คอลัมน์ : แจ๊คกี้เขียนถึงลูกหนังไทย โดย.. Jackie
ยอดเยี่ยมแห่งปี...2554
17/02/2012 8:33:00 น.


     ผ่านพ้นไปเกือบสัปดาห์แล้วสำหรับงานประกาศความยอดเยี่ยมของฟุตบอลไทย "ฟุตบอลสยาม โกลเดนบอล" ครั้งที่สอง แต่ยังคงมีอะไรให้กล่าวถึงอยู่ไม่น้อยทีเดียว




        ในฐานะที่ผมเองได้มีโอกาสร่วมงานตั้งแต่ครั้งแรกและครั้งสองที่กำลังจะปรากฏเป็นเทปบันทึกแพร่ภาพออกอากาศให้พี่น้องที่รักฟุตบอลไทยในสายเลือดดูทางช่อง 7 สี มีความรู้สึกว่า "รางวัล" ความยอดเยี่ยมของวงการฟุตบอลไทยรางวัลนี้กำลังคืบคลานและจับจองเข้าไปยังอาณาเขตของคำว่า "ศักดิ์สิทธิ์" มากขึ้นทุกที ตรงนี้แหละครับ...คือความภูมิใจที่คนจัดงานต้องการสื่อออกไปให้สังคมทราบ


        รางวัลมีความศักดิ์สิทธิ์...คนให้มอบถึงคุณค่าและเกียรติยศอย่างแท้จริง ผู้รับภูมิใจและดีใจกับรางวัล ที่ตีค่าเป็นเงินทองและหาซื้อไม่ได้เหมือนที่ "โค้ชหนุ่ย" เฉลิมวุฒิ สง่าพล พูดความในใจออกมายาวเหยียดหลังจากได้รางวัล "ผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยมแห่งปี"




        โค้ชหนุ่ยบอกว่า..."เงินก็ซื้อรางวัลของผมไม่ได้" โค้ชหนุ่ยไม่ได้ตีรวนหรือประชดประชันใครแต่มันคือความรู้สึกจากใจของตัวเอง รวมทั้งยังเป็นวาทะที่วงการฟุตบอลทั่วโลกก็ยอมรับว่า "เงินซื้อเกียรติยศ" ไม่ได้ หรือวงการกีฬาฝรั่งพูดกันมาเป็นร้อยปีว่า Money can buy trophies, but it can not buy glory




        ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือตลอดที่พูดนานกว่า 5 นาทีของ "โค้ชหนุ่ย" อดีตยอดกองกลางสุดคลาสสิกเจ้าของฉายา "เกลน ฮอดเดิ้ล" เมืองไทย ทั้งสโมสรแบงก์กรุงเทพ และทีมชาติไทย บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่า "ปลื้ม" และ "ตื้นตันใจ" คนฟังๆแล้วรู้สึกซาบซึ้งกับคนพูด ผมและ "น้องเปิ้ล" ประภากร เชาวนาศิริ ผู้ประกาศข่าวกีฬาคนเก่งของไทยพีบีเอส ก็ยังรู้สึก "ตื้นตัน" ตามไปด้วยครับ



        ว่าแล้วก็ลบข้อสงสัยบางประการจากแฟนบอลที่อาจมีไม่มากที่ตั้งข้อสังเกตว่าทำไม "ผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม" ไม่อยู่กับทีมที่ได้แชมป์ เป็นทีมอันดับสี่ของไทยพรีเมียร์ลีก จุดนี้สามารถไขข้อข้องใจได้ไม่ยากครับ ด้วยเพราะผมเองได้รับนโยบายจากผู้อำนวยการใหญ่สถานีฟุตบอลสยามทีวี คุณสมฤกษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ซึ่งนับว่าจะหล่อมากขึ้นตามอายุของเขาเอง




        ส่วนตัวผมเองไม่มีส่วนได้และเสียกับรางวัล "เห็นด้วย ล้านเปอร์เซ็นต์" จากหลักคิดและกรอบการพิจารณารางวัลของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของ "ฟุตบอลสยาม โกลเดนบอล"




        กรอบการพิจารณารางวัลที่ยอดเยี่ยมในเชิงคุณค่า "โกลเดนบอล" มีสองส่วนและเป็นสองส่วนที่คนในสังคมต้องได้ตระหนักและรับรู้ นั่นคือ "ความสามารถ...ที่ต้องมาพร้อมคุณค่าเชิงจริยธรรม"



        อันนี้เป็นหลักการมอบรางวัลทั่วโลกครับ...เพราะความยอดเยี่ยมมันจะเป็นต้นแบบให้คนในสังคมได้ร่วมกันชื่นชม...เป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนและคนในสังคม เป็นสัญญาณบ่งบอกให้ทราบว่าในสังคมนี้ต้องการคนเก่งและมีความดีปะปน



