ฟุตบอลมูลนิธิไทยคม เอฟเอ คัพ 2011 เดินทางมาถึงในรอบชิงชนะเลิศกันแล้ว ค่ำวันพุธที่ 11 ม.ค.นี้ ก็จะทราบกันว่าแชมเปี้ยนปีนี้จะตกเป็นของทีมใด
ถือเป็นคู่ชิงชนะเลิศในฝัน ที่เชื่อว่าจะมีแฟนบอลเข้ามาชมกันจำนวนมากอย่างแน่นอน เพราะสองทีมยักษ์ใหญ่โคจรเข้ามาเจอกัน หนึ่งคือ "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ พีอีเอ เจ้าของแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ อีกหนึ่งคือ "กิเลนผยอง" เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นอดีตแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก 2 สมัย
เป้าหมายของทั้งคู่ก็น่าสนใจแล้ว บุรีรัมย์ พีอีเอ ของ
"พี่เน" เนวิน ชิดชอบ คือต้องการกวาดทุกแชมป์ในปีนี้ ส่วนทางเมืองทองฯ ยูไนเต็ด ไม่มีรายการอื่นใดลุ้นแล้ว จึงเหลือแค่ถ้วยนี้ที่จะต้องทำให้ได้ ที่สำคัญคือต้องการเป็นตัวแทนเข้าแข่งขันในรายการเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบเพลย์ออฟด้วย เพราะถ้าพลาด ทีมชลบุรี เอฟซี จะรับส้มหล่นไปเล่นแทน
ทั้งสองทีมถือเป็นทีมใหญ่ของ พ.ศ.นี้ และต่างก็มีซูเปอร์สตาร์รวมกันมากมาย บุรีรัมย์ พีอีเอ เอาแค่แข้งไทยก็ฮือฮาแล้ว ไม่ว่า สุเชาว์ นุชนุ่ม, รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค, จักรพันธ์ แก้วพรม, กีรติ เขียวสมบัติ ส่วนเมืองทองฯ ยูไนเต็ด แข้งดังคับทีมเช่นกัน ไม่ว่า กวิน ธรรมสัจจานันท์, ดัสกร ทองเหลา, ธีรศิลป์ แดงดา, พิชิตพงษ์ เฉยฉิว, ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์, ภานุพงศ์ วงศ์ษา
ที่น่าสนใจคือแข้งต่างชาติที่ล้วนแต่เป็นสุดยอดทั้งสิ้น โดยแข้งปราสาทสายฟ้า นำโดย แฟร้งค์ โอแฮนด์ซ่า,แฟร้งค์ อาเชียมปง, วายเวส เฮอร์แมน, แอนเดอร์สัน โดส ซานโตส, โอบาม่า โจเซฟ ฝั่งกิเลนผยองก็มี ดักโน่ เซียก้า, ดิเอร่า อาลี, คริสเตียน เคาคู และ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์
สองทีมเจอกันมาในไทยลีก ต้องบอกว่าบุรีรัมย์ข่มกว่านิดๆ ไทยลีกปีที่แล้ว เตะในบ้านของเมืองทองฯ เสมอกัน 0-0 แต่ว่าบุรีรัมย์ พีอีเอ ไปเล่นในบ้านชนะได้ 1-0 เช่นกันปีนี้ เมืองทองฯ เล่นในบ้านก็ทำได้เพียงเสมอ 0-0 และออกไปแพ้ 0-1 จนทำให้ได้เพียงอันดับ 3 ของลีก
ในส่วนของแฟนบอลทั้งสองทีม ถือว่ามีแฟนที่เหนียวแน่นไม่แพ้กัน ชาวบุรีรัมย์ พีอีเอ นับตั้งแต่มีทีมเล่นในไทยลีก ก็กลายเป็นความตื่นตัวกันทั้งจังหวัด มีกองเชียร์ที่จะติดตามเชียร์กันแบบขาประจำจำนวนหนึ่ง ซึ่งจะมี ''ซ้อต่าย'' กรุณา ชิดชอบ นำเชียร์ด้วยตัวเอง แฟนบอลส่วนนี้จะมีการซ้อมร้องเพลง และการเชียร์ในรูปแบบเดียวกัน ภาพจึงออกมาสวยงาม และดูยิ่งใหญ่ นอกจากนี้ยังมีแฟนบอลขาจรที่จะเข้ามาเชียร์อีกส่วนหนึ่ง ยิ่งถ้าเล่นในบ้านคนทั้งจังหวัดจะเฝ้าติดตาม แถมพากันใส่เสื้อแข่งของบุรีรัมย์ พีอีเอ อย่างพร้อมเพรียงกันอีกด้วย
