ยาย่า ตูเร่ มิดฟิลด์ตัวเก่ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมมาตลอด นับตั้งแต่ย้ายจาก บาร์เซโลน่า มาร่วมถิ่นอิติฮัด สเตเดี้ยม เมื่อเดือนกรกฎาคม 2010 แม้ในตอนแรกหลายคนตั้งข้อสงสัยในความสามารถของเขาก็ตาม
แข้งผิวสีมีค่าตัวมหาศาลถึง 24 ล้านปอนด์ ทั้งที่เป็นเพียงตัวสำรองในถิ่นคัมป์ นู รวมทั้งยังรับค่าเหนื่อยอย่างมหาศาลระดับ 200,000 ปอนด์อัพต่อสัปดาห์ จนมีเสียงวิจารณ์กันว่า แมนฯ ซิตี้ โชว์ความรวยอย่างไม่ยั้งคิดและอาจเป็นการตำน้ำพริกละลายแม้น้ำอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ตูเร่ ผู้น้องได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่แท้จริงของตัวเอง ด้วยการโชว์ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่ย้ายมายังแมนเชสเตอร์ รวมทั้งทำประตูสำคัญๆ ซึ่งรวมถึงลูกยิงที่ช่วยให้ต้นสังกัดเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ สโต๊ค ซิตี้ ในรอบรองและรอบชิงชนะเลิศศึกเอฟเอ คัพ
ยาย่า ยังคงทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องมาจนถึงซีซั่นนี้ และเป็นกำลังสำคัญช่วยให้ แมนฯ ซิตี้ นำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกในเวลานี้ อย่างไรก็ตาม เขาต้องพลาดลงเล่นให้ต้นสังกัด เนื่องจากติดภารกิจต้องไปเล่นให้ทีมชาติไอวอรี่โคสต์ ในศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ ช่วงเดือนมกราคมนี้
อดีตแข้ง โมนาโก ยอมรับว่า เขารู้สึกผิดที่ต้องผละจาก แมนฯ ซิตี้ มาเล่นให้ทีมชาติในช่วงเวลาสำคัญของฤดูกาลเช่นนี้ แต่ก็ตั้งเป้าหมายที่จะช่วยให้ "ช้างดำ" คว้าแชมป์ทวีปแอฟริกามาครองให้ได้ ก่อนจะกลับไปช่วยให้ "เรือใบสีฟ้า" ซิวแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้
"ผมรู้สึกผิด ผมพูดกับภรรยาว่ามันเป็นเรื่องยากที่ต้องจาก ซิตี้ มาในตอนนี้ แต่ถ้าผมคว้าแชมป์แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ และกลับไปคว้าแชมป์ลีก มันจะเป็นฤดูกาลที่มหัศจรรย์ที่สุดสำหรับผม และผมก็มองในแง่ดีมากว่าเราสามารถทำได้"
"มันคงเป็นการมองในแง่ดีมากว่า ไอวอรี่โคสต์ สามารถคว้าแชมป์แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ และ ซิตี้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก มันจะเป็นเรื่องที่ยากมากๆ แต่ทุกคนในประเทศผมเชื่อว่าเราสามารถคว้าแชมป์รายการนี้ได้ และแฟน ซิตี้ ทุกคนก็เชื่อว่าเราสามารถคว้าแชมป์ลีก" ยาย่า กล่าว
สิ่งที่เหมือนกันระหว่าง แมนฯ ซิตี้ กับ ไอวอรี่โคสต์ คือพวกเขาเป็นตัวเต็งที่จะคว้าแชมป์ เนื่องจากมีผู้เล่นระดับสตาร์มากมายในทีม และไม่ได้แชมป์มานานหลายทศวรรษแล้ว โดย ยาย่า ยังไม่เกิดด้วยซ้ำเมื่อตอนที่ "เรือใบสีฟ้า" เป็นแชมป์ แต่เขายังจำได้ถึงครั้งสุดท้ายที่ "ช้างดำ" ชูถ้วยแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ
