คอลัมน์ : รายงานพิเศษ โดย.. ทีมงานสยามกีฬา
''แร็บบิต''บางกอกกล๊าส เอฟซี ปีกระต่ายผ่านไปอย่างแสนเหนื่อยหน่าย
18/01/2012 13:05:58 น.

''เดอะ แร็บบิต'' บางกอกกล๊าส เอฟซี นับจากกระโจนเข้ามาสู่การต่อสู้ในเวทีไทยพรีเมียร์ลีก ก็ถือเป็นสโมสรที่เปิดตัวแรงทีมหนึ่ง เนื่องจากเป็นทีมเจ้าบุญทุ่มน้องใหม่ที่พร้อมจะแสวงหาความสำเร็จได้ทุกเวลา

        3 ปีทีผ่านมาทีมไม่เคยตั้งเป้าที่จะต้องลุ้นแชมป์ แต่ว่าก็ต้องการที่จะติดท็อปโฟว์ให้ได้หรือดีกว่านั้น นั่นคือติดท็อปทรี ซึ่งทีมก็ดูจะบริหารได้ตามเป้า เพราะทีมไม่เคยหล่นจากอันดับ 5 ของหัวตารางเลย

         ไทยลีก 2011 บางกอกกล๊าส เอฟซี รู้ดีว่ายังไม่อาจต่อกรกับยอดทีมชั้นนำอย่างบุรีรัมย์ พีอีเอ หรือ เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ได้ จึงคาดหวังที่จะจบที่อันดับ 3 และมุ่งไปที่การลุ้นแชมป์ในฟุตบอลถ้วยแทน

         แต่แค่เริ่มต้นทีมก็มีสัญญาณที่ไม่ดีเสียแล้ว จากการออกสตาร์ตพ่ายพัทยา ยูไนเต็ด 1-2 ก่อนมาเสมอเมืองทองฯ ยูไนเต็ด ในบ้าน 0-0 ตามด้วยเสมออาร์มี่ ยูไนเต็ด 1-1 และเสมอการท่าเรือไทย เอฟซี 1-1
 4 นัดที่ทีมไม่ชนะใคร เป็นการเริ่มต้นที่ย่ำแย่ที่สุดของสโมสร ส่วนหนึ่งเกิดจากที่ระบบการบริหารทีมได้ปรับใหม่เป็นรูปแบบฟุตบอลอังกฤษ มี ''เสี่ยเหน่ง'' ศุภสิน ลีลาฤทธิ์  ดูแลการคุมทีมในฐานะผู้จัดการทีม มีส่วนในการวางแผน การจัดตัว และการแก้เกม และมีสตาฟฟ์โค้ชที่คอยช่วยเหลือในด้านที่ปรึกษากับการคุมซ้อม อย่าง สาธิต เบ็ญโสะ, อภิสิทธิ์ อิ่มอำไภ และ อนุกูล กันยายน

         แต่เมื่อทีมเริ่มไม่ดีก็จำต้องปรับการทำทีมใหม่ คราวนี้ผ่าทางตันดึงเอา ''ขงเบ้งลูกหนัง'' อ.อาจหาญ ทรงงามทรัพย์ เข้ามามานั่งในฐานะเฮดโค้ช ดูแลการซ้อม และการวางแผนต่างๆ ก่อนที่จะปลดล็อกด้วยการเอาชนะโอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี ในบ้านได้เป็นนัดแรก 2-0 คิดว่าทีมจะไปโลดหลังจากนั้น แต่ก็ยังมีเส้นกระตุก ที่มีทั้งแพ้ ทั้งชนะ สลับกันมาตลอด จนทำให้ทีมอยู่ระดับกลางตาราง ก่อนที่จะมาไล่ตีตื้นได้ดีขึ้นในช่วงเลกสองจนขึ้นมารั้งอันดับ 4

         เหมือนว่าทีมจะไปได้ราบรื่นตลอดเส้นทาง แต่ช่วงท้ายๆ ก็มีอาการแผ่วให้เห็นอีกครั้ง เมื่อหลายนัดทีมต้องแพ้ หรือบางเกมก็แค่เสมอ ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ฟ้าผ่าในทีมเมื่อมีการปลด อ.อาจหาญ ทรงงามทรัพย์ ออกจากตำแหน่งโค้ช และแต่งตั้ง ''โค้ชง้วน'' สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ ที่ลงไปคุมทีมสำรองและไปเป็นผู้ช่วยโค้ชทีมชาติ กลับมาทำหน้าที่ในทีมชุดใหญ่อีกครั้ง โดยประเดิมเกมนัดแรกถล่มขอนแก่น เอฟซี 4-0 ก่อนแพ้ชลบุรี เอฟซี 0-1 และปิดท้ายชนะศรีสะเกษ เมืองไทย เอฟซี 2-0

         บางกอกกล๊าส เอฟซี  แข่งครบ 34 นัด ชนะ 15 นัด เสมอ 8 นัด แพ้ 11 นัด ยิงได้ 55 ประตู เสียไป 41 ประตู มี 53 แต้ม โดยยังไม่แน่ว่าจะคว้าที่ 4 ตามเป้าหรือไม่ เพราะคู่แข่งอย่างพัทยา ยูไนเต็ด ที่เหลือเกมอีกนัดกับเมืองทองฯ ยูไนเต็ด ถ้าชนะได้ก็จะแซงคว้าที่ 4 แต่ถ้าเสมอหรือแพ้ บางกอกกล๊าสจะได้ที่ 4 ไปแทน

         ผ่านไปอีกฤดูกาลถือว่าปีนี้ผลงานไม่ดีอย่างที่คาดหวัง โดย ''เสี่ยเหน่ง'' ศุภสิน ลีลาฤทธิ์ ยอมรับว่าทีมยังต้องการเวลาอีกประมาณ 2 ปีที่จะก้าวขึ้นมาลุ้นแชมป์ ซึ่งในฤดูกาลหน้าเป็นอีกปีที่พร้อมจะปรับเปลี่ยนภายในทีมใหม่ ทั้งเรื่องตัวผู้เล่นที่จะต้องมีการเสริมเข้ามามากขึ้น พร้อมกับดันเอาแข้งจากทีมเยาวชนขึ้นมาผสมด้วย

         ต้องติดตามกันว่ายักษ์ใหญ่อย่างกระต่ายแก้วจะประสบความสำเร็จในเวทีไทยลีกได้เมื่อไหร่  เพราะเมื่อพูดถึงศักยภาพทีมและเงินทุนแล้วไม่ได้เป็นรองทีมใดทั้งสิ้น เพียงแต่ยังมีอะไรที่ติดขัดเล็กๆ น้อยๆ ที่ผู้บริหารจะต้องแก้ไขกันต่อไป ถ้าจูนเครื่องได้ติดก็พร้อมก้าวขึ้นมาลุ้นแชมป์ได้เหมือนกัน
คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : ทีมงานสยามกีฬา

จำนวนเรื่อง : 410
All post : 316
All view : 804,816
คอลัมน์ รายงานพิเศษ

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263