คอลัมน์ : สกู๊ปพิเศษ จาก...สยามกีฬา โดย.. ทีมงานสยามกีฬา
5 ปีบ่มรัก รุ้งตะวัน+แพทริก พร้อมลั่นระฆังวิวาห์ 2 ก.พ.นี้
01/02/2012 14:25:47 น.

คุณเชื่อในเรื่องของพรหมลิขิตหรือไม่ พรหมลิขิตของความรัก

         เพราะพรหมลิขิตทำให้แรงโน้มถ่วงของโลก นำพาคนที่อยู่อีกซีกของโลก โคจรมาพบกับคนที่อยู่อีกซีกของโลก และรักกัน เหมือนความรักของคู่รักสุขภาพ นักฟิตเนสและเพาะกายสาวทีมชาติไทย รุ้งตะวัน จินดาซิงค์ เจ้าของแชมป์โลกฟิตเนสหญิงคนล่าสุด กับ จอห์น แพทริก กราเบอร์ ชาวสวิตเซอร์แลนด์ ที่บ่มความรักกันมากว่า 5 ปี จนสุกงอม ทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจที่จะสละความเป็นโสด เพื่อมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน และฤกษ์งามยามดีที่ทั้งคู่เลือกจะใช้เป็นวันวิวาห์ ก็คือ 2 ก.พ. 55
 
         2 ก.พ. 55 วันที่จะทำให้คนทั้งคู่กลายมาเป็นครอบครัวเดียวกัน
 
         เรื่องราวของพรหมลิขิตที่ทำให้ทั้งคู่ได้มาเจอกันนั้นย้อนไปเมื่อ 5 ปีก่อน รุ้งตะวัน เปิดใจว่า ''เมื่อ 5 ปีที่แล้วตอนนั้นซิงค์ทำงานเป็นโปรเฟสชันนัลเทรนเนอร์ให้กับบริษัทเอกชนบริษัทหนึ่ง ซึ่งที่ทำงานอยู่ใกล้กับ เจดับบลิว แมริออท และวันนั้นเป็นช่วงพักกลางวัน ก็เลยไปซื้อขนมมาเพื่อรับประทาน วันนั้นใส่เสื้อแขนกุด เพราะการที่เราเป็นเทรนเนอร์ก็ต้องโชว์กล้ามตอนเดินไปจ่ายเงินและกำลังจะเดินกลับที่ทำงาน ก็มีผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเราก็เห็นว่าเขาเป็นคนต่างชาติเรียกเราไว้ และก็บอกให้เรารอเขาก่อน

          ตอนนั้นก็งงนิดหน่อย เขาก็เข้ามาพูดคุยและก็ชมว่ากล้ามเรารูปร่างเราสวยดี เราก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่าเขาคงจะสนใจอยากจะให้เราเป็นเทรนเนอร์ ก็เลยให้นามบัตรไป จากวันนั้นเขาก็แวะเวียนมาหาหลายครั้งก็เริ่มคิดว่าเขาอาจจะไม่ได้คิดมาออกกำลังกายแล้ว เพราะเท่าที่มาไม่เคยเห็นพูดเรื่องจะติดต่อไปเป็นเทรนเนอร์เลยสักนิด และก็จะชวนพูดคุยเรื่องราวทั่วไป ชวนไปกินข้าวบ้าง ก็เริ่มสงสัยว่าเขาคงจะจีบเราแน่ๆ และเมื่อได้เริ่มทำความรู้จักกันก็รู้ว่า เขาชื่อ จอห์น แพทริก กราเบอร์ เป็นคนสวิตเซอร์แลนด์ และเขาก็ทำงานบริษัทอยู่ที่นั่น ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เขามาประชุมที่ประเทศไทย เราเลยมีโอกาสได้พบกัน
 
        หลังจากประชุมครั้งนั้นเขาก็กลับไปประเทศเขา เราก็ได้คุยกันผ่านอีเมลบ้าง ผ่าน สไกป์บ้าง ซึ่งตอนนั้นตนก็คิดว่าเราก็คบเป็นเพื่อนดูก่อน เพราะผู้ชายคนนี้เขาก็ไม่ได้มีอะไรเสียหาย และการดำเนินชีวิตเขาก็ค่อนข้างจะคล้ายคลึงกับเรา เขาเป็นคนที่ค่อนข้างจะรักสุขภาพ ก็คุยกันแบบนี้ และเวลาเขาบินมาที่ไทย เขาก็จะเวียนมาหาเราบ้าง เป็นอย่างนี้จนเข้าปีที่ 3 ก็เริ่มคุ้นเคยกันมากขึ้น ก็เริ่มที่จะเห็นข้อดี ก็เริ่มดู 4 ข้อในสเปกของตัวเอง ซึ่งก็จะมีการเป็นแฟมิลี่แมน, มีอารมณ์ขัน และรักเราอย่างจริงใจ ที่สำคัญขยันทำงาน เขาก็ตรงทุกข้อ'' เรียกได้ว่าระยะทาง มิอาจกลั้นความรักของหนุ่มชาวสวิส ที่ทำทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์รักแท้ ที่เขามีต่อรุ้งตะวัน
 
