คอลัมน์ : รายงานพิเศษ โดย.. อุ้ยอ้าย
อวสาน...จอมช็อต! เหลือแต่ชื่อและมนต์ขลัง
11/01/2012 14:35:42 น.

กลายเป็น ''ตำนาน'' ไปแล้ว สำหรับ ''จอมช็อต'' การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่ ณ วันนี้ เป็นเพียง ''อดีต'' สโมสรฟุตบอลที่ครั้งหนึ่งเคยเล่นอยู่ในลีกสูงสุดของเมืองไทย

        การขายหุ้น 30 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือให้กับ บ.สโมสรบุรีรัมย์ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำกัด ที่มี ''บิ๊กเน'' เนวิน ชิดชอบ เป็นประธาน ทำให้สโมสรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่เดิมทียังมีสิทธิ์อยู่ในทีมฟุตบอล บุรีรัมย์ พีอีเอ ไม่มีอำนาจหรือส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับฟุตบอลไทยอีกแล้ว นอกจาก ''สายฟ้า'' ที่ปรากฏอยู่บนโลโก้ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชื่อใหม่ที่ บุรีรัรมย์ พีอีเอ กำลังจะเปลี่ยนแปลง!

        ณ วันนี้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หลงเหลือเพียงแต่ ''ชื่อ'' ในฐานะสโมสรฟุตบอลที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นแชมป์ลีกสูงสดของเมืองไทย เมื่อปี พ.ศ. 2551 ในไทยลีก ครั้งที่ 12 และหลังจากนั้น การไฟฟ้าฯ ก็เป็นเพียง ''ลูกเมียน้อย'' ที่ติดสอยห้อยตาม บุรีรัมย์ ในชื่อบุรีรัมย์ พีอีเอ และคว้าแชมป์ไทยลีก สมัยที่สอง ในฤดูกาล 2011 ที่ผ่านมา

        เป็นเวลา 42 ปีเต็ม นับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรเมื่อปี พ.ศ. 2513 ที่ การไฟฟ้าฯ ยืนหยัดกับสโมสรฟุตบอล หลังจากที่ ดร.วีระ ปิตรชาติ ได้เป็นผู้ก่อตั้งสโมสรแห่งนี้ขึ้นมา ซึ่งวัตถุประสงค์หลักคือ การให้พนักงาน ''การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค'' ได้ออกกำลังกายและเสริมสร้างสุขภาพเท่านั้น

        ทว่า ทำไปทำมาความสามารถของพนักงานการไฟฟ้าฯ ที่เป็นเพียงสโมสรฟุตบอลรัฐวิสาหกิจ และสมัครเข้าเป็นสโมสรสมาชิกของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ.2535 ได้สิทธิ์เลื่อนชั้นจากถ้วยพระราชทาน ง ขึ้นสู่ถ้วยพระราชทาน ค ก่อนที่จะใช้เวลาเพียงปีเดียว เลื่อนขึ้นถ้วยพระราชทาน ข อย่างรวดเร็ว

        และอีก 2 ฤดูกาลถัดมา ก็สามารถทะยานขึ้นไปเล่น ดิวิชั่น 1 ได้สำเร็จ ท่ามกลางความหวังของพนักงานการไฟฟ้าฯ ที่อยากเห็นสังกัดของตนเองโลดแล่นในเวทีลีกสูงสุดของเมืองไทย

        จนกระทั่งปี 2547 การไฟฟ้าฯ คว้ารองแชมป์ดิวิชั่น 1 มาครอง และนั่นทำให้พวกเขาได้ขึ้นไปเล่น ไทยพรีเมียร์ลีกสมใจ ซึ่งเพียงปีแรกในลีกสูงสุด ''จอมช็อต'' ซัดกระจายจนคว้าตำแหน่งรองแชมป์ ไทยลีก มาครองในปี 2548 พร้อมคว้าสิทธิ์เล่น เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกด้วย

        อย่างไรก็ดี การไฟฟ้าฯ ประสบความสำเร็จสูงสุดในปี 2551 กับไทยลีก ครั้งที่ 12 เมื่อสามารถคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ ก่อนจะถูก ''บิ๊กเน'' เนวิน ชิดชอบ เข้ามาเทกโอเวอร์   

        แต่ถึงวันนี้ การไฟฟ้าฯ ได้คืนสู่สามัญเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยพวกเขาทิ้งไว้เพียงแต่ชื่อเท่านั้น และหากจะกลับมาอยู่ในสารบบของฟุตบอลไทย พวกเขาต้องไต่เต้านับ 1 ใหม่ ตั้งแต่ถ้วยพระราชทาน ง

        นิวัฒน์ คีรีวรรณ หนึ่งในบอร์ดของสโมสรการฟ้าส่วนภูมิภาค ยอมรับว่า ณ วันนี้ การไฟฟ้าฯ ได้กลายสภาพเป็นเพียงทีมฟุตบอลรัฐวิสาหกิจเท่านั้น แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า การไฟฟ้าฯ จะสิ้นชื่อแต่อย่างใด เพราะปฏิธานของ ดร.วีระ ปิตรชาติ คือการเห็นพนักงาน การไฟฟ้าฯ มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง เพราะฉะนั้น จะยังคงสนับสนุนฟุตบอลต่อไป

        คงไม่มีใครปฏิเสธว่าความสำเร็จของการไฟฟ้าฯ เกิดขึ้นจากการไต่เต้าด้วยลำแข้งของตัวเอง ซึ่งอย่างที่บอกว่า ผลงานชิ้นโบแดงคือการคว้าแชมป์ไทยลีกมาครองสำเร็จ

        ในครั้งนั้น ''น้าเหม่ง'' ประพล พงษ์พานิช ทำหน้าที่เฮดโค้ชให้กับการไฟฟ้าฯ ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของ การไฟฟ้าฯ กับ จ.อยุธยา โดยนักเตะส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นเบอร์ 1 ของเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็น รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค, อภิเชษฐ์ พุฒตาล, รณชัย รังสิโย หรือแม้แต่ พิพัฒน์ ต้นกันยา

        ทว่าวันนี้ การไฟฟ้าฯ จะมีเพียงแต่ชื่อและความทรงจำที่เชื่อว่าแฟนบอลหลายคนคงไม่มีวันลืม!!!       
คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : อุ้ยอ้าย

จำนวนเรื่อง : 25
All post : 16
All view : 40,352
คอลัมน์ รายงานพิเศษ

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263