คอลัมน์ : สยามกีฬา อวอร์ดส์ 2554 โดย.. ทีมงานสยามกีฬา
สมสุข บุณยสุขานนท์ ตำนานแบ็กแฮนด์ นักแบดมินตันผู้ทรหด จากแดนใต้
28/02/2012 15:12:25 น.

หากจะกล่าวถึงนักแบดมินตันในอดีตที่เป็นที่รู้จักกันในวงการแบดมินตันไทยรุ่นหลัง และมีลูกศิษย์ลูกหาที่ก้าวขึ้นไปเป็นนักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทยอีกมากมาย แน่นอนว่าจะต้องเป็นชื่อของ คุณสมสุข บุณยสุขานนท์ ''นักแบดมินตันผู้ทรหด'' ที่มีสไตล์การตีลูกแบ็กแฮนด์ที่ถือว่าดีที่สุดในยุคสมัยนั้น

 
         ที่สำคัญ คุณสมสุข บุณยสุขานนท์ ในวัย 74 ปี คือหนึ่งในทีมรองแชมป์โธมัส คัพ (ประเภททีมชายชิงแชมป์โลก) ที่ว่ากันว่าทีมไทยของเราโดนเจ้าภาพอินโดนีเซียปล้นกลางวันแสกๆ ร่วมกับเพื่อนๆ นักกีฬาแบดมินตัน 6 คน ในสโมสรเล็กๆ ที่มีชื่อว่า ''สมบุญดี'' มี จรัส วันทนทวี เป็นทั้งหัวหน้าสโมสรและผู้อุปถัมภ์นักกีฬาทั้งหมด ประกอบด้วย ชาญณรงค์ รัตนแสงสรวง, สมสุข บุณยสุขานนท์, ณรงค์ พรฉิม, ชูชาติ วัฒนธรรม, ชวเลิศ ชุ่มคำ และ ระพี กาญจนระพี ทั้งหมดร่วมกันฝึกซ้อมกันแบบเต็มที่จนสามารถเรียกได้ว่าเป็นเพื่อนตายกันจริงๆ ดูได้จากทุกวันนี้ถึงแม้แต่ละคนจะอายุล่วงเลยมากว่า 70 ปี แต่ก็ยังคงติดต่อดูแลทุกข์สุขซึ่งกันและกัน แม้กระทั่งรุ่นลูกก็ยังมีความสนิทสนมกันเป็นอย่างดีเช่นกัน

 
         การได้มาอยู่ในทีมชุดนี้ของคุณสมสุขทำให้ได้ร่วมกับเพื่อนๆ สร้างผลงานระดับโลกที่เชื่อว่าคนรุ่นหลังๆ หลายคนก็ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าในอดีตนักแบดมินตันทีมชายของไทยจะทำผลงานเอาไว้ได้สูงถึงระดับรองแชมป์โธมัส คัพ พ.ศ. 2504 การแข่งขันครั้งนั้นทางสมาคมได้คัดเลือกให้ ชาญณรงค์, สมสุข, ณรงค์, ชูชาติ, ชวเลิศ และระพี เข้าร่วมการแข่งขัน โดยอยู่สายโซนเอเชีย ซึ่งมีทีมมาเลเซีย, ทีมญี่ปุ่น, ทีมอินเดีย, ทีมจีนไต้หวัน และทีมชาติไทย นับว่าอยู่สายที่แข็งมากสายหนึ่ง แต่ทั้งหมดก็สามารถฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ นานา จนก้าวไปถึงรองแชมป์โธมัส คัพ พ.ศ. 2504

 
         คุณสมสุข บุณยสุขานนท์ เป็นนักแบดมินตันที่มีประวัติการต่อสู้มาอย่างโชกโชน เป็นเจ้าของสไตล์การเล่นลูกที่รุนแรงฉกาจฉกรรจ์ ตีลูกแบ็กแฮนด์วางลูกได้ทั้ง 4 มุมทั่วสนาม ได้ครองตำแหน่งชนะเลิศชายเดี่ยวแห่งประเทศไทย ปี พ.ศ. 2503 และปี พ.ศ. 2507 เคยครองตำแหน่งแชมเปี้ยนชายเดี่ยวแห่งปีนังและของมะละกาอีก 2 ตำแหน่ง คุณสมสุขเป็นนักกีฬาร่างสูงใหญ่และมีกำลังดีเป็นเลิศ เคยลงสนามประมือกับคู่ต่อสู้ในแมตช์ต่างๆ อย่างถี่ยิบ โดยปราศจากร่องรอยของความเหน็ดเหนื่อย เป็นนักแบดมินตันคนหนึ่งที่นำชุดโธมัส คัพ ไทย ผ่านชุดนานาประเทศขึ้นไปครองตำแหน่งผู้ท้าชิงที่น่าวิตกสำหรับชุดอิโดนีเซียในการแข่งขันโธมัส คัพ สมัยที่ 5 

