
''วัวชนแดนใต้'' สงขลา เอฟซี ต้องอกหักในการเลื่อนชั้นสู่ลีกสูดอย่างไทยพรีเมียร์ลีก เมื่อปี 2010 หลังจากทำผลงานจบในอันดับ 4 ของตารางพร้อมได้สิทธิ์เล่นเพลย์ออฟเพื่อหาทีมขึ้นไปเล่นในศึกไทยลีก แต่ว่าก็ไม่สามารถสู้กับทีมอย่าง อาร์มี่ ยูไนเต็ด ได้ทำให้ในปีที่ผ่านมาพวกเขายังคงต้องโม่แข้งอยู่ในศึกดิวิชั่น 1 ต่อไป
และใน ฤดูกาล 2011 นี้ สงขลา เอฟซี ภายใต้การหัวเรือใหญ่ ของ 2 พี่น้อง บุญญามณี ทั้ง นิพล บุญญามณี และ นวพล บุญญามณี แถมด้วยผู้จัดการทีม อย่าง ''เสี่ยหนึ่ง'' ธัชนนท์ คชชาสุวรรณ รวมไปถึงการดึง อดีตศูนย์หน้าทีมชาติไทย อย่าง วรวุธ ศรีมะฆะ เข้ามารับงานในตำแหน่งกุนซือของทีม ที่ทั้งหมดต้องการพาทีมประสบความสำเร็จในปีนี้ พร้อมกับเป้าหมายในการทำอันดับติด 1 ใน 5 ของตาราง
และเมื่อจบฤดูกาล ''วัวชนแดนใต้'' สงขลา เอฟซี ก็สามารถทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้เมื่อต้นฤดูกาล เมื่อสามารถทำผลงานจบในอันดับที่ 5 ของตารางเมื่อลงทำการแข่งขันจบลงทั้ง 34 แมตช์ตลอดฤดูกาล
สำหรับขุมกำลังในฤดูกาลที่ผ่านมาของสงขลา เอฟซี ก็ถือว่าอยู่ในระดับปานกลาง ไม่เด่นมากมายเหมือนที่อื่นๆ แต่ก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไรมากมาย ซึ่งนักเตะส่วนหนึ่งก็มีประสบการณ์ในการเดินทางไปเล่นกับสโมสรต่างๆในกรุงเทพฯ ก่อนที่จะมาอยู่กับสงขลา ซึ่งถือว่าช่วยทีมได้พอสมควร ไม่ว่าจะเป็น ไชยรัตน์ หมัดศิริ, วรเวศ จันทร์อุทัย และ ปณัย คงประพันธ์ เป็นต้น ขณะนักเตะรายอื่นๆ ที่เป็นกำลังหลักของทีมก็มี กรกช วิริยอุดมศิริ, มานพ สอนแก้ว, ปรวัตร สิริวัฒนากร รวมไปถึงได้นักเตะต่างชาติอย่าง บาโบซ่า, โบม่า, มาไอดะ และ ซายาเน่ ซานโตส ที่ต้องบอกว่าทำให้ทีมลงตัวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ ซายาเน่ ซานโตส ที่กลายเป็นขวัญใจของแฟนฟุตบอลสงขลา เอฟซี
ซายาเน่ ซานโตส เป็นใคร ?
