คอลัมน์ : สกู๊ปพิเศษ จาก...สยามกีฬา โดย.. เชนชิโร่
เฟซบุ๊กสื่อรัก!! วินนี่ วินฟรีด เชเฟอร์ ปฏิวัติใหม่พาบอลไทยก้าวข้ามฝันร้าย
07/03/2012 12:14:09 น.


      
      จะปฏิเสธไม่ได้ว่าการเข้ามาของ  ''วินนี่'' วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือโปรไฟล์หรู   แถมพกเอาประสบการณ์ล้นปรี่มาจากทั่วโลก จะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนารูปแบบการเล่นของ ฟุตบอลไทยให้มีขีดความสามารถของฝีเท้าที่สูงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว   

     สังเกตเห็นได้จากฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย  กลุ่ม ดี  6 นัดที่ผ่านมา ขุนพล ''ช้างศึก'' พลิกบทบาทจากทีมรองบ่อน ก้าวกระโดดสู้กับทีมบิ๊กเนมอย่าง  ออสเตรเลีย, ซาอุดีอาระเบีย ที่ไปฟุตบอลโลกมาแล้วหลายสมัย  และโอมานที่ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ เก็บมาได้  4  แต้ม

       แถมมีลุ้นเข้ารอบ 10 ทีมสุดท้าย แต่เราก็ไปไม่ถึงดวงดาวด้วยปัญหานำมาที่การเตรียมทีม ซึ่งสแกนแล้วว่าเข้าขั้นห่วยแตกจริงๆ แต่หากจะฟื้นฝอยหาตะเข็บ ว่าความผิดพลาดมันเกิดจากตรงไหน ในห้วงเวลาที่ไม่สามารถแก้ไขเรื่องราวในอดีตได้ ก็ป่วยการที่จะเก็บมาคิด 

     หลังจบฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกระแสจากสื่อมวลชนและโลกไซเบอร์กระเพื่อมหนัก กระแทกกดดันให้สมาคมฟุตบอลฯ ต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อคอนโทรลและเอาอยู่ให้ได้  ว่าแล้วเมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลฯ ''บังยี''วรวีร์  มะกูดี ประมุขลูกหนังไทย ตั้งโต๊ะแถลงข่าวออกสื่อ ถึงเรื่องการเตรียมทีมชาติไทยในอนาคต ท่ามกลางสื่อมวลชนทุกแขนงที่เข้ามารอรับฟังอย่างใจจดใจจ่อ 

     โดยนายหัวสมาคมฟุตบอลฯ ชี้แจงวงการฟุตบอลไทยศกหน้า เน้นไปที่การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงคณะทำงานของทีมชาติไทยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งยังวางเป้าในการทำทีมชาติไทยทัวร์นาเมนต์ที่เหลือไม่ว่าจะชุดเยาวชน 16, 19, 22  ปี ที่รอลงแข่ง ก็ต้องนัดพบกับความสำเร็จด้วย 

     ขณะเดียวกันทีมชาติไทยชุดใหญ่ภายใต้การทำงานของ ''วินนี่'' วินฟรีด เชเฟอร์    ซึ่งตอนแรกยังคลุมเครือว่าจะอยู่หรือไป ภายหลังจากที่ต้องผจญกับการบริหารงานที่ไม่มีความเป็นมืออาชีพ  แต่ทว่าด้วยแรงใจจากทางเฟซบุ๊กของแฟนบอลชาวไทยที่เจ้าตัวบอกว่า หลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย

     อีกทั้งเจ้าตัวยังเผยใจอีกว่าการได้ทำงานให้กับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์  เสมือนได้ทำงานสนองใต้เบื้องพระยุคลบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงยอมใจอ่อนตกปากรับคำทำงานต่อไป 

     พร้อมกับลืมฝันร้ายจากฟุตบอลโลก 2014  รอบคัดเลือก ที่จอดเพียงรอบสามเท่านั้น  ''ระยะเวลาที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยมา 7-8  เดือนต้องยอมรับว่าตนเองชื่นชอบ คนไทยมาก อีกทั้งประทับใจกับวัฒนธรรมของประเทศไทย  และด้วยคำว่า  ''สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์'' นี่แหละที่อยากจะทำงานสนองใต้เบื้องยุคลบาทของ ''ในหลวง'' ให้ดีที่สุด'' 

      ''แต่เหนือสิ่งอื่นใดการกลับมาทำงานครั้งนี้ของตัวเอง  ก็ยังหวังว่าอยากจะให้เห็นการเปลี่ยนแปลงในวงการฟุตบอลไทย ไปในทิศทางการเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น เริ่มต้นทำงานกันตั้งแต่เดี๋ยวนี้  โดยเน้นไปที่ฐานรากก่อน  นั่นก็คือฟุตบอลเยาวชน'' 

      ''ขณะเดียวกันในชุดเยาวชน 19  ปี ซึ่งตอนนี้ยังเป็นสุญญากาศอยู่  ซึ่งมีแผนที่จะหาโค้ชมาทำงานให้ ซึ่งตอนนี้ยังเปิดเผยไม่ได้ว่าเป็นใคร  เพราะเขาก็ยังมีสัญญาอยู่กับต้นสังกัดเดิม  แต่การันตีได้เลยว่าเขาคือคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่พร้อมจะทุ่มเทให้กับการทำงานกับทีมชาติไทยอยู่ตลอดเต็มที่'' 

      ในขณะที่ภารกิจต่อไปของกุนซือทีมชาติไทยรายนี้เจ้าตัวยืนยันว่าจะเดินทางออกไปหานักเตะจากทั่วประเทศมาเสริมทัพ ก่อนลุย ''เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ''  ซึ่งจะแข่งขันช่วงปลายปีนี้  ''เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ที่เราจะเล่นในปลายปีนี้ ตนวางเป้าจะไว้ว่าจะหาทีมที่มีความฟิต และเอานักเตะที่อยากเล่นไปเล่นเท่านั้นเพื่อที่จะไม่ทำให้ทุกๆ อย่างกลับไปสู่วงจรเดิมๆ อีกครั้ง การจะคว้าแชมป์หรือไม่ตนคงต้องขอความร่วมมือกับทุกๆ ฝ่ายด้วย เพราะหากมีการเตรียมทีมที่ดี ทุกๆ อย่างจะออกมาดีอย่างแน่นอน'' วินนี่กล่าวทิ้งท้าย 

     ว่ากันว่าลักษณะนิสัยของคนเยอรมัน คือเป็นคนจริงจัง ทำอะไรก็ต้องให้ถูกต้อง ถูกกฎระเบียบ ไม่ชอบคนคดโกง สุขุมเยือกเย็น  ดุดัน เฉียบขาด  เช่นเดียวกับ ''วินนี่'' วินฟรีด เชเฟอร์ ซึ่งมีสายเลือด ''ด๊อยท์ช''  เต็มตัว ทว่าองค์ประกอบที่ดีของเขาเพียงคนเดียว ก็มิอาจจะนำรัฐนาวาองค์กรลูกหนังไทยสู่เป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ได้   ถ้าทั้งองคาพยพไม่ทำงานร่วมกันด้วยความเป็นมืออาชีพ 

        เชนชิโร่  
คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : เชนชิโร่

จำนวนเรื่อง : 19
All post : 2
All view : 18,929
คอลัมน์ สกู๊ปพิเศษ จาก...สยามกีฬา

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263