
ในช่วงเวลาปิดซีซั่นแบบนี้ ข่าวคราวที่แฟนบอลอย่างเราๆท่านๆสนใจคงหนีไม่พ้นการซื้อขายผู้เล่นรวมถึงการย้ายทีมต่างๆที่มีออกมาทุกวัน ไม่ว่าทีมเล็กทีมน้อยต่างมีการขยับขยายเสริมตัวผู้เล่นด้วยกันทั้งสิ้น เพื่อเพิ่มศักยภาพและความแตกต่างจากฤดูกาลที่ผ่านมา
การเสริมตัวที่สำคัญของสัปดาห์นี้นอกจากการย้ายข้ามฟากของ ราชามังกร ธีรเทพ วิโนทัย แบบกะทันหันจากเทพหัสดินไปยังลีโอ สเตเดี้ยมแล้ว ผมยังสนใจการมาของ มาริโอ ยูคอฟสกี้ มิดฟิลด์ทีมชาติมาซิโดเนียวัย 26 ปี อีกด้วย
ผมกำลังจับตามองการเคลื่อนไหวของ เมืองทอง ยูไนเต็ด เจ้าของแชมป์ลีกสูงสุด 2 สมัยซึ่งฤดูกาลที่ผ่านไปพวกเค้าเสียแชมป์ให้กับบุรีรัมย์ พีอีเอ , เสียรองแชมป์ให้ชลบุรี เอฟซี มือเปล่าไม่มีอะไรติดไม้ติดมือ ที่สำคัญยังไม่ได้ไปเล่นถ้วยเอเชียอีกด้วย
การที่ทีม ปราสาทสายฟ้า ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ของฟุตบอลลีกเมืองไทย ด้วยการคว้าสามแชมป์ ทำให้ขีดการต่อสู้และความสามารถถูกยกระดับให้สูงขึ้น มากกว่าปีที่ชลบุรีคว้าแชมป์ลีก , มากกว่าปีที่เมืองทองประกาศศักดาคว้าแชมป์สองปีติดต่อกัน
ฟุตบอลของเมืองไทยนับตั้งแต่ปีที่ชลบุรีประกาศศักดาเมื่อปี 2007 เดินทางก้าวผ่านการสอดแทรกของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ตามมาด้วยการคว้าแชมป์สองปีติดต่อกันของเมืองทอง จวบจนกระทั่งมาจบที่แชมป์แบบเบ็ดเสร็จของบุรีรัมย์เปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งขีดความสามารถผู้เล่น กองเชียร์ แฟนคลับ นักเตะต่างชาติและความเป็นมืออาชีพ
จากทีมที่เคยมีแชมป์ติดมือมาสองปีติดอย่าง เมืองทอง ยูไนเต็ด แล้วมามือเปล่าในปีที่สาม ทำให้ฤดูกาลที่จะถึงนี้ทีมกิเลนผยองจึงไม่ถูกอนุญาตให้ทำผลงานหลุดฟอร์มออกทะเลได้แบบปีที่ผ่านมา จริงอยู่พวกเค้าก้าวเข้าไปอยู่ในดวงใจของแฟนๆย่านแจ้งวัฒนะได้ สร้างความสุขมามากมาย แต่ฟอร์มบวกผลงานของทีมแบบปีที่แล้วทำให้ทีมต้องมองหาจุดเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ
ผมกำลังจับใจความได้ว่า เมืองทอง กำลังต้องการความเป็นมืออาชีพเข้ามาเติมเต็มในทีมให้มากขึ้น การมาของเหล่าผู้เล่นต่างชาติที่มีดีกรีการเล่นในลีกยุโรปและทีมชาติติดตัว จะทำให้เรื่องพวกนี้ถูกหอบเข้ามาสู่ทีมด้วย
