คอลัมน์ : บอลไทยหลังไมค์ โดย.. ต้นรำเพย
เชเฟอร์ รักแล้วรอหน่อย
16/01/2012 13:01:34 น.

หลังจบเกมส์ คิงส์ คัพที่ไทยโดนเกาหลีใต้ชุดเล็กเล่นงานไป 3-1 มันทำให้เราได้เห็นการก้าวเดินของวงการฟุตบอลว่าเราหย่อนเท้าไปอยู่ส่วนไหนของฟุตบอลระดับเอเชียกัน...



        ผมไม่ได้นึกเสียใจกับผลที่แพ้แบบนี้แต่ในทางกลับกันมันทำให้เราได้เห็นต่างหากว่าบอลลีกของเราที่ว่าดีๆแล้ว เราเริ่มขยับมาอยู่ตรงไหนในฐานะเกมระดับชาติ

        จริงอยู่ที่ว่า 3 นัดที่ทีมชาติไทยจะเล่นในรายการนี้อาจไม่ใช่เกมที่จะวัดผลอะไรได้ทั้งหมด เพราะเรายังมีเกมด่านหน้าที่สำคัญที่สุดรออยู่ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ กับโอมาน แต่มันก็ยังเป็นรายการที่จะทำให้บอสใหญ่อย่าง วินฟรีด เชเฟอร์ได้เห็นว่าอะไรเป็นอะไรมากขึ้น

        นักเตะตัวหลักๆต่างอ่อนล้าและไม่สมบูรณ์พากันถอนตัวไปก่อนหน้านี้ ซึ่งผมมองว่ามันก็ยังเป็นเรื่องดีเหมือนกันที่เราจะได้มีโอกาสเห็นเหล่าบรรดานักเตะดาวรุ่งมากขึ้น


        ลองช่วยกันนึกภาพ นานเท่าไรแล้วครับที่เราไม่เห็นดาวรุ่งหน้าใหม่ๆ สอดแทรกขึ้นมาสัมผัสประสบการณ์บนเวทีทีมชาติชุดใหญ่ มันเป็นช่องว่างที่เราไม่เคยเติมมันได้เต็มสักที เรื่องแบบนี้อาจต้องย้อนไปถึงสมัยที่ ธีรศิลป์ แดงดา ขึ้นมาเคาะประตูทีมชาติชุดใหญ่เมื่อครั้งวัยรุ่น ถ้าหมดจาก “เจ้ามุ้ย” ล่ะ คงต้องย้อนไปเป็นธีรเทพ วิโนทัยที่ได้รับโอกาสแบบนี้ จนถึงบัดนี้ ลีซอ อายุเลยเบญจเพสไปแล้ว ส่วนเจ้า มุ้ย อีกสองปีก็จะ 25 แล้ว เผลอแป๊บเดียวเองนะครับ จากเหตุการณ์เมื่อครั้งก่อน ผ่านมากี่ปีแล้วอาจไม่ต้องนับ แต่มันกลับมาเกิดขึ้นอีกครั้ง ในยุคของ วินฟรีด เชเฟอร์

        เมื่อครั้งที่ เชเฟอร์ มารับหน้าที่กุมบังเหียนทีมชาติชุดใหญ่ หลากหลายนักเตะที่ถูกเรียกเข้ามาสู่แคมป์ทีมชาติ บ้างถูกใจบ้างไม่ถูกใจ (แต่ผมว่าส่วนใหญ่น่าจะถูกใจนะครับ) ทำให้เกิดความคึกคักเหลือเกิน นักเตะหลายๆคนมีแฟนบอลเชียร์อยากให้ติดมานานไม่ได้ติดสักที ก็ได้ติดในยุคนี้

