ชื่อของสนามชาญชัย อะเคเดี้ยม โรงยิมเนเซียมแห่งใหม่ของ ม.กรุงเทพธนบุรี ซึ่งว่ากันว่าเป็นศูนย์กีฬาในร่มที่ใหญ่ที่สุดของเมืองไทยในตอนนี้ และตอนนี้สังเวียนดังกล่าวกลายเป็นที่กล่าวขานกันว่าเป็นอีกหนึ่งสนามที่มีความพร้อมสรรพสำหรับการจัดทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆโดยเฉพาะการแข่งขันฟุตซอลได้ดีไม่แพ้ที่อื่นๆ เลยก็ว่าได้
การได้สิทธิ์จากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยให้รับหน้าเสื่อในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันศึกฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย 2012 รอบคัดเลือก โซนอาเซียน ในช่วงรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดูท่าจะได้ผลตอบรับจากแฟนลูกหนังโต๊ะเล็กทั่วไทยที่ดีเกินคาด เรียกได้ว่าคุ้มค่ากับเม็ดเงินมหาศาลกว่า 600 ล้านบาทที่ทาง ส.ส.ชาญชัย ชัยรุ่งเรือง ประธาน ม.กรุงเทพธนบุรี รวมถึง ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดี ม.กรุงเทพธนบุรี จัดการรังสรรค์สร้างชาญชัย อะเคเดี้ยมขึ้นมาในคราวนี้
เชื่อเลยว่าแฟนลูกหนังไทยที่มีกีฬาฟุตซอลอยู่ในสายเลือดที่เคยชินกับการเดินทางไปชมการแข่งขันฟุตซอลทีมชาติ ซึ่งก่อนหน้าสมาคมฟุตบอลฯ มักจะลงหลักปักฐานฟาดแข้งอยู่ไม่เกิน 3 สังเวียน อาทิ อินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก, อาคารนิมิบุตร หรือไม่ก็ที่อาคารกีฬาเวศน์ ศูนย์ยช.ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ต่างบ่นอุบเป็นเสียงเดียวกันว่า ทำไมทัวร์นาเมนต์ล่าสุดถึงไปจัดไกลถึง ม.กรุงเทพธนบุรี ซึ่งตั้งอยู่เขตทวีวัฒนา ที่ค่อนข้างไกลจากตัวเมืองกรุงเทพฯ
แน่นอนว่าการเดินทางของแฟนกีฬาที่คุ้นเคยกับสังเวียนในเมืองต้องเจออุปสรรคกับการเดินทางที่ค่อนข้างไกลและใช้เวลานานเกินกว่า 1 ชั่วโมงเป็นแน่แท้
แต่หากคิดถึงใจเขาใจเรา อย่าลืมครับว่าการที่สมาคมฟุตบอลฯ ให้สิทธิ์กับ ม.กรุงเทพธนบุรี ใช้สังเวียนชาญชัย อะเคเดี้ยมเป็นสังเวียนหลักของการแข่งขันศึกฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย 2012 รอบคัดเลือก โซนอาเซียน ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่ายังคงมีแฟนบอลจากต่างจังหวัดบริเวณใกล้เคียงเข้าชมเกมกันอย่างเนื่องเน้นชนิดเต็มความจุ 5,000 ที่นั่งในช่วงเวลาไม่กี่อึดใจ
ทั้งแฟนบอลจาก จ.ราชบุรี, จ.นครปฐม รวมถึง จ.สมุทรสาคร ซึ่งทั้ง 3 ที่ถือเป็นฐานแฟนคลับของกีฬาโต๊ะเล็กในอันดับต้นๆ ของเมืองไทยเลยก็ว่าได้
