
2 สัปดาห์หลังจากวิตาลี่ คลิทช์โก้ ป้องกันเข็มขัดแชมป์สภามวยโลก (ดับเบิ้ลยูบีซี) ท่ามกลางเหตุการณ์วุ่นวายทั้งก่อน และหลังการชก วลาดิเมียร์ คลิทช์โก้ น้องชายของเขาจัดการสยบข่าวอื้อฉาวด้วยการถลุง ฌอง-มาร์ค มอร์เม็ค นักมวยชาวฝรั่งเศส ฉลองการชนะน็อกเอาต์เป็นครั้งที่ 50 ในการชกอาชีพ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
นักชกเลือดยูเครน เผด็จศึกด้วยการออกหมัดชุดทะลวงการ์ด ก่อนจะยิงหมัดซ้ายเข้าเต็มหน้าของมอร์เม็ค จนร่วงลงไปนับเป็นครั้งที่ 2 ในค่ำคืนนี้ ถึงจะลุกขึ้นมาได้ แต่ไม่สามารถทรงตัวได้เหมือนปกติทำให้หลุยส์ ปาปอน กรรมการห้ามบนเวทีตัดสินใจโบกมือเป็นสัญญาณยุติการชกด้วยเวลา 1.12 นาทีของยกที่ 4
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้คลิทช์โก้ ที่ครองแชมป์ของสมาคมมวยโลก (ดับเบิ้ลยูบีเอ), สหพันธ์มวยนานาชาติ (ไอบีเอฟ และองค์กรมวยโลก (ดับเบิ้ลยูบีโอ) มีสถิติชนะ 18 แพ้ 2 ในการชกไฟต์ที่มีเข็มขัดแชมป์เป็นเดิมพัน และขึ้นมารั้งอันดับ 4 ของนักมวยที่ชนะมากที่สุดในการชิงแชมป์รุ่นเฮฟวี่เวตรองจากเหล่าตำนาน โจ หลุยส์ (26), โมฮัมเหม็ด อาลี (22) และแลร์รี่ โฮลม์ส (21)
ตลอดการชก 4 ยก มอร์เม็ค อดีตแชมป์รุ่นครุยเซอร์เวตของดับเบิ้ลยูบีเอ และดับเบิ้ลยูบีซี แทบจะไม่ได้ทำอะไรให้ฝ่ายแชมป์ต้องระคายเคือง ต่อยเข้าเป้าเพียง 3 ครั้งจากการออกหมัด 19 ครั้ง โดยมีหมัดแย็บเพียงครั้งเดียว ขณะที่คลิทช์โก้ ทำได้สมฉายา "ไอ้ค้อนเหล็ก" ออกหมัดเข้าเป้า 39 ครั้งจาก 135 ครั้ง
"ผมคิดว่าเกิดจากที่ผมกับเอ็มมานูเอล สจ๊วร์ต (เทรนเนอร์ประจำตัว) เตรียมแผนการมาดี" แชมป์โลกวัย 35 ปี ให้ความเห็นหลังจากเขามีสถิติรวมเป็นชนะ 57 ครั้ง และแพ้ 3 ครั้ง "มันเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องเล่นงานเขาให้ได้ในช่วง 2 ยกแรก ถึงจะมีการเข้ากอดอยู่พอสมควร แต่สิ่งสำคัญคือต้องไม่ถอยหนี เพราะฌอง-มาร์ก ตัวเล็กกว่า เขาเหมือนกับรถถังเลย และผมต้องคอยระวังถูกหัวของเขากระแทกในจังหวะลุยเข้ามา"
ทางด้านสจ๊วร์ต ออกมาพูดถึงผลงานของนักมวยภายใต้การดูแลของเขาว่า "ผลการชกออกมาดีกว่าที่ผมคาดหวังเอาไว้เยอะ ผมไม่คิดว่ามันจะเป็นไฟต์ที่สนุก เป้าหมายหลักคือยอมชกแบบน่าเกลียดในช่วง 2-3 ยกแรก ก่อนจะปิดเกมด้วยการทำให้เขาเสียจังหวะ และจากนั้นก็พยายามน็อกเอาต์ให้ได้"
ถึงมอร์เม็ค จะสร้างอันตรายไม่ได้มากนัก คลิทช์โก้ ยังพูดแสดงความเคารพในฝีมือของนักมวยเฟร้นช์แมนผู้นี้ "หลายๆ คนปฏิเสธที่จะขึ้นชกกับผม แต่เขาตอบรับโอกาสที่เข้ามา เขารู้ถึงความแตกต่างเรื่องรูปร่าง, น้ำหนักตัว และประสบการณ์ แต่เขายังพยายาม และพูดก่อนการชกว่าเขารู้ว่าจะใช้วิธีการใดเอาชนะผม แต่มันก็ไม่ได้ผลอีกครั้ง"
แต่พอถูกถามเจาะลึกว่าเขาจะไม่เหลือคู่ชกให้ป้องกันตำแหน่งอีกแล้วหรือไม่ คลิทช์โก้ ตอบทันทีว่า "คุณเข้าใจผิดแล้ว ยังมีนักมวยเก่งๆ อีกหลายคนที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก มันยังมี เดวิด ไพรซ์ คนที่ตัวสูงๆ เขาสูงกว่าผมเสียอีก, ไทสัน ฟิวรี่ ที่มีรูปร่าง และน้ำหนักตัวที่มากกว่าผม, (อเล็กซานเดอร์) โปเว็ตกิ้น ที่ยังไม่เคยแพ้ใคร และเคยผ่านโอลิมปิกมาแล้ว และก็ยังมี เซ็ธ มิตเชลล์ นักมวยชาวอเมริกัน"
พอถูกถามถึงอีก 1 นักมวยรุ่นเฮฟวี่เวตชาวอเมริกัน คริส อาร์เรโอล่า ที่ตอนนี้ขึ้นมาเป็นรองแชมป์อันดับ 4 ของไอบีเอฟ และดับเบิ้ลยูบีโอ คลิทช์โก้ ยอมรับว่า "ผมคิดว่า คริส อาร์เรโอล่า สมควรได้ชกกับผม และผมก็เชื่อว่าเป็นไฟต์ที่ควรจะเกิดขึ้น"
ในช่วงหลังจบการชกมีการขโมยซีนจากพี่ใหญ่วิตาลี่ ขึ้นมาประกาศกลางเวทีท่ามกลางผู้ชมกว่า 50,000 คนว่า เดวิด เฮย์ อดีตแชมป์จอมโวชาวอังกฤษ จะเป็นคู่ชกรายต่อไปของเขา "ผมขอประกาศว่าไฟต์ต่อไปของผมจะเป็นการเจอกับ เดวิด เฮย์" แต่เขาไม่ได้เปิดเผยว่ากำหนดการชกหรือสถานที่จัดศึกครั้งนี้จะเป็นเมื่อไร
แต่จะเป็นการเจอกับใครในตอนนี้ดูเหมือนว่าหาก 2 พี่น้องคลิทช์โก้ ไม่แพ้ภัยตัวเองหรือประมาทเกินไปคงยากที่จะมีผู้ท้าชิงรายใดโค่นพวกเขาลงจากบัลลังก์แชมป์โลกรุ่นยักษ์ในช่วง 1-2 ปีจากนี้
คอลัมน์อื่น ๆ