        จากเด็กยุค 19 ปีที่โชว์ฟอร์มได้เตะตาแฟนบอล นักเตะวัยกระเตาะรุ่นน้องทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันรอบคัดเลือกเพื่อหาทีมเข้าสู่รอบสุดท้ายของการชิงแชมป์เอเชีย เริ่มต้นจากการล้มเกาหลีใต้ในเกมแรก และยันเสมอทีมญี่ปุ่นมาได้ นั่นเป็นปรากฏการณ์ไม่ธรรมดาที่ทีมชาติชุดใหญ่ต้องต่อยอดพวกเค้าเหล่านั้นให้ได้


        ชนาธิป สรงกระสินธ์ จากบีอีซี เทโรศาสน และ อดิศักดิ์ กลิ่นโกสุมของเมืองทอง ยูไนเต็ด คือผลผลิตของชุดนั้นที่สอดแทรกเข้ามาอยู่ใน 27 คนสุดท้ายได้

        หนึ่งคนเป็นตัวริมเส้นที่กระชากลากเลื้อยได้ดี ส่วนคนหลังถอดแบบออกมาจากดัสกร ทองเหลา เมล็ดพันธุ์เหล่านี้อาจจะยังไม่ได้เติบโตเพื่อจะเก็บเกี่ยวเอาดอกและผลมาใช้ดื่มกินได้แบบปัจจุบันทันด่วน แต่ของแบบนี้มันคือประสบการณ์ที่ดี ที่นักเตะเหล่านี้จะได้สัมผัสในนามทีมชาติชุดใหญ่ทั้งรูปแบบการฝึกและรูปแบบการฝึกซ้อมอีกมากมาย


        หลังค่ำคืนที่เราแพ้เกาหลีใต้ไป 1-3 "เชเฟอร์" ส่งสารที่เร็วสุดแล้วในยุคโซเชียล เน็ตเวิร์คครองสื่อผ่านแฟนเพจของตัวเองว่า "Many players are injured and we must see the kings cup matches as an exercise for the most important match on 29th of February. South Korea is super strong, our young players did a good job. Keep supporting us."

        ใจความคือ “นักเตะหลายคนมีอาการบาดเจ็บและอยากให้พวกเรามองว่า คิงส์ คัพ คือรายการที่จะได้ลองทีมสำหรับเกมใหญ่(กับโอมาน) ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ เกาหลีใต้เองก็เป็นทีมที่แข็งแกร่ง ส่วนนักเตะเยาวชนของเราก็ทำผลงานได้ดี อยากให้แฟนบอลได้ให้การสนับสนุนพวกเราต่อไป”


        แค่นี้ก็เรียกใจพ่อยกแม่ยกได้อีกโขแล้วครับ ผมเป็นหนึ่งในแฟนบอลที่เข้าไปกดไลค์และคอมเม้นท์ให้กำลังใจวินนี่ “ถ้ารักวินนี่รักแล้วรอหน่อยก็แล้วกันครับ” ความสำเร็จอาจจะไม่ได้มาถึงเราอย่างรวดเร็ว แต่มันจะต้องมาถึงสักวันถ้าเราเดินทางมาบนเส้นทางที่ถูกต้อง


“ต้นรำเพย”
@theerayut_b
http://www.facebook.com/theerayutb

 
คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : ต้นรำเพย

จำนวนเรื่อง : 17
All post : 29
All view : 107,372
คอลัมน์ บอลไทยหลังไมค์
Dream Final
ต้นรำเพย
Dream Final

View : 2,797 Post : 0
ชลบุรีพักก่อนเตรียมก่อน
เริ่มต้นกันใหม่ขอนแก่น
ต้นรำเพย
เริ่มต้นกันใหม่ขอนแก่น

View : 3,574 Post : 2
ไทม์ไลน์ของเสือลำบาก
ต้นรำเพย
ไทม์ไลน์ของเสือลำบาก

View : 2,476 Post : 0
บุรีรัมย์โมเดล
ต้นรำเพย
บุรีรัมย์โมเดล

View : 9,144 Post : 2

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263