
ปฏิเสธไม่ได้ว่าด้วยกระแสกีฬาวอลเลย์บอลที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในรอบปี 2554 ทำให้เยาวชนหลายๆ คนหันมาสนใจกีฬาชนิดนี้มากขึ้น
ที่ผ่านมามีหลายหน่วยงานหลายองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนหันมาสร้างโอกาสทางแวดวงกีฬาลูกยางให้กับยุวชน ในต่างจังหวัด เช่นเดียวกับ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด แม้ว่าภารกิจหลักจะไม่เกี่ยวข้องกับการกีฬา แต่เพราะมีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนการกีฬาของประเทศ จึงจัดโครงการ ''วิทยุการบินฯ มินิวอลเลย์บอลฯ'' เพื่อกระจายโอกาสแก่นักเรียนระดับประถมศึกษา (อายุไม่เกิน 12 ปี) ซึ่งเริ่มจัดการแข่งขันครั้งแรกเมื่อปี 2543 ในจังหวัดที่มีหอบังคับการบินตั้งอยู่จำนวน 32 จังหวัด
ก่อนที่จะได้ภาครัฐและเอกชนจำนวนมากจะให้ความสนใจและช่วยสนับสนุนจนประสบความสำเร็จ และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาวอลเลย์บอลระดับชาติ และนั่นกลายเป็นแนวทางให้ บริษัท วิทยุการบินฯ ขยายโอกาสให้กับเด็กทั่วประเทศ ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน นับเป็นหนึ่งในหลายองค์กรที่มีส่วนสำคัญในการปั้นนักตบลูกยางระดับรากหญ้าไปสู่รั้วทีมชาติอย่างแท้จริง
เพราะในอดีตที่ผ่านมาศึกวอลเลย์บอลวิทยุการบิน ได้สร้างนักตบจนก้าวไปติดธงไตรรงค์หลายต่อหลายคน ไม่ว่าจะเป็น ปิยะนุช แป้นน้อย, ฐาปไพพรรณ ไชยศรี, วณิชยา หล่วงทองหลาง และ รัศมี สุพะมูล หรือแม้แต่ น้ำผึ้ง คำอาจ นักตบสาวรุ่นแรกของวิทยุการบิน ที่ตอนนี้เล่นให้กับสโมสรวอลเลย์บอลสุพรีม-นครศรี ทั้งหมดคือผลผลิตที่เกิดจากโอกาสทางกีฬาที่วิทยุการบินได้มอบให้ โดยมีรุ่นพี่อดีตทีมชาติ อาทิ ปริม อินทวงศ์ มือเซตอัจฉริยะ, นันทกานต์ เพชรพลาย, นราพร ผงทอง และอีกหลายๆ คน ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังที่คอยผลักดันจนเกิดเวทีแห่งนี้
''นับเป็นความโชคดีของเด็กรุ่นเล็กที่ได้มีเวทีแสดงศักยภาพ อดีตทีมชาติส่วนใหญ่มาจากต่างจังหวัด เราจึงโฟกัสไปที่การสร้างนักกีฬารุ่น 12 เพราะเป็นรายการที่ยังขาดผู้สนับสนุน แต่เด็กกลุ่มนี้เขามีศักยภาพแต่ขาดเวทีให้แสดงออก วิทยุการบินเองให้การสนับสนุนทีมชาติมาหลายปี รวมถึงการให้ความมั่นคงทางชีวิต แต่เพราะเราต้องการสร้างความยั่งยืนให้แก่นักกีฬาวอลเลย์บอลจึงต้องกลับไปสร้างตั้งแต่เด็กระดับประถม นั่นคือ สิ่งที่ผู้บริหารระดับสูงเราให้ความสำคัญ และนอกจากเด็กจะมีโอกาสทางด้านกีฬาแล้วเขายังได้รับโอกาสดีๆ ทางการศึกษา เพราะมีโรงเรียนต่างๆ ที่เห็นฝีมือแล้วเขาก็ดึงเข้าไปเรียน มันทำให้เราภูมิใจว่าเราได้เป็นส่วนหนึ่งของสังคม ได้กระจายโอกาสสู่เด็กด้อยโอกาส และเราก็ยังจะโฟกัสไปที่เด็กอายุ 12 ปี ต่อไปเรื่อยๆ เพราะเราให้ความสำคัญกับเด็กรุ่นนี้ มันเป็นพื้นฐานเพื่อก้าวไปสู่ขั้นที่สูงขึ้น'' ปริม อินทวงศ์ อดีตมือเซตทีมชาติไทย กล่าวย้ำ
เรียกว่าไม่ใช่แค่โอกาสทางการกีฬา แต่มันคือโอกาสทางการศึกษาและอนาคตของยุวชน
ฉะนั้นการแข่งขันที่กำลังจะเกิดขึ้นในรอบปีที่ 12 กับศึก ''วิทยุการบิน-สพฐ. มินิวอลเลย์บอล'' ระหว่างวันที่ 5-11 ม.ค. 2555 ที่ศูนย์ฝึกกีฬา 1 โรงเรียนสงวนหญิง จ.สุพรรณบุรี จะเป็นเวทีแจ้งเกิดของนักตบจากภูธร
และที่สำคัญจะเป็นเวทีแจ้งเกิดของยุวชนเพื่อก้าวไปสู่ทีมชาติไทยต่อไปในอนาคต
คอลัมน์อื่น ๆ