        ''เขาเป็นคนที่สม่ำเสมอมาตลอด ระยะเวลาที่ไม่ได้เจอกัน เขาก็จะติดต่อกับเราตลอดเวลา รวมถึงทำตัวเป็นแฟนคลับ คอยติดตามข่าวสารการแข่งขันของเราทางอินเทอร์เน็ต ตรงนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่น่าประทับใจอย่างมาก และการที่ได้มาสนิทกันและเริ่มคบกันเป็นแฟนจริงจังก็น่าจะช่วงปีที่ 4 ซึ่งเขาติดต่อตนมาว่ามีงานถ่ายภาพ สนใจหรือเปล่า ให้เราไปเป็นแบบ เราก็สนใจนะ ช่วงนั้นก็เลยทำให้สนิทกันมากขึ้น และพูดคุยกัน ก็เลยลองคบกันเป็นแฟนกัน 4 ปีที่รู้จักจนมาคบกันเป็นแฟน เขาแสดงความจริงใจออกมาทุกรูปแบบ

          ทั้งที่เราอยู่คนละประเทศ แต่เขาก็หาโอกาสที่จะมาหา และเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน ด้วยความที่เขาเป็นคนไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ และชอบออกกำลังกาย เราก็จะมีกิจกรรมทำร่วมกัน ก็คือการไปเข้ายิมออกกำลังกาย ไปวิ่งกันตอนเช้า และเย็นก็เข้าฟิตเนส นี่เป็นกิจวัตรประจำวันของเราสองคน เพราะการที่เขารักสุขภาพ และเป็นคนจริงใจ ทำให้ความรักของเราไม่มีปัญหา แม้ว่าเขาไม่ใช่นักกีฬาเหมือนกับเรา แต่สิ่งที่นอกเหนือจากวิถีชีวิตที่คล้ายคลึงกันแล้ว คือการแสดงความรักที่เขามีกับเราอย่างเสมอต้นเสมอปลาย

          4 ปี ก็มีบ้างที่ทะเลาะกัน แต่ก็ไม่เคยปล่อยให้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะเราตกลงกันว่ามีอะไรไม่พอใจ หรือมีอะไรก็จะเปิดอกพูดกันไปเลย ชอบไม่ชอบอะไร ก็เลยทำให้ความรักของเราไม่มีปัญหา เรื่องครอบครัวก็เหมือนกัน ครอบครัวของเขาค่อนข้างจะน่ารัก ก็ได้ไปหาครอบครัวเขาที่สวิตเซอร์แลนด์เมื่อปีที่แล้ว ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราตัดสินใจได้เลยว่าผู้ชายคนนี้นี่แหละที่เราอยากจะใช้ชีวิตด้วย''

          เกือบ 5 ปีของการบ่มรัก และแพทริกก็ก้าวเข้าสู่วัย 39 ปี ทำให้วันที่รุ้งตะวันรอคอยมาถึง ซึ่งเมื่อปลายปี 54 วันที่พวกเขาใช้กิจวัตรประจำวันอยู่ที่ยิมขณะที่กำลังออกกำลังกายนั้น หนุ่มสวิตเซอร์แลนด์ผู้กุมหัวใจของนักเพาะกายสาวก็ได้ขอแต่งงาน ''วันนั้นเป็นวันที่ซิงค์กับแพทริกเข้ายิมปกติ แต่ก็พอจะรู้แล้วว่าเขาดูแปลกไป น่าจะมีอะไรเซอร์ไพรส์ และเขาก็เอ่ยออกมาว่า เราแต่งงานกันดีกว่า ตอนนั้นก็อึ้งนิดหน่อย เพราะว่าอยู่ๆ เขาก็พูด แต่ก็แอบดีใจ ก็เลยทำเป็นคิดนิดหนึ่งก่อนจะตอบตกลงไป พอตอบตกลง ก็เลยหาฤกษ์แต่งงาน มาได้ 2 ก.พ. 55 ซึ่งก็ถือเป็นช่วงเวลาที่ดี และเป็นปีที่ดีที่เราจะเริ่มสร้างครอบครัวด้วยกัน

          สำหรับแพลนหลังจากแต่งงาน เรื่องของการฮันนีมูนก็คงไม่ไปไกล เพราะก่อนหน้านี้เราไปปรีฮันนีมูนกันมาก่อนแล้ว ที่ดูไบ ตอนนั้นไปประมาณ 1 เดือน ก็ไปเที่ยวกัน ก็ต้องบอกว่าแต่ละสถานที่ซึ่งเดินทางไปนั้นสวยมาก และเป็นความทรงจำที่ดีมาก หลังแต่งงานก็คงจะไปแค่กระบี่ หรือไม่ก็มาเลเซีย เอาใกล้ๆ เพราะเราสองคนก็ยังต้องทำงานอยู่ ส่วนเรื่องการมีลูกที่จริงแล้ว แพทริกเขาก็อยากจะมีเลย แต่ซิงค์ขอใช้ชีวิตอยู่สองคน 1 ปีก่อน เพราะอีกอย่างก็ยังอยากจะเป็นนักกีฬา อยากแข่งขันอยู่ ก็เลยยังไม่อยากมีลูกทันที และสำหรับเรื่องการเป็นนักกีฬาก็จะไม่ทิ้งแน่นอน แม้จะมีลูกซิงค์ก็จะกลับมาฟิตอีกเพื่อที่จะให้หุ่มเฟิร์มเหมือนเดิม''

          เรียกว่าเป็นความรักที่ลงตัว และหอมหวานจริงๆ สำหรับคู่ของ รุ้งตะวัน จินดาซิงค์ กับหนุ่มสวิส จอห์น แพทริก กราเบอร์ ที่หลังจากวันที่ 2 ก.พ. นี้พวกเขาจะกลายมาเป็นครอบครัวเดียวกัน
คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : ทีมงานสยามกีฬา

จำนวนเรื่อง : 445
All post : 321
All view : 836,251
คอลัมน์ สกู๊ปพิเศษ จาก...สยามกีฬา

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263