นักเตะต่างชาติตัวแรกอย่าง อัดนาน บาราคัต ได้เริ่มสร้างความแตกต่างไปก่อนแล้ว จากการมาถึงสนามเปลี่ยนชุดลงซ้อม โดยที่ไม่รอเหล่าบรรดานักเตะบางคน กดบีบีหรือไอโฟนข้างสนาม แม้ว่าต้องลงซ้อมกับชุดเยาวชนผสมผสานกับนักเตะสำรองแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความกระหายอยากและเป็นมืออาชีพลดน้อยถอยลงไป หลังจบการซ้อมเจ้าตัวยังหยิบลูกบอลมาซ้อมปั่นฟรีคิก ที่เป็นอาวุธเด็ดอีกครึ่งชั่วโมง
ถ้าจะดูจากการเสริมตัวของทีมกิเลนผยองในช่วงสองสามสัปดาห์ โดยไม่นับศิษย์เก่าอย่างโคเน่ โมฮัมเหม็ดที่ตัดสินใจย้ายกลับมาช่วยทีมแล้ว ผมมองว่าเมืองทอง พยายามจะอุดจุดอ่อนในเกมแดนกลางให้ได้ เพราะตำแหน่งนี้แหละคือปัจจัยหนึ่งนอกจากความสามารถของผู้เล่นต่างชาติที่ทำให้เมืองทองต่อกรกับทีมปราสาทสายฟ้าไม่ได้
ถ้าย้อนกลับไปสองสามปีที่ผ่านมานับตั้งแต่พวกเค้าเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุด ตำแหน่งมิดฟิลด์ (โดยเฉพาะตัวรุก) ดูจะเป็นตำแหน่งที่ขาดการแข่งขัน เมืองทองเริ่มต้นใช้ พิชิตพงษ์ เฉยฉิว เป็นจอมทัพ ก่อนที่จะมาใช้ ดัสกร ทองเหลา ในปี 2010 ทำให้ เจ้าแป๊ะ ต้องถอยไปเป็นลูกหาบให้แทน
แม้ว่าจะมีจอมทัพตัวจริงอยู่แล้ว เมืองทองเองก็พยายามสรรหานักเตะในตำแหน่งนี้เข้ามาเสริมทัพอยู่ตลอดเพราะนี่คือจุดสำคัญของพวกเค้าที่จะแจกจ่ายบอลไปถึงด้านหน้าอย่างธีรศิลป์ แดงดาได้
คัฟฟ้า บุญมาตุ่น , กิตติพล ปาภูงา ชื่อเหล่านี้ถูกดูดมาสู่ถิ่น ยามาฮ่า สเตเดี้ยม เพื่อเตรียมพร้อมเป็นกองหนุนในยามที่ตัวหลัก เจ็บหรือเล่นไม่ได้
แต่ท้ายสุดนักเตะทั้งสองก็ต้องจากทีมไป ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่มันทำให้ตำแหน่งนี้แบเบอร์ไร้คู่แข่ง การแข่งขันเพื่อแย่งตำแหน่งไม่เกิดขึ้น
จากการสอบถามจากแหล่งข่าวที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ (ฮา) มองว่าการมาของ มาริโอ ยูคอฟสกี้ จะเป็นจุดสำคัญที่เติมเต็มจุดด้อยของเมืองทอง คือ การแข่งขันในตำแหน่งมิดฟิลด์จอมทัพ
ฟุตบอลระดับอาชีพจะต้องเกิดการแข่งขันและความกระหายอยากที่จะแย่งชิงลงสนามเป็นตัวจริงให้ได้ ดังนั้นการมีจอมทำต่างชาติระดับทีมชาติมาซิโดเนีย มาร่วมทีมแล้ว กำลังจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พวกเค้ากลับมาอยู่บนเส้นทางเบียดแชมป์กับบุรีรัมย์ พีอีเอ และชลบุรี เอฟซีได้
ดัสกร ทองเหลา จอมทัพของทีมชาติไทย กำลังจะโดนท้าทายโดยผู้มาใหม่ โดย มาริโอ ยูคอฟสกี้ จอมทัพทีมชาติมาซิโดเนียรุ่นน้องของ โกรัน ปานเดฟ การต่อสู้แย่งชิงจอมทัพของทีมกิเลนผยองจะเป็นอย่างไร อีกเดือนเศษเราจะได้ทราบพร้อมๆกันครับ
ต้นรำเพย
@theerayut_b
คอลัมน์อื่น ๆ