
จะปฏิเสธไม่ได้ว่าการเข้ามาของ ''วินนี่'' วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือโปรไฟล์หรู แถมพกเอาประสบการณ์ล้นปรี่มาจากทั่วโลก จะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนารูปแบบการเล่นของ ฟุตบอลไทยให้มีขีดความสามารถของฝีเท้าที่สูงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว
สังเกตเห็นได้จากฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย กลุ่ม ดี 6 นัดที่ผ่านมา ขุนพล ''ช้างศึก'' พลิกบทบาทจากทีมรองบ่อน ก้าวกระโดดสู้กับทีมบิ๊กเนมอย่าง ออสเตรเลีย, ซาอุดีอาระเบีย ที่ไปฟุตบอลโลกมาแล้วหลายสมัย และโอมานที่ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ เก็บมาได้ 4 แต้ม
แถมมีลุ้นเข้ารอบ 10 ทีมสุดท้าย แต่เราก็ไปไม่ถึงดวงดาวด้วยปัญหานำมาที่การเตรียมทีม ซึ่งสแกนแล้วว่าเข้าขั้นห่วยแตกจริงๆ แต่หากจะฟื้นฝอยหาตะเข็บ ว่าความผิดพลาดมันเกิดจากตรงไหน ในห้วงเวลาที่ไม่สามารถแก้ไขเรื่องราวในอดีตได้ ก็ป่วยการที่จะเก็บมาคิด
หลังจบฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกระแสจากสื่อมวลชนและโลกไซเบอร์กระเพื่อมหนัก กระแทกกดดันให้สมาคมฟุตบอลฯ ต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อคอนโทรลและเอาอยู่ให้ได้ ว่าแล้วเมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลฯ ''บังยี''วรวีร์ มะกูดี ประมุขลูกหนังไทย ตั้งโต๊ะแถลงข่าวออกสื่อ ถึงเรื่องการเตรียมทีมชาติไทยในอนาคต ท่ามกลางสื่อมวลชนทุกแขนงที่เข้ามารอรับฟังอย่างใจจดใจจ่อ
โดยนายหัวสมาคมฟุตบอลฯ ชี้แจงวงการฟุตบอลไทยศกหน้า เน้นไปที่การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงคณะทำงานของทีมชาติไทยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งยังวางเป้าในการทำทีมชาติไทยทัวร์นาเมนต์ที่เหลือไม่ว่าจะชุดเยาวชน 16, 19, 22 ปี ที่รอลงแข่ง ก็ต้องนัดพบกับความสำเร็จด้วย
ขณะเดียวกันทีมชาติไทยชุดใหญ่ภายใต้การทำงานของ ''วินนี่'' วินฟรีด เชเฟอร์ ซึ่งตอนแรกยังคลุมเครือว่าจะอยู่หรือไป ภายหลังจากที่ต้องผจญกับการบริหารงานที่ไม่มีความเป็นมืออาชีพ แต่ทว่าด้วยแรงใจจากทางเฟซบุ๊กของแฟนบอลชาวไทยที่เจ้าตัวบอกว่า หลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย
อีกทั้งเจ้าตัวยังเผยใจอีกว่าการได้ทำงานให้กับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เสมือนได้ทำงานสนองใต้เบื้องพระยุคลบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงยอมใจอ่อนตกปากรับคำทำงานต่อไป
พร้อมกับลืมฝันร้ายจากฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก ที่จอดเพียงรอบสามเท่านั้น ''ระยะเวลาที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยมา 7-8 เดือนต้องยอมรับว่าตนเองชื่นชอบ คนไทยมาก อีกทั้งประทับใจกับวัฒนธรรมของประเทศไทย และด้วยคำว่า ''สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์'' นี่แหละที่อยากจะทำงานสนองใต้เบื้องยุคลบาทของ ''ในหลวง'' ให้ดีที่สุด''
''แต่เหนือสิ่งอื่นใดการกลับมาทำงานครั้งนี้ของตัวเอง ก็ยังหวังว่าอยากจะให้เห็นการเปลี่ยนแปลงในวงการฟุตบอลไทย ไปในทิศทางการเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น เริ่มต้นทำงานกันตั้งแต่เดี๋ยวนี้ โดยเน้นไปที่ฐานรากก่อน นั่นก็คือฟุตบอลเยาวชน''
''ขณะเดียวกันในชุดเยาวชน 19 ปี ซึ่งตอนนี้ยังเป็นสุญญากาศอยู่ ซึ่งมีแผนที่จะหาโค้ชมาทำงานให้ ซึ่งตอนนี้ยังเปิดเผยไม่ได้ว่าเป็นใคร เพราะเขาก็ยังมีสัญญาอยู่กับต้นสังกัดเดิม แต่การันตีได้เลยว่าเขาคือคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่พร้อมจะทุ่มเทให้กับการทำงานกับทีมชาติไทยอยู่ตลอดเต็มที่''
ในขณะที่ภารกิจต่อไปของกุนซือทีมชาติไทยรายนี้เจ้าตัวยืนยันว่าจะเดินทางออกไปหานักเตะจากทั่วประเทศมาเสริมทัพ ก่อนลุย ''เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ'' ซึ่งจะแข่งขันช่วงปลายปีนี้ ''เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ที่เราจะเล่นในปลายปีนี้ ตนวางเป้าจะไว้ว่าจะหาทีมที่มีความฟิต และเอานักเตะที่อยากเล่นไปเล่นเท่านั้นเพื่อที่จะไม่ทำให้ทุกๆ อย่างกลับไปสู่วงจรเดิมๆ อีกครั้ง การจะคว้าแชมป์หรือไม่ตนคงต้องขอความร่วมมือกับทุกๆ ฝ่ายด้วย เพราะหากมีการเตรียมทีมที่ดี ทุกๆ อย่างจะออกมาดีอย่างแน่นอน'' วินนี่กล่าวทิ้งท้าย
ว่ากันว่าลักษณะนิสัยของคนเยอรมัน คือเป็นคนจริงจัง ทำอะไรก็ต้องให้ถูกต้อง ถูกกฎระเบียบ ไม่ชอบคนคดโกง สุขุมเยือกเย็น ดุดัน เฉียบขาด เช่นเดียวกับ ''วินนี่'' วินฟรีด เชเฟอร์ ซึ่งมีสายเลือด ''ด๊อยท์ช'' เต็มตัว ทว่าองค์ประกอบที่ดีของเขาเพียงคนเดียว ก็มิอาจจะนำรัฐนาวาองค์กรลูกหนังไทยสู่เป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ได้ ถ้าทั้งองคาพยพไม่ทำงานร่วมกันด้วยความเป็นมืออาชีพ
เชนชิโร่
คอลัมน์อื่น ๆ