
''สิงโตลาดพร้าว'' อาร์แบค เอฟซี คลับลูกหนังระดับอุดมศึกษา ที่พัฒนาศักยภาพขึ้นมาจนกล้าแกร่ง ซึ่งหลายฤดูกาลที่ผ่านมาได้รับโอกาสให้บรรเลงเพลงแข้งบนเวทีลูกหนังลีกพระรองมาโดยตลอด
อาร์แบค เอฟซี เวอร์ชั่น 2011 มีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของเฮดโค้ช โดยอิมพอร์ต นาสเซอร์ อิบราฮิมี่ กุนซือชาวอิหร่าน เข้ามากุมบังเหียน ซึ่งบอร์ดบริหารหวังใช้ประสบการณ์ของกุนซือขรัวเฒ่ารายนี้พาทีมไปสู่เป้าหมาย คือการเลื่อนชั้นสู่ไทยลีก
แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนหัวเรือใหม่ ทว่าในส่วนของขุมกำลังนั้น อาร์แบค เอฟซี ยังคงเน้นใช้บริหารแข้งยังเติร์ก ผลิตผลโอท็อปจากรั้วมหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิตเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าจะเป็น พันตรี หมัดอาดัม, ณัฐพล โจถาวร, มะอูเซ็ง สาและ, ชนะ สนวิเศษณ์, วศิน ทองสง, อภิสิทธิ์ แพงสุข, ราชันต์ กันจินะ ผสมผสานกับแข่งต่างชาติอีกเล็กน้อย
ฤดูกาลที่ผ่านๆ มา อาร์แบค เอฟซี อาจจะพอต่อกรกับคู่แข่งได้แบบสูสี ทว่าสำหรับฤดูกาลนี้แตกต่างจากเดิม เนื่องจากดิวิชั่น 1 ฤดูกาล 2011 อัดแน่นไปด้วยเสือ สิงห์ กระทิง แรด คับลีก ส่งผลให้เส้นทางของ ''สิงโตลาดพร้าว'' มิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอีกต่อไป
ออกสตาร์ตฤดูกาล ''สิงโตลาดพร้าว'' ห้าวเป้ง เริ่มต้นด้วยความหงอยเหงา และไม่พบกับชัยชนะยาวนานเป็นเวลา 10 นัดติดต่อกัน โดยผลงานที่ดีที่สุดคือบุกไปเก็บ 1 แต้มจาก เจ.ดับบลิว.รังสิต เท่านั้น ส่งผลให้แรงกดดันทั้งหมดถาโถมเข้ามาใส่ นาสเซอร์ อิบราฮิมี่ ทันที ก่อนที่ฟางเส้นสุดท้ายขาดสะบั้นลงในเกมที่พ่าย สงขลา เอฟซี 0-3 เฮดโค้ชชาวอิหร่าน มีอันต้องกระเด็นตกจากเก้าอี้ทันที
จากนั้นบอร์ดบริหารอาร์แบค เอฟซี ได้ตัดสินใจผลักดัน ''โค้ชจิ'' สมเด็จ หิตเทศ กุนซือที่อยู่โยงกับทีมมาหลายปี หวนกลับมากุมบังเหียนอีกคำรบ แต่ผลงานก็ยังไม่กระเตื้อง โดยประเดิมการกลับมาด้วยการถูก ''พลังเพลิง'' ย่างสด 0-5!
แต่แล้วนัดถัดมา ''สิงโตลาดพร้าว'' ก็ล่องขึ้นเหนือบุกไปสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการตะปบ ''พยัคฆ์ล้านนา'' เชียงใหม่ เอฟซี 1-0 ชนะ สนวิเศษณ์ สวมบทฮีโร่ซัลโวประตูชัยช่วยทีมเก็บชัยชนะนัดแรกในฤดูกาล ซึ่งถือเป็น 3 คะแนนแรกที่ช่วยปลุกขวัญเพื่อนร่วมทีมได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะแสงสว่างจากชัยชนะนัดแรกจะเริ่มส่องประกาย แต่ก็ดูเหมือนว่าประสบการณ์อันน้อยนิดของแข้ง ''สิงโตลาดพร้าว'' จะไม่เพียงพอ โดยถูกคู่แข่งรุมสะกำสะบักสะบอม สุดท้ายต้องยอมยกธงขาวพ่ายแพ้แบบไม่ครบยก กลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ในลีกภูมิภาค
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ''สิงโตลาดพร้าว'' อาร์แบค เอฟซี มีอันต้องกระเด็นตกชั้นก็คือ เรื่องของประสบการณ์ของนักเตะที่เน้นใช้บริการแข้งดาวรุ่งมากเกินไป แม้ว่าจะได้แข้งต่างชาติเข้ามาช่วยเสริมในช่วงเลกสอง แต่ก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว
อีกสิ่งหนึ่งก็คือเรื่องของงบประมาณที่ไม่มากพอ ก็เลยได้แค่ต่อสู้กันไปแบบตามมีตามเกิด ขณะเดียวกันยังขาดพลังแฝงจากผู้เล่นคนที่ 12 อย่างแฟนบอลคอยหนุนหลังอีก ยิ่งทำให้นักเตะขาดความฮึกเหิมในการออกศึก ก่อนที่สุดท้ายจะพบกับความผิดหวังในบั้นปลาย
และนี่คือบทสรุปสุดท้ายของ ''สิงโตลาดพร้าว'' อาร์แบค เอฟซี ทีมดาวรุ่งที่แพ้ภัยตัวเองจนต้องกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ในลีกภูมิภาค ก็หวังว่าประสบการณ์อันล้ำค่าจากลีกพระรอง จะทำให้พวกเขาแกร่ง และกลับมาวาดลวดลายอีกครั้งในปี 2013
คอลัมน์อื่น ๆ