                    ในอดีตคุณสมสุขเป็นลูกเหมืองแร่โดยแท้ ถือกำเนิด ณ อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2481 เริ่มฝึกหัดแบดมินตันที่บ้านเกิดของตนเอง กาลเวลาผ่านพ้นไปพร้อมๆ กับฝีมือและลวดลายของคุณสมสุขดีขึ้นเรื่อยๆ คุณสมสุขจึงได้รับการสนับสนุนจากนักแบดมินตันรุ่นพี่ให้เดินทางไปแข่งขันที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นถิ่นที่มีนักแบดมินตันชั้นเยี่ยมอยู่หลายคน และด้วยฝีมือที่ได้ฝึกฝนมาดีพอตัว ประกอบกับความบึกบึนที่ตนเองมีอยู่ คุณสมสุขจึงกำชัยชนะไว้ได้ตลอดการแข่งขัน ขึ้นไปยืนหยัดในตำแหน่งผู้ชนะเลิศประเภทชายเดี่ยวของภูเก็ต ซึ่งนับว่าเป็นการเริ่มต้นปูพื้นฐานการต่อสู้ในเชิงแบดมินตันที่ค่อนข้างเด่นไม่น้อย

                     ความสำเร็จอันงดงามครั้งแรกนี้เป็นแรงบันดาลให้สมสุขตั้งปณิธานไว้ว่า จะต้องฝึกฝนหาความชำนิชำนาญเพิ่มขึ้นอีกเพื่อแผ้วทางไปครองความชนะเลิศของสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย แต่ระยะนั้นการส่งเสริมแบดมินตันในภาคใต้ยังไม่ถึงขนาด ยังไม่มีการสร้างสนามในร่ม ฝนซึ่งมีเกือบตลอดปีสำหรับภาคใต้ของไทยจึงเป็นอุปสรรคในการเล่นแบดมินตันอย่างยิ่ง คุณสมสุขจึงได้ซ้อมบ้าง ไม่ได้ซ้อมบ้าง เป็นอยู่เช่นนั้นอยู่เรื่อยๆ มา ระยะนั้นเป็นระยะที่กีฬามวยภาคใต้กำลังเป็นที่นิยมกันอย่างขึ้นหน้าขึ้นตา และเพราะด้วยเลือดของนักกีฬาที่ร้อนกรุ่นอยู่ตลอดเวลานั้น ทำให้คุณสมสุขทนนิ่งเฉยต่อไปไม่ไหว จึงกระโดดเข้าถลุงกระสอบทรายกับเขาดู ก็มีทีท่าจะไปได้ เลยได้รับการสนับสนุนให้ขึ้นไปตะบันหน้ากันบนผืนผ้าใบกับใครต่อใครหลายครั้งหลายหน คุณสมสุขจึงคลุกคลีอยู่กับกระสอบทรายและสวมนวมเสียพักใหญ่ จนเกือบจะเป็นผู้ได้ดีทางหมัดมวยอยู่แล้ว แต่บิดา-มารดาห้ามปราบไว้ด้วยความห่วงใยอย่างยิ่งว่า จะได้รับอันตรายจากการต่อสู้ในเชิงมวย ด้วยความรักและเคารพที่มีต่อผู้ให้กำเนิด สมสุขจึงยินยอมคล้อยตามคำขอร้องอย่างเต็มใจ สมสุขได้มีโอกาสเป็นนักแบดมินตันชื่อดังในอนาคต สมกับพรสวรรค์ที่มีอยู่ในตนเองมาแต่เล็กแต่น้อย จึงทำให้กีฬาหมัดมวยต้องหยุดเพียงเท่านั้น

