| 05/03/2012 17:40:23 น. |

มีความคิดเห็นหลากหลายในเรื่องที่ เชลซี การปลด อันเดร วิลลาช-โบอาช กุนซือชาวโปรตุกีส มีทั้งพวกเห็นด้วยเนื่องจากผลงานช่วงหลังห่วยจริง แต่บางพวกก็คิดว่าการเปลี่ยนโค้ชไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา เพราะควรให้เวลาเขามีโอกาสยกเครื่อง และสร้างทีมใหม่มากกว่า
ตอนนี้มีแต่คนคิดถึง มูรินโญ่ และความสำเร็จเมื่อวันวานของ เชลซี
12 ปีที่ผ่านมา "สิงโตน้ำเงินคราม" ใช้กุนซือ 11 คน เริ่มจากปลด จานลูก้า วิอัลลี่ ผู้พาสโมสรคว้า 5 แชมป์ เมื่อเดือนกันยายน 2000 หลังจากให้ เกรแฮม ริกซ์ คุมทัพชั่วคราว และ เคลาดิโอ รานิเอรี่ รับช่วงต่อ ก็ยังจบฤดูกาลนั้นด้วยอันดับ 6 แถมในยุคเทรนเนอร์อิตาเลียน เชลซี ไม่เคยเป็นแชมป์อะไรเลย จน โชเซ่ มูรินโญ่ มาสานต่อในปี 2004 โค้ชชาวโปรตุกีสพาสโมสรซิว 6 แขมป์ รวมถึงแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัยซ้อน (2005-06) แต่พอไม่เป็นที่พอใจของ โรมัน อบราโมวิช เจ้าของสโมสรเชื้อสายรัสเซียน เขาก็โดนปลดในเดือนกันยายน 2007 อัฟราม แกร้นท์ เข้ามาแทน แม้ได้รองแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, พรีเมียร์ลีก กับ ลีก คัพ เชลซี กลับไม่ให้โอกาสทำงานต่อ แต่ไปเลือก หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ อดีตกุนซือทีมชาติบราซิล ชุดแชมป์โลก ผลคือต้องไล่ออกหลังร่วมกันงานแค่ 7 เดือน และ กุส ฮิดดิ้งค์ เข้ามารักษาการจนจบฤดูกาล 2008-09
เหยื่อรายใหม่ในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์
กุนซือชาวดัตช์ช่วย เชลซี ซิวแชมป์ เอฟเอ คัพ แต่หลังจากนั้นสโมสรเลือก คาร์โล อันเชล็อตติ มาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ แม้ว่าสามารถพา "สิงโตน้ำเงินคราม" ซิว 3 แชมป์ รวมถึงแชมป์พรีเมียร์ลีก 2010 อย่างไรก็ตาม อบราโมวิช ให้โอกาสเขาคุมทัพแค่จบฤดูกาล 2010-11 และไปดึง วิลลาช-โบอาช มาจาก เอฟซี ปอร์โต้ หลังซิว 4 แชมป์ภายในฤดูกาลเดียว เหมือนครั้งหนึ่งเคยทำแบบนี้แล้วได้ มูรินโญ่ มาช่วยสโมสรประสบความสำเร็จ แต่โค้ชคนใหม่จากโปรตุเกส มีโอกาสคุมทัพ 8 เดือน 40 เกม ชนะ 19 เสมอ 11 พ่าย 10 ผลต่างประตู 69-43 หรือพาทีมคว้าชัย 47.5 เปอร์เซนต์ กุนซือวัย 34 ปี เหมือนแพ้ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 2 เด้ง เริ่มจากตกงานหลังโดนทีมนี้เชือด 1-0 เพียงวันเดียว แถมคนที่ได้คุมทัพแทนคือ โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ มือขวา วิลลาช-โบอาช ชาวอิตาเลียน วัย 41 ปี ผู้เคยเป็นโค้ช เวสต์บรอมวิช มาก่อนนั่นเอง