แฟนฟุตบอลชาวสงขลาที่เข้ามาเชียร์ทีมสงขลา เอฟซี ต่างก็มีนักเตะที่ตนเองชื่นชอบ โดยหากเป็นนักเตะไทยก็จะเป็นนักเตะอย่าง ไชยรัตน์ หมันศิริ, วรเวศ จันทร์อุทัย หรือจะเป็นนักเตะตามภูมิลำเนาอำเภอของตัวเอง แต่ถ้าหากเป็นนักเตะต่างชาติ ก็ต้องเป็น ซายาเน่ ซานโตส ที่แฟนบอลชาวสงขลา ต่างชื่นชอบและหลงรักแข้งรายนี้ ด้วยความเป็นนักเตะบราซิล ที่มีลีลาการเล่นที่แพรวพราวโชว์เพลงแข้งในสนามให้แฟนบอลได้ตื่นตาตื่นใจอยู่ตลอดเวลา เรียกว่าเป็นนักเตะที่มีความเอนเตอร์เทนสูง รวมไปถึงจุดขายอีกอย่างหนึ่งก็คือ หน้าตาดันไปคล้ายนักเตะชื่อดังระดับโลก อย่างโรบินโญ่ จนหลายคนตั้งฉายาว่า โรบินโญ่ เมืองไทย ทำให้สโมสรกวาดรายได้จากการขายเสื้อให้กับสโมสรได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ทำให้สโมสรนั้นสามารถเลี้ยงดูตัวเองได้ และเป็นลีกอาชีพอย่างเต็มตัว
พักเลกเสริมทัพ 7 ใช้ได้ 2.5
หลังจากที่ในช่วงเลกแรกประคองตัวด้วยการจบอันดับที่ 4 ของตาราง ทำให้ทีมมีลุ้นในการทำอันดับเลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นในศึกไทยพรีเมียร์ลีก ก็ทำให้ทีมมีการเสริมทัพให้แข็งแกร่งขึ้น ด้วยการเสริมนักเตะเข้าสู่ทีมถึง 7 ราย ประกอบไปด้วย ลี วาน ซับ และ คิม ซอง เมียง 2 นักเตะหน้าใหม่จากแดนกิมจิ, ซาง เซง วอน ที่ย้ายมาจาก อินทรีเพื่อนตำรวจ, นพนนท์ คชพลายุกต์ เด็กสงขลา โดยกำเนิด ที่ยืมตัวมาจาก ชลบุรี เอฟซี, อดีเรก มณีเขียว ที่ยืมมาจากบีบีซียู เอฟซี, สมภพ ไภยจินดา ที่ย้ายมาจากหาดใหญ่ เอฟซี ทีมในศึกดิวิชั่น 2 และ จิตรเทพ เหมสนิท ที่ขึ้นมาจากทีมชุดเยาวชน
ซึ่งเอาเข้าจริงแล้ว ทั้ง 7 คนที่เสริมเข้ามานั้น มีส่วนช่วยทีมได้จริงๆ แค่ 2.5 คน รายแรกก็คือ ประการหลังอย่าง ซาง เซง วอน ที่ถือว่าเข้ามาเติมเต็มแนวรับให้กับทีม ร่วมไปถึง นพนนท์ คชพลายุกต์ ดาวรุ่งของชลบุรี เอฟซี ที่เล่นได้อย่างโดดเด่น ด้วยการเติมเกมรุกทางด้านขวา ให้กับทีม ส่วนอีก 0.5 ก็คือ ลี วาน ซับ กองหน้าแดนกิมจิ ที่มีความเร็วและความแข็งแกร่งตามแบบฉบับนักเตะเกาหลี แต่แม้ว่าจะมีฝีเท้าดีแค่ไหนแต่ว่ากองหน้ารายนี้มีชื่อในการทำสกอร์ให้กับทีมได้เพียงแค่ 1 ประตูสำหรับเกมในลีก ส่วนรายอื่นๆ ที่เสริมเข้ามายังถือว่าไม่ได้ช่วยทีมอะไรมากมาย โดยเฉพาะ คิม ซอง เมียง ที่ไม่ได้ใช้งานเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ
จบเลกแรกได้ลุ้นแต่มาแผ่วปลาย