ด้านเมืองทองฯ ยูไนเต็ด แม้ว่าจะขึ้นมาสู่ไทยลีกไม่นาน แต่ก็มีแฟนบอลติดตามกันอย่างล้นหลาม ด้วยศักยภาพทีม ระบบการจัดการ ระบบบริหาร และซูเปอร์สตาร์คับทีม ที่มีส่วนในการดึงดูดเรียกแฟนบอล แถมผลงานใน 2 ปีที่ผ่านมาก็ทำไว้อย่างประทับใจอีกด้วย จึงเกิดมีแฟนคลับหน้าใหม่สนใจให้การติดตามกันอย่างไม่ขาดสาย จึงเชื่อว่าเกมนัดชิงจะมีแฟนบอลทั้งสองทีมแน่นเต็มความจุแน่นอน
บุรีรัมย์ พีอีเอ แม้ว่าจะแข็งแกร่งสุดๆในปีนี้ พร้อมกับคว้าแชมป์ไทยลีกแบบไร้คู่แข่ง แต่ว่าก็เกิดมีปัญหาในเรื่องของสิทธิ์การบริหารทีมตามมาให้ปวดหัวเล่นๆ
โดยสโมสรแห่งนี้เกิดจากการที่กลุ่มของนายเนวิน ชิดชอบ เข้าไปเทกสโมสรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเข้ามาบริหาร และเปลี่ยนมาใช้ชื่อว่า บุรีรัมย์ พีอีเอ นั่งคุมมา 2 ปี ประสบความสำเร็จด้วยการคว้าแชมป์ไทยลีก และกำลังจะสร้างตำนานกวาด 3 แชมป์ในปีเดียว ประกอบกับทีมน้องอย่าง บุรีรัมย์ เอฟซี ก็คว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 ขึ้นมาเล่นไทยลีกปีหน้าอีกทีม ก็ทำให้จะมี 2 ทีมจากค่ายเดียวกัน
ท่านเนวิน ชิดชอบ มีความปรารถนาที่จะยุบทีมให้เป็นหนึ่งเดียว และจะใช้ชื่อว่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โดยจะขอคืนทีมพีอีเอให้กับการไฟฟ้าฯ ไปบริหารเหมือนเดิม
มันเหมือนเป็นการโยนหินถามทางมาหลายเดือนแล้วว่า กระแสสังคมจะออกมาอย่างไร ปรากฏว่ามันเกิดความแคลงใจ เพราะถ้าคืนสิทธิ์ทีมพีอีเอ ไม่ว่าจะให้ใครไปบริหาร สิทธิ์ของแชมป์ก็ย่อมเป็นของพีอีเอ เท่ากับว่าทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไม่มีสิทธิ์ไปแข่ง ชปล. ได้เพราะทีมยูไนเต็ด ถือเป็นแชมป์จากดิวิชั่น 1 ที่เพิ่งก้าวขึ้นมา
เมื่อกระแสมีการวิพากษ์หนักขึ้น ล่าสุดท่าทีสโมสรก็ปรับใหม่ด้วยการซื้อหุ้นจากการไฟฟ้าฯ ทั้งหมดนำทีมพีอีเอมาบริหารเองแบบเต็มตัว โดยที่การไฟฟ้าฯ ไม่มีสิทธิ์ในเจ้าของทีมอีกต่อไป เรียกว่าการขายหุ้นทั้งหมดให้ทางกลุ่มท่านเนวิน ก็ทำให้ชื่อของการไฟฟ้าฯ จะปิดตำนานไปโดยพลัน และนับจากนี้ไปสโมสรนี้จะเรียกใหม่ว่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
ถือว่าเป็นทางออกที่สมบูรณ์ และไร้ข้อครหาที่จะเดินหน้าในการสร้างทีมต่อไปได้ รวมถึงเข้าแข่งขันเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย เพราะสโมสรนี้ได้แชมป์อย่างถูกต้อง โดยเหลืออีกขั้นตอนเดียวคือการยื่นเปลี่ยนชื่อมาเป็น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เท่านั้น คาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
บุรีรัมย์ พีอีเอ หาทางออกไปได้เปลาะหนึ่ง ก็น่าจะกระชุ่มกระชวยขึ้นในเกมนัดชิงเอฟเอ คัพ ซึ่งบรรดาเซียนในวงการ และนอกวงการ ต่างมองในมุมเดียวกันว่า ปราสาทสายฟ้าแกร่งกว่ากิเลนผยอง แต่ก็มีอีกหลายคนที่ถือหางอดีตแชมป์ไทยลีก 2 สมัยว่า มีดีพอที่จะเป็นผู้ชนะได้เหมือนกัน
นี่จึงเป็นเกมคู่ชิงในฝันของใครหลายๆคน ที่อยากจะเข้าไปสัมผัสกันในสนาม เกมเริ่มกัน 19.00 น. ที่สนามศุภชลาศัย ถ้าอยากจะชมต้องไปรีบซื้อตั๋วกันหน้าสนามแต่เนิ่นๆ ส่วนแฟนบอล ตจว.ติดตามกันได้ทางฟุตบอลสยามทีวี ช่องทรู 74 ศึกนัดนี้รับประกันความมันระดับ 5 ดาวครึ่งเลยทีเดียว
ทวนเหล็ก