คนซ้ายโดนไล่ออก ส่วนคนขวาได้คุมทีมแทน
ปลดกุนซือไปแล้ว แต่ปัญหายังไม่จบ อบราโมวิช เคยจ่าย ปอร์โต้ 13.3 ล้านปอนด์ (ราว 635 ล้านบาท) เพื่อเป็นค่ายกเลิกสัญญา วิลลาช-โบอาช ก่อนดึงมาร่วมกันด้วยสัญญา 3 ปี ค่าจ้างรวม 15 ล้านปอนด์ (ราว 716 ล้านบาท) แต่ตอนนี้ยังไม่รู้จะเสียค่าชดเชยเท่าไหร่ ถ้าจ้างโค้ชใหม่ ก็ไม่รู้ว่า อบราโมวิช ต้องเสียเงินมากเพียงใด และเหลือให้ผู้จัดการทีมรายนั้นไว้ซื้อแข้งใหม่มากน้อยแค่ไหน เขาเคยให้ วิลลาช-โบอาช ไปจับจ่ายเพื่อเสริมทัพ 82 ล้านปอนด์ (ราว 3,914 ล้านบาท) มากสุดเป็นอันดับ 2 ของพรีเมียร์ลีก ถัดจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่จ่ายแพงกว่านี้แค่ 1.5 ล้านปอนด์ (ราว 71.6 ล้านบาท) แต่พวกเขาสามารถเก็บคะแนนได้มากกว่า เชลซี 20 แต้ม และหากคว้าโควตาไปเตะ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้าไม่สำเร็จ เงินที่ควรได้ ก็จะหายไปอีก นั่นหมายถึงกว่า เชลซี คงต้องจ่ายอีกเยอะหากหวังประสบความสำเร็จกับกุนซือคนใหม่ในฤดูกาลหน้า
ถึงเวลาไม่มีใครยกมือรับว่าเป็นสาเหตุของความวุ่นวาย แต่การดร็อป แลมพาร์ด กลับมีผลถึงตำแหน่งโค้ช
ส่วนฤดูกาลนี้ ดูเหมือนไม่สนใจอะไรแล้ว การตั้ง ดิ มัตเตโอ อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติอิตาลี ของ เชลซี แต่ไม่มีประสบการณ์ในการคุมทีมใหญ่ คงไม่ช่วยให้สโมสรมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น แค่ช่วยลดความกดดันภายในห้องแต่งตัวลงได้เท่านั้น แต่สาเหตุของปัญหาอีกหลายอย่างก็ยังคงอยู่ ประเด็นหนึ่งที่มีการพูดถึงกันมาก คือซูเปอร์สตาร์หลายรายไม่พอใจ วิลลาช-โบอาช หนึ่งในนั้นชื่อ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ซึ่งโดนดร็อปเป็นสำรองเพราะฟอร์มตก ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามข่าวลือว่านักเตะต่างรวมหัวเล่นไล่โค้ช ต่อไปหากพวกเขาไม่พอใจเจ้านายคนใหม่ ก็อาจมีโอกาสทำแบบนี้อีก หาก เชลซี เลือกเข้าข้างซูเปอร์สตาร์เหล่านี้ กุนซือคนต่อไปจึงไม่ควรขัดใจพวกเขา ต้องเล่นในสไตล์ที่กลุ่มนี้ชอบ หรือให้เป็นตัวจริง แม้ฟอร์มตก อายุเยอะ หรือไม่ใช่อนาคตของทีม คนที่เหล่าซูเปอร์สตาร์ใน เชลซี ชื่นชอบ อาจเป็น มูรินโญ่ แต่มีโอกาสน้อยกับการลาออกจาก เรอัล มาดริด เพื่อกลับมารับงานในค่ายเก่า ซึ่งครั้งหนึ่งเคยปลดเขาแบบไม่เห็นค่า