        ความเก่งตัดสินไม่ยาก...จากผลงาน...แต่ความดีหรือคุณธรรมอาจดูลึกซึ้งเป็นนามธรรมเกินไป จับต้องไม่ได้ แต่สิ่งเหล่านี้มองไม่ยากในเชิงปฏิบัติ มีคำถามว่า แล้วผู้ฝึกสอนอย่าง "โค้ชแต๊ก" อรรถพล ปุษปาคม ไม่ดีตรงไหน ไร้คุณธรรมขนาดนั้นเชียวหรือ...บอกตามตรงโดยส่วนตัวของผมกับโค้ชแต๊กรู้จักกันมาพอสมควร เคยผ่านการอบรมหลักสูตรฟีฟ่า "ฟูตูโร ทู" มาด้วยกัน บวกกับช่วงชีวิตที่โค้ชแต๊กมาทำงานที่เมืองทองฯ ได้เห็นการทำงานโดยตลอด ยืนยันว่า "พี่แต๊ก" ที่ผมถือวิสาสะเรียกนั้นเป็นคนดีเยี่ยมทีเดียว นิสัยใจคอจัดว่าสุภาพบุรุษเต็มขั้น 

 

        แล้วอะไรคือเหตุผลที่ทำให้ "โค้ชหนุ่ย" คว้ารางวัลนี้แบบเซอร์ไพรส์ ซึ่งผมเชื่อว่าถ้านำกรอบการพิจารณารางวัลมาวัดคงพอมองเห็นกลายๆ แล้วว่าทำไม...ไม่อยากรื้อฟื้นเรื่องเก่าเพราะมันจบไปแล้วแต่เป็นข้อสังเกตที่ว่า การปฏิเสธรับถ้วยรางวัลแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก เป็นตำหนิที่คณะกรรมการทุกคนไม่อยากเห็นวงการฟุตบอลของเราทุกคนเดินทางไปเพี้ยนจากปรัชญาของการกีฬาทั่วไปคือ รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย
 


        นี่คือการฝึกการยอมรับต่อสิ่งที่เกิดขึ้น...กล้าพูดได้เลยว่าทางต้นสังกัดอาจไม่ประทับใจกับองค์กรเรื่องการมอบถ้วยหรือไม่มอบถ้วยในวันที่ 31 ธ.ค. แต่ต้องแยกกันคนละส่วนกัน แล้วถ้าวันนั้น "โค้ชแต๊ก" ขึ้นรับมอบถ้วยพร้อมกัปตันทีมมันคือชัยชนะของวงการฟุตบอลอย่างชัดเจน มันคือความเคารพต่อวงการฟุตบอล ซึ่งทั่วโลกก็ต้องมี กฎ กติกา มารยาท หรือ "code of conduct" เขียนไว้ชัดเจนทุกระดับตั้งแต่นักเตะจนถึงผู้เกี่ยวข้องระดับบน...มันคือการเคารพต่อทุกคนในวงการฟุตบอล  

 

        สังคมไหนไม่เป็นโล้เป็นพายก็ช่างครับ...แต่สังคมกีฬาต้องมีเป็นบรรทัดฐานอย่างชัดเจน ดังนั้นคณะกรรมการพิจารณารางวัล "เลือก" ความสามารถบวกกับเข็มทิศชีวิตของทุกอาชีพนั่นคือ คุณค่าเชิงจริยธรรมในอาชีพ ถ้าเป็นกีฬามันคือสปิริตของการแข่งขัน รู้จักการยอมรับ แพ้-ชนะ-อภัย

 

        เช่นเดียวกันกับรางวัลไฮต์ไลต์ของงานคือ "นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี" สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ที่พูดด้วยความดีใจว่าเป็นเกียรติและมีคุณค่า ได้รางวัลนี้ในช่วงที่กำลังจะเลิกเล่นอยู่แล้ว อีกทั้งเป็นผู้รักษาประตูซึ่งว่ากันว่าได้รางวัลนี้ยากกว่ากองหน้าและกองกองกลางหลายเท่า สินทวีชัย...สร้างผลงานอย่างโดดเด่นยอดเยี่ยมทั้งสโมสรและทีมชาติตลอดทั้งปี ไม่มีตำหนิในเชิงคุณค่าของการเป็นนักกีฬาอาชีพ

        นอกจากนั้นทุกรางวัลที่เป็นความยอดเยี่ยมของ "ฟุตบอลสยาม โกลเดนบอล" ถือว่ามีคุณค่าที่สังคมควรได้รับรู้ ว่าคณะกรรมการต้องการให้มันมีเกียรติยศ "ศักดิ์สิทธิ์" จนเป็นต้นแบบของสังคมและต้องขอบอกว่า ความยอดเยี่ยมนั้นจะสมบูรณ์ได้ เมื่อมีความสามารถโดยไม่ขาดจริยธรรมของวิชาชีพตัวเอง แล้วเมื่อประกาศออกไปวงการฟุตบอลจะขานรับเป็นเสียงเดียวกันว่า "เยี่ยม" จริงๆ 


   
                                                                                     Jackie

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment

อดิสรณ์ พึ่งยา
นามปากกา : Jackie

จำนวนเรื่อง : 263
All post : 6,354
All view : 4,757,608
คอลัมน์ แจ๊คกี้เขียนถึงลูกหนังไทย

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263