สำหรับผลงานของสงขลา เอฟซี เริ่มต้นฤดูกาลไม่ค่อยสวยเท่าที่ควร เมื่อ 5 เกมแรกสามารถเอาชนะได้เพียงแค่ 1 เกม และเสมออีก 2 เกม ทำให้ใครหลายคนต่างมองว่าปีนี้สงขลา เอฟซี คงไม่มีทางได้ลุ้นไปเล่นไทยลีกแล้ว จนกระทั่งเกมที่ 8 ของฤดูกาล พวกเขาเล่นในรังพ่ายให้กับ เจ.ดับบลิว. รังสิต 0-1 พร้อมกับอันดับอยู่ในกลางๆ (ล่าง) แต่หลังจากนั้นอีก 9 เกมที่เหลือในเลกแรกพวกเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการไม่แพ้ใคร และเก็บชัยชนะได้ถึง 7 เกม พร้อมกับขยับขึ้นมารั้งในอันดับ 4 ของตาราง และมีลุ้นในการเลื่อนชั้นอย่างเต็มตัว
ก่อนเริ่มต้นในเลกที่สองพวกเขาสะดุดเสมอ 3 เกมติด ไม่ว่าจะเป็นเสมอ เอฟซี ภูเก็ต 0-0 เสมอจันทุบรี เอฟซี 2-2 และเสมอบุรีรัมย์ เอฟซี 1-1 แต่ก็ยังคงรั้งในอันดับ 4 ต่อไป โดยเฉพาะเกมที่เสมอกับ บุรีรัมย์ เอฟซี ถือเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมพร้อมกับสร้างสถิติแฟนบอลขึ้นมาใหม่ ก่อนที่เกมต่อมาจะเอาชนะ ชัยนาท เอฟซี ทีมที่ลุ้นไปเล่นไทยลีกเหมือนกัน 1-0 ทำให้หลายๆ คนต่างก็มองว่าสงขลา เอฟซี มีโอกาสในการเลื่อนชั้นไปเล่นลีกสูงสุด แต่หลังจากนั้นสถานการณ์ของสงขลา เอฟซี ก็เปลี่ยนไปเมื่อ 7 เกมต่อมาพวกเขาเอาชนะได้เพียง 1 เกม และแพ้ไป 4 เกม ทำให้พวกกลายเป็นทีมที่เหลือโอกาสน้อยในการลุ้นในการเลื่อนชั้น และมีการปรับเปลี่ยนในตัวกุนซือของทีม หลังจาก ''โค้ชโย่ง'' วรวุธ ศรีมะฆะ ลาออก และได้ สุนทร สวนมูล มาทำหน้าที่แทน ก่อนที่ในช่วงสุดท้ายพวกเขาจะมีลุ้นแบบนิดๆ แต่สุดท้ายแล้วในเกมที่เสมอกับ ราชประชา เอฟซี จากความผิดพลาดของผู้รักษาประตูที่ชื่อ อดิเรก มณีเขียว ก็ทำให้พวกเขาหมดลุ้นเลื่อนชั้นแบบร้อยเปอร์เซ็นต์
ปรากฏการณ์มหาชนแฟนบอล
ใครจะเชื่อๆ ว่าจำนวนแฟนฟุตบอลที่เข้าชมเกมในสนามมากที่สุดในปีนี้จะเป็นการแข่งขันในศึกดิวิชั่น 1 หรือลีกพระรองของไทย ซึ่งเป็นเกมการแข่งขันระหว่าง สงขลา เอฟซี เปิดบ้านพบกับ บุรีรัมย์ เอฟซี โดยมีจำนวนแฟนบอลมากถึง 36,715 คน และเกมดังกล่าวสโมสรสามารถกวาดรายได้เข้ากระเป๋าได้สูงถึง 3.4 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าบัตรผ่านประตู 1.5 ล้านบาท (ปล่อยให้เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เข้าชมฟรี จำนวนกว่า 3,000 คน) และขายของที่ระลึกได้ 1.9 ล้านบาท รวมไปถึงเกมอื่นๆ ที่สโมสรกวาดรายได้เข้าสู่ทีมเป็นกอบเป็นกำ ทำให้หลายคนตั้งขอสงสัยว่า ทำไม ? สงขลา เอฟซี ถึงทำได้อย่างนี้
เข้าสู่อาชีพอย่างเต็มตัว