                     ปลายปี พ.ศ. 2499 เดินเข้าสู่พระนครด้วยจุดประสงค์เพื่อการศึกษา และกีฬาประเภทเดียวที่จะแสดงชั้นเชิงได้สมกับความมีเลือดนักกีฬาของตนได้ก็คือ แบดมินตัน เพราะมีพื้นฐานดีมาแล้วพอสมควร คุณสมสุขจึงเริ่มจับแร็กเกตลงสนามอย่างจริงจังอีกครั้งหนึ่ง และได้เข้าอยู่ในสังกัดสโมสรแบดมินตันสมบุญดีเมื่อต้นปี 2500 ด้วยฝีมือที่ดีพอสมควรอยู่แล้วก็ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นอีก ในปีเดียวกันนี้เอง จึงถูกส่งเข้าทดสอบฝีมือในการแข่งขันของงานประจำปีจังหวัดธนบุรี ซึ่งจัดให้มีขึ้น 2 แห่งพร้อมกัน คุณสมสุขสมัครในประเภทชายเดี่ยว มีสิทธิ์เข้าแข่งรุ่น ก, ข และ ค และต้องแข่งขันรวมทั้ง 2 แห่งพร้อมกันนี้ถึง 6 สาย เป็นบ้าบิ่นที่ชวนขันเหลือเกิน เพราะลงแบบนี้ก็ย่อมเป็นที่คาดหมายกันได้แต่ต้นว่าจะผ่านไปไม่ได้เลยแม้สักรุ่นเดียว แต่เมื่อการแข่งขันผ่านไป ความคาดหมายดั้งเดิมก็เปลี่ยนแปรไป เพราะลูกตะกั่วป่าคนนี้สามารถผ่านคู่ต่อสู้ทุกรุ่นขึ้นไปถึงรอบชิงชนะเลิศ คุณสมสุขจึงถูกจับตาดูโดยผู้สนใจกีฬาแบดมินตันทั่วไป และแล้วชัยชนะอย่างเด็ดขาดของเขาก็มาถึง ในการแข่งขันที่จังหวัดธนบุรีถึง 2 แห่งพร้อมกัน คุณสมสุขคว้าถ้วยชนะเลิศชายเดี่ยวรุ่น ก, ข และ ค ของสนามแข่งขันทั้งสองแห่งไว้ทั้งหมดในคืนนัดชิงชนะเลิศพร้อมกันรวมเบ็ดเสร็จ 6 แชมป์

 
         เกียรติประวัติอันนี้ทำให้ชื่อเสียงของสมสุขเริ่มโด่งดัง เป็นความภาคภูมิใจที่ไม่ใช่มีแก่ตนเองและสโมสรที่ตนสังกัดอยู่เท่านั้น สมควรแก่ตำแหน่ง ''นักแบดมินตันผู้ทรหด'' ด้วยเหตุที่คุ้นกับกีฬาหมัดมวยมาบ้างนั้นเองที่ทำให้รู้วิธีสะสมกำลังไว้ล่วงหน้า ตลอดจนวิธีออมกำลังไว้ให้ยืนอยู่ได้ตลอดการแข่งขัน นับว่าเขาเป็นนักแบดมินตันที่โชคดีอย่างประหลาด

 
         สมสุขขยันฝึกซ้อมอย่างเสมอต้นเสมอปลายจนกระทั่งปี พ.ศ. 2503 จึงได้เข้าแข่งขันชิงความเป็นชนะเลิศชายเดี่ยวของสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย ด้วยฝีมือและกำลังอันเชื่อมั่นได้ คุณสมสุขได้ครองตำแหน่งชนะเลิศแห่งประเทศไทยปี พ.ศ. 2503 สมกับปณิธานที่ได้ตั้งไว้เมื่อครั้งอยู่อำเภอตะกั่วป่าโน้น

  
        พ.ศ. 2503 ได้เดินทางไปร่วมการแข่งขันในต่างประเทศ 2 ครั้ง คือ การแข่งขันที่ปีนัง และที่มะละกา ประเทศมาเลเซีย ได้ครองตำแหน่งชนะเลิศทั้ง 2 แห่ง นำชัยชนะที่น่าชื่นชมกลับมาเป็นของฝากจากคนแดนไกลแก่ผืนแผ่นดินไทยอันเป็นที่รักยิ่ง

 
         พ.ศ. 2504 ได้ครองตำแหน่งรองชนะเลิศชายเดี่ยวของสมาคมแบดมินตันไทย และในโอกาสการแข่งขันอันเดียวกันนี้ คุณสมสุขยังได้ครองตำแหน่งชนะเลิศในประเภทชายคู่อีกตำแหน่งหนึ่งด้วย

 
         คุณสมสุขได้รับคัดเลือกเข้าอยู่ในชุดโธมัส คัพ ไทย ซึ่งเป็นชุดที่ทำความวิตกอย่างยิ่งยวดแก่ชุดผู้ครองถ้วยมาแล้วเมื่อกลางปี พ.ศ. 2504 เมื่อพบกับ เอ็ดดี้ จุง และ แต้กิวซาน ผู้ปราดเปรียวของชุดมาลายู คุณสมสุขสร้างความพิศวงให้แก่ผู้ชมอย่างน่าตื่นเต้นและตรึงใจมาแล้ว เป็นชัยชนะที่พิสูจน์ให้เห็นในฝีมืออันควรแก่ได้รับการปรบมือ

