพ์ ตอนอายุ 14 ปี ซึ่งเป็นตัวแทนภาคเหนือเข้ามาแข่งขันรอบสุดท้าย รายการพาวเวอร์ทัวร์นาเม้นท์ นั่นคือครั้งแรกที่มีชื่อในสยามกีฬา ซึ่งเป็นสื่อสิงพิมพ์ที่คลุกคลีกับแวดวงกีฬาค่อนข้างมาก จากนั้นก็มีชื่อในหนังสือพิมพ์เรื่อยมา อาจจะเป็นโชคดีของตัวเองที่พี่นักข่าวให้ความเอ็นดู ตอนนั้นคนรู้จักมากขึ้น จะเห็นได้เลยว่าคนที่มาดูกีฬาเขาจะถือหนังสือพิมพ์ติดมือกันคนละฉบับ เรียกว่าเขียนกันละเอียดมาก ชนิดที่ว่าใครไม่ได้มาดูอ่านหนังสือพิพม์แล้วสามารถจิตนาการได้เลย ช่วงที่เป็นนักกีฬาไปไหนมาไหนก็มีคนรู้จัก สมัยก่อนไม่มีทีวีเอาไมค์มาจ่อปาก คนรู้จักเราจากหนังสือพิมพ์โดยเฉพาะสยามกีฬา"

 
        "ถ้าพูดถึงแวดวงกีฬาไทยปัจจุบันโดยรวมพัฒนาไปในทางที่ดี ทันสมัย มีวิทยาศาสตร์กีฬาเข้ามาช่วย ทำให้ทุกอย่างเพอร์เฟกซ์ ไม่เหมือนสมัยก่อน ที่มีแต่โค้ชกับนักกีฬา ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าพูดในแง่ความสัมพันธ์ระหว่างนักข่าวกับนักกีฬา ชอบสมัยก่อนมากกว่า อยากให้วงการพัฒนา ขณะเดียวกันก็อยากให้ความสัมพันธ์เป็นเหมือนแต่ก่อน"

 
        "ขอแสดงความยินดีกับสยามกีฬา ซึ่งถือเป็นองค์กรที่มีคงามแข็งแกร่ง เพราะไม่งั้นคงยืนอยู่จนทุกวันนี้ไม่ได้ ดีใจแทนคุณระวิ โหลทอง ที่มีนักข่าวซึ่งมีจิญวิญญาณของการเป็นผู้สื่อข่าว อันนี้สัมผัสได้ด้วยตนเองจากนักข่าวรุ่นหลัง คนกลุ่มนี้ทำงานด้วยจิญวิญญาณ ไม่ใช่แค่ทำงานเพราะว่าได้ชื่อเป็นนักข่าว"
คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : ทีมงานสยามกีฬา

จำนวนเรื่อง : 582
All post : 369
All view : 1,079,368
คอลัมน์ 27 ปี สยามกีฬา

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263