| 12/02/2012 18:13:51 น. |

แม้นับตั้งแต่บุนเดสลีกา เยอรมัน เปิดฉากครึ่งฤดูกาลหลัง "เสือใต้" เอฟเซ บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่แห่งวงการลูกหนังเมืองเบียร์ และแชมป์ครึ่งซีซั่นแรก อาจยังเรียกฟอร์มเดิมคืนมาไม่ได้ แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ปลุกปั้นจน โทนี่ โครส กลายเป็นจอมทัพที่ทำผลงานโดดเด่นมาก
โครส (ที่ 2 จากซ้าย) กลายเป็นตัวหลักที่ บาเยิร์น ขาดไม่ได้ไปเสียแล้ว
ฤดูกาลนี้ โครส มีบทบาทกับแนวรุกของ บาเยิร์น มากขึ้น เพราะ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ต้องลงไปช่วยเกมรับมากขึ้น จากเดิมที่เคยนั่งข้างสนามเป็นส่วนใหญ่ ล่าสุดผ่านไป 31 แมตช์ รวมทุกรายการ ดาวรุ่งวัย 22 ปีรายนี้ ลงสนามในฐานะตัวสำรองแค่หนเดียวเท่านั้น ฤดูกาลก่อนลงเตะบุนเดสลีการวมแล้ว 1,727 นาที แต่ปัจจุบันเล่นไปแล้ว 1,609 นาที แม้เหลืออีกถึง 13 เกม ผลงานก็ดีขึ้น โดยยิง 6 จ่ายอีก 15 ประตู รวมทุกรายการ ถ้านับเฉพาะบุนเดสลีกา โครส มีสถิติการใส่พานให้เพื่อนร่วมทีมทำสกอร์เป็นรอง ฟร้องค์ ริเบรี่ คนเดียวเท่านั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเปอร์เซ็นต์การจ่ายบอลเข้าเป้าของเขาคือประมาณ 88 เปอร์เซ็นต์ ขณะระดับความสำเร็จในการผ่านบอลของ "ชไวน์นี่" ซึ่งมีสไตล์การเล่นคล้ายคลึงกัน อยู่ที่ 87 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
คุ้นเคยกับ จุ๊ปป์ ไฮย์เกส (ซ้าย) ตั้งแต่สมัยอยู่กับ เลเวอร์คูเซ่น ด้วยกัน
ความสามารถของ โครส ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับ จุ๊ปป์ ไฮย์เกส เทรนเนอร์ บาเยิร์น เพราะเคยร่วมงานกับกองกลางรายนี้ ตั้งแต่สมัยถูกยืมตัวไปอยู่กับ ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซ่น ช่วงปี 2009-10 จนมีการพูดว่าเป็น "ศิษย์โปรด" หรือ "ลูกรัก" เพราะมักถูกเลือกให้เล่นแทนเวลา อาร์เยน ร็อบเบน หรือ ริเบรี่ ลงสนามไม่ได้ เพราะเป็นพวกสารพัดประโยชน์ เล่นได้ทุกตำแหน่งในแดนกลางนั่นเอง แต่ โครส ยืนยันแม้เขากับ ไฮย์เกส จะมี "ความสัมพันธ์แบบพ่อกับลูก" แต่ไม่ใช่คนโปรด หากทำผลงานไม่ดีจริง หรือจำเป็นต้องปรับแท็กติก เขาก็มีสิทธิ์โดนเปลี่ยนออกเช่นกัน เนื่องจาก บาเยิร์น มีนักเตะความสามารถสูงหลายคน ซึ่งเล่นทดแทนกันได้เสมอ อย่างไรก็ตาม เวลาขาดมิดฟิลด์กราบซ้าย หรือขวา ไฮย์เกส มักเลือก โครส ลงสนาม ก่อนหันมอง ดาวิด อลาบ้า, อิวิก้า โอลิช และ ดานิเยล พรานยิช หรือเมื่อขาดตัวตัดเกม โครส ก็จะถูกพิจารณาก่อน หลุยส์ กุสตาโว่
บางครั้งคู่แข่งต้องยอมประกบสอง เพื่อไม่ให้ โครส ทำเกมได้สะดวก