ยามรัก ทั้งคู่อาจยิ้มให้กัน พอถึงยามชัง ต่างคนต่างอยู่ แค่จ่ายเงินให้ก็พอแล้ว
ตัวเต็งอีกรายคือ ราฟาเอล เบนิเตซ ผู้เคยมีชะตากรรมไม่ต่างจาก วิลลาช-โบอาช เท่าไหร่ เพราะเคยโดนไล่ออกเพราะไม่สามารถทำผลงานตามที่สโมสรต้องการ ส่วนถ้ามาจริง จะปรับตัวเข้ากับซูเปอร์สตาร์ของ เชลซี หรือไม่ นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่มั่นใจได้อย่างไรว่า อบราโมวิช ไม่ปลดเขาก่อนเวลาอันควร ต่อไปคำพูดของมหาเศรษฐีชาวรัสเซียนสามารถเชื่อถือได้แค่ไหน เพราะก่อนหน้านี้เขาเคยปกป้อง วิลลาช-โบอาช มาตลอด ถึงแม้ผู้บริหารรายอื่นอยากให้ปลดกุนซือโปรตุกีสตั้งนานแล้ว หลายฝ่ายเข้าใจว่าทำไม อบราโมวิช ไม่เปลี่ยนโค้ช เพราะเป็นคนโปรดของเขาตั้งแต่สมัยทำงานร่วมกับ มูรินโญ่ ในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ยิ่งมั่นใจขึ้นอีกเมื่อฤดูกาลก่อน วิลลาช-โบอาช ถูกยกย่องให้เป็นกุนซือรุ่นใหม่ผู้มีอนาคตสดใสมากสุดของยุโรป และถ้าปลดเร็วเกินไป เหมือนเป็นการยอมรับว่าเขาคิดผิดที่เอาโค้ชรายนี้มาแทน อันเชล็อตติ ซึ่งไม่ได้มีผลงานเลวร้ายอะไรเลย
แม้แต่นักเตะที่ วิลลาช-โบอาช ซื้อมาเอง ถึงเวลาก็ช่วยอะไรไม่ได้
แต่ วิลลาช-โบอาช ไม่ใช่คนโปรดของนักเตะ เพราะหลายรายอายุไล่เลี่ยกัน ไม่เคยมีบารมีถึงขนาดทำให้แข้งรุ่นเก๋าๆผู้เคยประสบความสำเร็จมากกว่าตัวกุนซือ เชื่อฝีมือได้ว่ามีดีมากพอจะทำให้พวกเขากลับมาคว้าแชมป์อีก เมื่อเสียการปกครอง การทำงานก็ยิ่งลำบากขึ้น แถมโชคร้ายด้วยที่ผลการแข่งขันหลายนัดไม่เป็นใจ แม้แต่นักเตะใหม่ซึ่งไม่น่าจะเป็นพวกเดียวกับ แลมพาร์ด ก็มาฟอร์มตกพร้อมกันอีกต่างหาก ถึง วิลลาช-โบอาช พูดได้หลายภาษา แต่กลับขาดทักษะในการสื่อสารกับลูกทีม การปล่อยให้ใครก็ตามแสดงทีท่าชัดเจนอยู่เรื่อยๆว่าไม่ต้องการเขาเป็นโค้ช คือความผิดพลาดขั้นร้ายแรง เจ้าตัวอาจประสบความสำเร็จในอาชีพโค้ชตั้งแต่อายุน้อย แต่ขาดประสบการณ์ในการทำงานกับซูเปอร์สตาร์ หรืออยู่ในสโมสรที่มีความกดดันสูง เชลซี ตอนนี้ไม่ได้ต้องการแค่ตำแหน่งแชมป์ แต่รวมถึงผู้นำที่มีความสามารถ และประสบการณ์สูง แถมมีอำนาจเด็ดขาด
เหนือสิ่งอื่นใด เชลซี ต้องการเจ้าของที่มีวิสัยทัศน์ สามารถต้านแรงเสียดทานต่างๆ เพื่อให้โอกาสกุนซือของตนมีเวลาทำงานมากพอ ไม่ใช่มีแค่เงิน กับความคิดว่ามันช่วยให้เราทำทุกอย่างตามใจชอบ เพราะเงินไม่อาจซื้อความสำเร็จ แต่มันสามารถทำลายคุณค่าของคนได้เสมอ

| Recommend on Google |