 
         การแข่งขันชิงถ้วยโธมัส คัพ ครั้งที่ 6 ระหว่าง พ.ศ. 2506-2507 คุณสมสุขยังคงได้รับการคัดเลือกตัวให้เป็นผู้เล่นในชุด ในฐานะผู้แทนประเทศไทย

 
         คุณสมสุขรับใช้ชาติโดยการเป็นนักกีฬาทีมชาติจนถึง พ.ศ. 2513 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายในการแข่งขันโธมัส คัพ กับอินโดนีเซียที่สนามอินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก

  
        พ.ศ. 2532 เดินทางไปแข่งขันแบดมินตันประเภทผู้สูงอายุนานาชาติ ณ ประเทศไต้หวัน ได้รับชัยชนะทั้งประเภทชายเดียวและชายคู่

 
         นอกจากนั้น ทางคุณสมสุขยังเคยทำหน้าที่โค้ชให้กับนักกีฬาทีมชาติไทย ซึ่งมีนักแบดมินตันมือระดับชั้นนำมากมายที่เป็นลูกศิษย์ลูกหา ไม่ว่าจะเป็น สมพล คูเกษมกิจ, ศักดิ์ระพี ทองสาริ ฯลฯ รวมถึงเคยคุมทีมนักกีฬาคนพิการไปแข่งขันที่ฟิลิปปินส์และเวียดนามอีกด้วย  

  
        ด้านชีวิตส่วนตัวได้แต่งงานกับ คุณนพนวล เบญจสิงห์ มีบุตรชาย 1 คน น.ท.ศิริศักดิ์ บุณยสุขานนท์ ส่วนด้านหน้าที่การงาน คุณสมสุขเข้าทำงานที่ กทม. ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่การเงินของฝ่ายรักษาความสะอาด ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502-2441 ปัจจุบันหลังเกษียณยังคงเล่นแบดมินตันอยู่เป็นประจำที่สนามประชาชื่น และให้คำแนะนำเด็กรุ่นลูกรุ่นหลานอยู่เป็นประจำ 

 
         นี่คือเรื่องราวของ ''คุณสมสุข'' ผู้ที่เป็นที่รักยิ่งของคนในวงการแบดมินตันไทยที่มีเอกลักษณ์ประจำตัวง่ายๆ เป็นคนยิ้มง่าย พูดน้อย ที่สำคัญที่ใครๆ ก็รักคนที่ชื่อ ''สมสุข'' คือการเป็นคนมักจะให้คำแนะนำในการเล่นกีฬาแบดมินตันกับทุกๆ คนที่สนใจด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง

  
        วัย 74 ปีของคุณสมสุขถือได้ว่าเปรียบเหมือนปูชนียบุคคลคนสำคัญของวงการแบดมินตันไทยในยุคปัจจุบันอีกคน ไม่ว่าจะไปที่ไหน สนามใด ก็จะมีแต่ผู้คนทักทายพูดคุย การที่ได้รับรางวัลฮอล ออฟ เฟม จากสยามกีฬาครั้งนี้เรียกได้ว่าเหมาะสมด้วยประการทั้งปวงสำหรับอีกหนึ่งใน ''ตำนานที่ยังมีชีวิตแห่งวงการขนไก่ไทย''
                       
                                              ลูกอิน
       

  
        ผลงานเด่นๆ ของ สมสุข บุณยสุขานนท์
 พ.ศ. 2505  รองชนะเลิศชายเดี่ยวแห่งประเทศไทย
 พ.ศ. 2504  รองแชมป์โธมัส คัพ
 พ.ศ. 2506  ชนะเลิศชายเดี่ยวแห่งประเทศไทย
 พ.ศ. 2507  ชนะเลิศชายเดี่ยวแห่งประเทศไทย
 พ.ศ. 2510  รองชนะเลิศชายเดี่ยวแห่งประเทศไทย กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 4 ได้รับเหรียญเงิน
 พ.ศ. 2500-2502 งานฉลองรัฐธรรมนูญ ชนะเลิศชายเดี่ยว ได้รับถ้วยรางวัลของ จอมพล ป.พิบูลย์สงคราม, จอมพล สฤทธิ์ และ จอมพล กิตติขจร