จ.ราชบุรี ถือเป็นจังหวัดบ้านเกิดของ 2 ซูปเปอร์สตาร์โต๊ะเล็กไทยอย่าง ''ช้าง'' กฤษดา วงษ์แก้ว และ ''อาร์ม'' ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง เจ้าของรางวัลนักฟุตซอลยอดเยี่ยมฟุตบอลสยามโกลเดนบอล 2011 โดยทั้ง 2 รายถือเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่ชาวราชบุรีมีความชื่นชมกับสไตล์การเล่นที่สร้างความเอนเทอร์เทนได้เป็นอย่างดี ส่วน จ.สมุทรสาคร ก็มีทีมฟุตซอลอาชีพที่โลดแล่นอยู่ในศึกยูเอสเอ็ม ไทยแลนด์ ฟุตซอลลีก เช่นเดียวกับ จ.นครปฐม ที่มีโรงเรียนดังอย่างพระปฐมวิทยาลัย 2 ซึ่งกำลังสร้างชื่อในสาระบบลูกหนังโต๊ะเล็กขาสั้น
ทั้ง 3 ปัจจัยที่กล่าวมาเห็นท่าจะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สนามชาญชัย อะเคเดี้ยม แน่นขนัดไปด้วยแฟนบอลที่มีเป้าหมายเดียวกันว่า จะต้องมีดูทีมชาติไทยพิชิตอินโดนีเซียให้ได้ในเกมนัดชิงชนะเลิศ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 ก.พ. ที่ผ่านมา
โดยเกมดังกล่าวแค่เพียง น.17 อัฒจันทร์ทั้ง 3 ฝั่งของสนามชาญชัย อะเคเดี้ยมก็แน่นไปด้วยแฟนชาวไทยที่ตบเท้าพาเหรดเข้ามานั่งเชียร์ทีมรักกันอย่างพรึบพรับเต็มอัฒจันทร์ความจุกว่า 5,000 ที่นั่ง เท่านั้นยังไม่พอเมื่อยังคงมีแฟนบางส่วนนับหัวได้หลัก 2,000 คนยืนออที่หน้าทางเข้าเพราะเนื่องจากไม่สามารถเข้าสู่ภายในสนามได้หลังความจุสนามเต็มทุกตารางนิ้ว
''มาเชียร์ทีมชาติครั้งนี้ไม่มีใครเกณฑ์มา ไม่มีใครจ้างผมมา แต่เป็นเพราะใจสั่งมาให้เชียร์ทีมชาติไทย'' แฟนบอลคนหนึ่งเผยความรู้สึกให้ผู้เขียนได้ฟังก่อนที่จะสมหวังเมื่อทีมโต๊ะเล็กไทยเอาชนะอินโดนีเซีย 3-1
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นกระบอกเสียงกับผู้ที่คิดว่าทัวร์นาเมนต์ต่อไปไทยไม่ควรไปจัดไกลนอกเหนือเขตตัวเมืองกรุงเทพฯ ให้คิดใหม่เพราะหากต้องการให้กระแสฟุตบอลไทยเจริญทั้งระบบ ต้องกระจายทัวร์นาเมนต์ให้ครอบคลุม ฝั่งธนบุรีใครคิดว่าไม่มีคนดูคงต้องกลับไปคิดใหม่ ภาพที่เกิดขึ้นภายในสนามชาญชัย อะเคเดี้ยมถือเป็นคำตอบที่ดีให้กับทุกคน
ดีไม่ดีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในสนามชาญชัย อะเคเดี้ยม ดูจะมีเยอะกว่าในบางสนามเสียอีก ทั้งจอแอลอีดีขนาดยักษ์มูลค่ากว่า 7 ล้านบาทที่เป็นทั้งสกอร์บอร์ดและจอมอนิเตอร์ให้แฟนๆ ได้รับชมภาพย้อนหลัง อีกทั้งแอร์คอนดิชันก็เย็นเฉียบ ส่วนสนามฟุตซอลที่ตีเซตไว้ก็ถือเป็นสนามที่ได้มาตรฐานทุกกระเบียดนิ้วตามกฎระเบียบของเอเอฟซีกำหนดไว้ทุกประการ
แค่ครั้งแรกก็สอบผ่านฉลุยสำหรับสนามชาญชัย อะเคเดี้ยม ม.กรุงเทพธนบุรี และอีกเพียงไม่กี่อึดใจในช่วงระหว่างวันที่ 17-25 เม.ย. 55 สังเวียนแห่งนี้จะได้รับหน้าเสื่อในการเป็นเจ้าภาพจัดศึกฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน 2012 คราวนี้แหละคงได้เห็นความยิ่งใหญ่อลังการตระการตาอีกระลอกแน่ๆ...
''อ๊อฟ...อ๊อฟ'' เรื่อง
พลบาว ภาพ