ในจำนวน 113 ทีมจากทั้ง 3 ลีกทั่วไทย ไล่ไปตั้งแต่ลีกสูงสุดจากไทยพรีเมียร์ลีกไปจนถึงลีกล่าสุดอย่างเอไอเอสลีกดิวิชั่น 2 มีไม่กี่ทีมที่สามารถสร้างรายได้เข้าสู่สโมสรจากการขายบัตรและของที่ระลึกเพื่อนำมาบริหารจัดการทุกๆ อย่างในสโมสร ไม่ว่าจะเป็น ค่าตัวและค่าเหนื่อยนักเตะ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายทุกๆ อย่างของสโมสร ซึ่งหนึ่งในนั้นมี ''วัวชนแดนใต้'' สงขลา เอฟซี อยู่ในนั้น นับว่าเป็นทีมที่น่าอิจฉาสำหรับหลายๆทีมที่สูญเสียเงินจำนวนไม่น้อยในการทำทีม ไล่ไปตั้งแต่ทีมจากไทยลีก ดิวิชั่น 1 และดิวิชั่น 2 ต่างก็มีปัญหาเรื่องการเงินทั้งนั้นแต่ไม่ใช่กับสโมสรแห่งนี้ ที่สำคัญ สงขลา เอฟซี ก็ไม่ได้เป็นทีมที่มีเงินถุงเงินถังแต่อย่างไร เพราะเงินของสโมสรที่มาใช้การในการทำทีมส่วนใหญ่มาจาก ''แฟนบอล'' ที่คอยหนุนหลังทีมมาโดยตลอด ทำให้สโมสรดำเนินไปตามระบบอาชีพอย่างเต็มตัว
บุญหล่นไทยลีกหล่นทับ
แม้ว่าจะไม่สามารถจบฤดูกาลด้วยอันดับ 1-3 แต่ว่า ''วัวชนแดนใต้'' ก็สามารถก้าวไปเล่นในลีกสูงสุดได้ เนื่องจากได้สิทธิ์การไปเล่นไทยพรีเมียร์ลีก จาก บุรีรัมย์ เอฟซี แชมป์ดิวิชั่น 1 ที่มีการตัดสินใจรวมทีมกับบุรีรัมย์ พีอีเอ เพื่อเป็น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สู้ในศึกไทยลีกทีมเดียว ซึ่งทาง ''บิ๊กเน'' เนวิน ชิดชอบ ก็ได้โอนกรรมสิทธิ์ให้กับ สงขลา เอฟซี ซึ่งปัจจัยหนึ่งที่ยกให้ก็อาจเป็นเรื่องของความประทับใจตอนที่เดินทางมาเยือน สงขลา เอฟซี และเห็นแฟนบอลนับ 3.5 หมื่นคนเต็มสนาม พร้อมกับอยากเห็นลีกสูงสุดมีบรรยากาศแบบนี้
และในฤดูกาลหน้าที่เราจะได้เห็น ''วัวชนแดนใต้'' สงขลา เอฟซี ฟาดแข้งในลีกสูงสุดพร้อมกับจะเห็นภาพแฟนบอลเกิน 3 หมื่นคนอย่างน้อยๆ ก็ 3-4 เกม ถือว่าจะเป็นการสร้างมิติใหม่ให้กับลีกสูงสุดที่จะมีการสร้างสถิติแฟนบอลขึ้นมาใหม่ ที่สำคัญ ฟุตบอลไทยลีกอาชีพไทยจะสมบูรณ์แบบอย่างเต็มตัว เมื่อลีกสูงสุดมีทีมจากทั่วภูมิภาคมาร่วมฟาดแข้ง ซึ่งจากนี้ไปเราต้องติดตามผลงานของ วัวชนตัวน้อยๆ ที่จะก้าวขึ้นมาร่วมฟาดแข้งในลีกสูงสุดสำหรับการเป็นน้องใหม่ ที่แฟนบอลไทยทั้งประเทศเฝ้าจับตาอยู่ทุกฝีก้าว
ต่อ เจียงฮาย เรื่อง
ทีมงานฟุตบอลสยาม ภาพ
ข้อมูลที่น่าสนใจของสงขลา เอฟซี ในฤดูการที่ผ่านมา
-ดาวยิงสูงสุดของทีม : ซายาเน่ ซานโตส 18 ประตู (ในลีก 17 ประตู)
-ค่าเฉลี่ยในการยิงประตูต่อเกม : 1.59 /เกม, เกมเหย้า 1.76/ เกม, เกมเยือน 1.41/ เกม
-ค่าเฉลี่ยในการเสียประตูต่อเกม : 1.15/เกม, เกมเหย้า 0.94/เกม, เกมเยือน 1.35/เกม
-ไม่เสียประตู (คลีนซีต) : 11 เกม, เกมเหย้า 7 เกม, เกมเยือน 4 เกม
-ยิงประตูไม่ได้ : 9 เกม, เกมเหย้า 3 เกม, เกมเยือน 6 เกม
-ชนะมากที่สุด : ชนะ สมุทรปราการ ศุลกากร 5-1 (เหย้า)
-แพ้มากที่สุด : แพ้ ปตท.ระยอง 0-5 (เยือน)
-ชัยชนะติดต่อกันมากที่สุด : 4 เกม
-ประตูที่ยิงได้เร็วที่สุด : มาเล็ก ยาวาหาบ เกมพบ เมืองทองฯ ยูไนเต็ด รอบรองฯ โตโยต้า ลีกคัพ 40 วินาที
ผลงานของ สงขลา เอฟซี
ผู้ทำประตู