คาร์ล-ไฮนซ์ รุมเมนิกเก้ ประธานกรรมการของ "เสือใต้" เคยชมว่า "โครส คือหนึ่งในดาวรุ่งที่หาตัวจับยาก ไม่ใช่เพราะพรสวรรค์สูงเพียงอย่างเดียว แต่ฝีเท้ายังเยี่ยมยอดเกินวัย ซึ่งน่าจะสามารถพัฒนาไปถึงขั้นระดับโลกไม่ยาก" โครส ได้รับการฝึกฝนทักษะด้านฟุตบอลมาตั้งแต่เด็กจาก โรลันด์ พ่อของเขา ที่ปัจจุบันคือเทรนเนอร์ทีมชุดอายุต่ำกว่า 19 ปี ของ เอฟเซ ฮันซ่า รอสต็อค ผู้เขี่ยวเข็นให้ลูกชายซ้อมหนักทั้งการยิงประตู และเลี้ยงบอล ครอบครัว โครส นั้นสนับสนุนให้เด็กๆเล่นกีฬาอย่างเต็มที่ เพราะคุณแม่ เบียร์กิต เป็นอดีตแชมป์แบดมินตันของเยอรมันตะวันออก เฟลิกซ์ โครส ก็มีเส้นทางในวงการลูกหนังคล้าย โทนี่ พี่ชาย เพราะเริ่มต้นกับ ไกรฟ์สวัลด์ เอสเซ ก่อนไป รอสต็อค ปัจจุบันสังกัด แวร์เดอร์ เบรเมน
(จากซ้ายไปขวา) โทนี่, โรลันด์ และ เฟลิกซ์ โครส
เมื่อฝึกบ่อยจนชำนาญ แถมฝีเท้าถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โครส ก็สามารถช่วยให้ รอสต็อค คว้ารองแชมป์เยาวชน บี ของประเทศ ฤดูกาล 2004-05 (แพ้ แฮร์ธ่า เบเอสเซ เบอร์ลิน ของ เยโรม บัวเต็ง) และติดทีมชาติเยอรมัน ชุดอายุต่ำกว่า 17 ปี ด้วยวัยเพียง 15 ขวบ บาเยิร์น เลยต้องรีบฉกตัวจาก รอสต็อค ตั้งแต่ปี 2006 ตอนนั้น อูลี่ เฮอเนส ประธานสโมสร "เสือใต้" ทราบแล้วว่าได้เพชรเม็ดงามอยู่ในมือ เพราะตั้งแต่วัยรุ่น โครส มีความสามารถในการเป็นจอมทัพ ไม่ต่างจาก ชไวน์สไตเกอร์ ทั้งการจ่ายลูกสั้นๆ หรือเปิดบอลไกล ฝีเท้าคล่องแคล่วรวดเร็ว ลีลาลากเลื้อยหลบคู่ต่อสู้ก็ไม่เป็นสองรองใคร จน บาเยิร์น สามารถซิวตำแหน่งรองแชมป์เยาวชน เอ ของเยอรมัน ฤดูกาล 2006-07 (พ่าย ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซ่น 1-2 หลังต่อเวลา) และ โครส ก็ได้ขึ้นมาลงสนามให้ทัพชุดใหญ่ สมัยกุนซือ อ็อตม่าร์ ฮิตซ์เฟลด์ และเป็นแกนหลักในทีมสมัครเล่นของสโมสร ตั้งแต่ปี 2007
ความสามารถด้านการเปิดบอล ไม่ต่างจาก ฟร้องค์ ริเบรี่ (ซ้าย) เท่าไหร่
แม้มีโอกาสทำผลงานหลายแมตช์ ทั้งบุนเดสลีกา และ ยูฟา คัพ แถมขึ้นมาเล่นให้ทีมชาติชุดอายุต่ำกว่า 21 ปี แต่ปี 2009 บาเยิร์น เห็นว่าคงดีกว่าถ้าปล่อย โครส ไปหาประสบการณ์กับ เลเวอร์คูเซ่น ด้วยสัญญายืมตัว เพราะมีโอกาสเป็นตัวจริงต่อเนื่องมากกว่า ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะเจ้าตัวลงเตะ 43 นัด ยิงได้ 10 ประตู จนมีโอกาสลงสนามกับทีมชาติชุดใหญ่แมตช์แรกตอนอุ่นเครื่องกับ อาร์เจนตินา เมื่อ 3 มีนาคม 2010 และ "เสือใต้" ต้องรีบดึงกลับมาช่วงฤดูกาล 2010-11 "ตำแหน่งจอมทัพต้องมีทักษะยอดเยี่ยม สามารถเล่นทั้งรุก-รับ ควบคุมเกมในทุกๆสถานการณ์ ซึ่ง โครส ก็สามารถทำได้" โยอาคิม เลิฟ กุนซือ "อินทรีเหล็ก" กล่าว "ตั้งแต่อายุ 18-19 ปี เขาก็รู้ถึงความสามารถของตัวเอง และสามารถนำไปใช้ในเชิงบวก ทำให้ตัวเองมีความมั่นใจมากขึ้น ซึ่งผมคิดว่ามันยอดเยี่ยมจริงๆ" ...คงต้องรอดูต่อไปว่าในฤดูกาลแรกที่ โครส เป็นจอมทัพหลักของ "เสือใต้" เขาจะสามารถช่วยต้นสังกัดให้ประสบความสำเร็จได้มาก-น้อยแค่ไหน
ตอนนี้ก็ติดทีมชาติเยอรมันชุดใหญ่แบบต่อเนื่องไปแล้ว

| Recommend on Google |