"ผมจำได้ว่าในปี 1992 ตอนที่เราเป็นแชมป์ มันเหลือเชื่อ พวกเขาเป็นทีมที่ยอดเยี่ยมและมันก็เป็นเกมที่น่าตื่นเต้น พวกเขาชนะจุดโทษและฮีโร่คือ อแล็ง กูอาเมเน่ นายทวารของทีม เพราะเขาเซฟจุดโทษได้ 2 ครั้ง ผมเพิ่งอายุ 8 ขวบ แต่จำได้ดี มันมีการฉลองกันอย่างยิ่งใหญ่ ทั้งประเทศได้หยุดเป็นเวลา 4 วัน ดังนั้น ผมรู้ว่ามันจะพิเศษแค่ไหนสำหรับทุกคนถ้าเราคว้าแชมป์ได้อีกครั้ง" ตูเร่ ผู้น้อง กล่าว
ยาย่า หวังว่าครั้งนี้ ไอวอรี่โคสต์ จะคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ โดยกล่าวว่า "เรามีทีมที่ยอดเยี่ยมและเป็นทีมที่มหัศจรรย์ ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาเราน่าจะมีทีมที่ดีที่สุด แต่ไม่เคยได้แชมป์ มันถึงเวลาแล้วตอนนี้ เราต้องเรียนรู้จากอียิปต์ พวกเขาไม่ใช่ทีมใหญ่ที่เต็มไปด้วยสตาร์ดัง แต่ร่วมแรงร่วมใจกันและทำงานเพื่อกันและกัน ตอนนี้เราต้องทำแบบเดียวกัน"
อดีตแข้ง โอลิมเปียกอส ย้ำว่า แมนฯ ซิตี้ ต้องพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นทีมที่ดีพอที่จะคว้าแชมป์ในลีกที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก
"มันมีความคาดหวังมากมาย เพราะเราคือหนึ่งในสโมสรที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้ เราจ่ายเงินไปมากมายและสร้างทีมที่น่าทึ่ง ตอนนี้เราต้องพิสูจน์ด้วยการคว้าแชมป์ เป้าหมายเราคือคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก แต่ผมรู้ว่ามันไม่ง่าย พรีเมียร์ลีกเป็นลีกที่ดีที่สุดในโลก มันยากที่จะคว้าแชมป์"
"ผมจำได้ เธียร์รี่ อองรี พูดกับผมเกี่ยวกับเรื่องนี้ตอนที่เราอยู่ที่ บาร์เซโลน่า เขาพูดว่าพรีเมียร์ลีกเป็นลีกที่ยากที่สุดนับตั้งแต่เขาเล่นมาและตอนนี้ผมรู้แล้วว่าเพราะอะไร ผมให้ความเคารพลีกสเปนและ บาร์เซโลน่า กับ เรอัล มาดริด อย่างมาก แต่ส่วนหนึ่งเพราะทีมอื่นๆ ต่ำกว่ามาก นั่นทำให้เป็นเรื่องง่ายเกินไปสำหรับพวกเขา"
"คุณจะไม่มีทางเห็น มาลาก้า ชนะที่ บาร์เซโลน่า หรือ ซาราโกซ่า ชนะที่ มาดริด แต่ในบางวันเรามี แบล็คเบิร์น ทีมอันดับสุดท้ายของตารางบุกไปชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แอสตัน วิลล่า บุกชนะ เชลซี และเราแพ้ต่อ ซันเดอร์แลนด์ มันเหลือเชื่อ"
"นั่นจะไม่มีทางเกิดขึ้นในสเปน นั่นคือเหตุผลที่ผู้คนทั่วโลกรักพรีเมียร์ลีก นั่นคือเหตุผลที่ลีกนี้ยากที่จะคว้าแชมป์ และเป็นเหตุผลที่ว่ามันจะพิเศษอย่างยิ่งสำหรับผมและ ซิตี้ ที่จะทำมันให้ได้ในฤดูกาลนี้" ยาย่า กล่าว
แน่นอนว่า แมนฯ ยูไนเต็ด คือคู่แข่งสำคัญของ แมนฯ ซิตี้ ในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดุกาลนี้ ซึ่ง ยาย่า กล่าวว่า "เรารู้ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่แข็งแกร่ง พวกเขามีประสบการณ์ที่มหัศจรรย์ มากกว่าทีมไหนๆ ในยุโรป แม้กระทั่ง บาร์เซโลน่า ดังนั้น มันจะเป็นเรื่องยากมาก"
-บารมง-