     นานาทรรศนะของคนในวงการแบดมินตันไทย
    กับรางวัลฮอล ออฟ เฟม ของ สมสุข บุณยสุขานนท์ 

 ป้าทองคำ กิ่งมณี
 ขนไก่ชื่อดังแชมป์ปทท. 10 สมัย เจ้าของรางวัลฮอล ออฟ เฟม ''สยามกีฬาอวอร์ดส์'' ครั้งที่ 5 กล่าวว่า ''ถึงแม้โดยส่วนตัวตนจะไม่ได้สนิทสนมคุ้นเคยกับคุณสมสุขมากนัก เพราะว่าตนเริ่มที่จะเข้ามาเล่นทีมชาติในช่วงคุณสมสุขใกล้ที่จะเลิกทีมชาติแล้ว แต่จากที่เห็นความมุ่งมั่นทุ่มเท ขยันขันแข็งในการฝึกซ้อม และที่สำคัญยังเป็นหนึ่งในทีมชายชุดรองแชมป์โธมัสร่วมกับ ชวเลิศ และ ระพี ย่อมแสดงให้เห็นว่ามีฝีมือในการเล่นแบดมินตันที่สุดยอดคนหนึ่ง และยังมีการตีแบ็กแฮนด์ที่ดีที่สุดคนหนึ่งเท่าที่เคยพบมา แม้ว่าจะเลิกเล่นทีมชาติไปแล้ว แต่คุณสมสุขก็ยังคงไม่ทิ้งวงการ ยังคงปั้นนักกีฬาขึ้นมาติดทีมชาติมากมาย รางวัลฮอล ออฟ เฟม จึงถือว่าเหมาะสมมากสำหรับ คุณสมสุข บุณยสุขานนท์ และก็ต้องขอแสดงความยินดีกับรางวัลนี้ด้วย''

 เสรี จินตนเสรี อดีตผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และปัจจุบันเป็นแชมป์โลกแบดมินตันชายคู่สูงอายุ รุ่น 65 ปี กล่าวว่า ''การที่ทางสยามกีฬาได้มอบรางวัลฮอล ออฟ เฟม ''สยามกีฬา อวอร์ดส์ ครั้งที่ 6'' ให้กับพี่ สมสุข บุณยสุขานนท์ ตนเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง และก็ต้องขอแสดงความยินดีกับพี่สมสุขล่วงหน้าด้วย ในอดีตคุณสมสุขถือเป็นอีกหนึ่งในนักแบดมินตันฝีมือดีอยู่ในชุดรองแชมป์โธมัส คัพ พ.ศ. 2504 ที่ยังถือว่าน่าจะยังคงดีที่สุดสำหรับทีมชาย ที่จนถึงทุกวันนี้ทีมไทยยังทำไม่ได้เหมือนในอดีต คุณสมสุขมีความขยัน ตั้งใจ มีวินัยที่ดี มีธาตุทรหดของนักกีฬาอยู่ในตัวอย่างเต็มเปี่ยม เป็นแบบอย่างที่ให้นักกีฬารุ่นต่อๆ มาได้เอาเป็นเยี่ยงอย่าง''

 พรชัย ศกุณตนิยม อดีตนักแบดมินตันทีมชาติไทย ''รางวัลฮอล ออฟ เฟม ที่ทางสยามกีฬามอบให้กับพี่สุขในครั้งนี้ถือว่าเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง ในทีมชาติชุดที่ไปคว้ารองแชมป์โธมัส คัพ (ประเภททีมชายชิงแชมป์โลก) ที่ว่ากันว่าทีมไทยของเราโดนเจ้าภาพอินโดนีเซียปล้นนั้น ทั้ง 6 คนใครได้รางวัลนี้ก็ถือว่าเหมาะสมทั้งหมด ต่างคนต่างเป็นสุดยอดฝีมือในยุคนั้น และมีดีไปคนละแบบอย่างพี่ระพีจะมีลูกตบที่หนักมากๆ ''พี่เตี้ย-เชาวเลิศ'' จะมีเกมรับที่เด็ดขาดเหนียวแน่น ส่วนพี่สุขจะเป็นคนที่แข็งแรงมากๆ ตีแบ็กแฮนด์ได้ดีที่สุดในยุคนั้นก็ว่าได้ ตนต้องขอแสดงความยินดีกับพี่สุขที่ได้รับรางวัลนี้ด้วย''
 
คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : ทีมงานสยามกีฬา

จำนวนเรื่อง : 510
All post : 339
All view : 927,126
คอลัมน์ สยามกีฬา อวอร์ดส์ 2554

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263