1. เสมอ สระบุรี เอฟซี 2-2 (เหย้า) วรเวศ จันทร์อุทัย น.23, ปณัย คงประพันธ์ น.83
2. ชนะ จันทบุรี เอฟซี 1-0 (เหย้า) ซายาเน่ ซานโตส น.90
3. เสมอ บุรีรัมย์ เอฟซี 0-0 (เยือน)
4. แพ้ แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด 0-2 (เหย้า)
5. เสมอ ชัยนาท เอฟซี 2-2 (เยือน) อิทธิพล หนุดหละ น. 18, ซายาเน่ ซานโตส น.55
6. ชนะ สุพรรณุบรี เอฟซี 1-0 (เหย้า) ปณัย คงประพันธ์ น.64
7. เสมอ บีบีซียู เอฟซี 1-1 (เหย้า) มานพ สอนแก้ว น.77
8. แพ้ เจ.ดับบลิว. รังสิต 0-1 (เยือน)
9. ชนะ อาร์แบค เอฟซี 3-0 (เหย้า) ซายาเน่ ซานโตส น.23,84, มานพ สอนแก้ว น.9
10. ชนะ แบ็งคอก ยูไนเต็ด 2-1 (เยือน) ซายาเน่ ซานโตส น.23,38
11. ชนะ ราชประชา เอฟซี 3-0 (เหย้า) วรเวศ จันทร์อุทัย น.7,76, ซายาเน่ ซานโตส น.16
12. เสมอ ปตท.ระยอง 1-1 (เหย้า) ปรวัตร สิริวัฒนากร น.51
13. ชนะ เชียงใหม่ เอฟซี 4-2 (เยือน) มานพ สอนแก้ว น.35,57,60,ซายาเน่ ซานโตส น.73
14. ชนะ บางกอก เอฟซี 4-0 (เหย้า) วรเวศ จันทร์อุทัย น.11, เอ็ดวานโด่ บาโบซ่า น.60 , ซายาเน่ ซานโตส น.86 , วิทวัส เอี่ยมรัมย์ น.90+4
15. ชนะ ไทยฮอนด้า 3-1 (เยือน) วรเวศ จันทร์อุทัย น.30,73, ปณัย คงประพันธ์ น. 38
16. ชนะ สมุทรปราการ ศุลกากร 5-1 (เหย้า) ไชยรัตน์ หมัดศิริ น.37,72 , ซายาเน่ ซานโตส น.2, วรเวศ จันทร์อุทัย น.45, มานพ สอนแก้ว น.50
17. เสมอ เอฟซี ภูเก็ต 0-0 (เยือน)
18. เสมอ จันทบุรี เอฟซี 2-2 (เยือน) ซายาเน่ ซานโตส น.25,36
19. เสมอ บุรีรัมย์ เอฟซี 1-1 (เหย้า) มานพ สอนแก้ว น.30
20. ชนะ ชัยนาท เอฟซี 1-0 (เหย้า) ซายาเน่ ซานโตส น.61
21. แพ้ สุพรรณบุรี เอฟซี 1-2 (เยือน) วรเวศ จันทร์อุทัย น.29
22. แพ้ เอฟซี ภูเก็ต 0-1 (เหย้า)
23. เสมอ บีบีซียู เอฟซี 0-0 (เยือน)
24. ชนะ เจ.ดับบลิว. รังสิต 2-0 (เหย้า) วรเวศ จันทร์อุทัย น.71 , ลีวานซับ น.75
25. แพ้ อาร์แบค 1-0 (เยือน)
26. แพ้ ปตท.ระยอง 5-0 (เยือน)
27. แพ้ เชียงใหม่ เอฟซี 2-3 (เหย้า) ซายาเน่ ซานโตส น.59,80
28. ชนะ แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด 2-0 (เยือน) สิโรตฆ์ มีบุญ น.27 , วิทวัส เอี่ยมรัมย์ น.55
29. ชนะ สระบุรี เอฟซี 2-1 (เยือน) ซายาเน่ ซานโตส น.36,40
30. แพ้ แบงค็อก ยูไนเต็ด 0-2 (เหย้า)
31. ชนะ ไทยฮอนด้า 3-2 (เหย้า) มาเล็ก ยาวาหาบ น.18,60 , วิทวัส เอี่ยมรัมย์ น.45+1
32. เสมอ ราชประชา เอฟซี 2-2 (เยือน) ปรวัตร สิริวัฒนากร น.8, มานพ สอนแก้ว น.85
33. ชนะ บางกอก เอฟซี 2-1 (เยือน) วิทวัส เอี่ยมรัมย์ น.51, มาเล็ก ยาวาหาบ น.80
34. เสมอ สมุทรปราการ ศุลกากร 2-2 (เยือน) สิโรตฆ์ มีบุญ น.14, วิทวัส เอี่ยมรัมย์ น.76
คอลัมน์อื่น ๆ