
หากพูดถึงนักเตะที่จงรักภักดีต่อสโมสร โดยค้าแข้งให้กับทีมเดียวตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงแขวนสตั๊ด หลายคนอาจนึกถึงสโมสรอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มีนักเตะระดับตำนานสโมสรอย่าง ไรอัน กิ๊กส์, พอล สโคลล์, แกรี่ เนวิลล์ ฯลฯ
ไม่ต้องไปไกลถึงแดนผู้ดี !! เลย ซิตี้ ยอดทีมลูกหนังชื่อดังแห่งเมืองทะเลภูเขา ก็มีคุณสมบัติไม่แตกต่างจาก ''ผีแดง'' เช่นกัน โดยพวกเขามีนักเตะที่เป็นลูกหม้อของทีม 4 ราย อันประกอบด้วย อลงกรณ์ จรนาทอง, มนตรี พิมพ์พัน, สุริยะกาญจน์ ฉิมจีน และ วิชิตชัย รักษา ซึ่งทั้งหมดอยู่ร่วมหัวจมท้ายกับทีมมาตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรปี 2009
ค่อยๆนั่งไทม์แมชชีนย้อนกลับไปไล่เรียงเมื่อ 3 ปีก่อน เลย ซิตี้ ถือเป็นอู่ข้าวอู่น้ำชั้นดีที่สร้างนักเตะระดับรากหญ้าก้าวขึ้นประดับวงการลูกหนังไทยมาแล้วอย่างมากมาย โดยปี 2009 สองพี่น้องฝาแฝดมหัศจรรย์อย่าง วิชาญ-วิชา นันทะศรี ได้สร้างชื่ออุแว้บนเส้นทางลูกหนังกับที่แห่งนี้ ก่อนจะต่อยอดไปสู่เวทีระดับท็อปของเมืองไทย เช่นเดียวกับคูฟูร์และบานี่ สองแข้งต่างชาติที่ได้อานิสงส์จากสโมสรเลย ซิตี้ ก่อนจะเนื้อหอมเป็นที่หมายปองของทีมยักษ์ใหญ่
ผลผลิตรุ่นที่สองอย่าง ''โตโร่'' ณัฐภัทร สมศรี นักเตะไร้ชื่อจากเมืองอุดรฯกลับสร้างผลงานได้อย่างสุดร้อนระอุกลายเป็นดาวซัลโวประจำภาคอีสานและของประเทศ ขณะที่ ปรัชญา สิทธิ ปีกจอมพลิ้วเจ้าของเสื้อเบอร์ 7 ต่อจาก วิชาญ นันทะศรี ที่โชว์เพลงแข้งได้อย่างท็อปฟอร์ม พร้อมด้วย นราธิ ดาโอ๊ะ เซนเตอร์ฮาล์ฟเลือดสะตอและอีกบางส่วนเก็บข้าวของไป ม.เกษตรฯ โดยทุกคนเลือกที่จะเดินออกจากสโมสรแห่งนี้ด้วยเหตุผลต่างกรรมต่างวาระ
จากการตบเท้าก้าวเดินออกจากถิ่น ''ผีตาโขน'' ส่งผลให้ฤดูกาล 2011 ที่ผ่านมา เลย ซิตี้ เหลือผู้เล่นที่อยู่เคียงบ่าเคียงไหล่กับทีมจากชุดแชมป์ซีซั่นแรกเพียงแค่ 4 รายเท่านั้น ประกอบด้วย อลงกรณ์ จรนาทอง, มนตรี พิมพ์พันธ์, วิชิตชัย รักษา และ สุริยะกานต์ ฉิมจีน
ลูกหม้อเมืองเลยทั้ง 4 หน่อ ถือเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญยิ่ง ในการพา ''ผีตาโขนออกศึก'' เลย ซิตี้ ผงาดเข้าสู่รอบชปล. ตลอด 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา เริ่มจาก อลงกรณ์ จรนาทอง เพลย์เมกเกอร์ร่างเล็กที่คอยรังสรรค์เกมรุกให้ทีมแบบนันสต๊อป เป็นห้องเครื่องที่คอยขับเคลื่อนเกมรุกให้ไหลลื่นตลอด 90 นาที ขณะที่ มนตรี พิมพ์พันธ์ แบ็กซ้าย ''กะปอมพิฆาต'' เป็นนักเตะที่มีความขยัน มุ่งมั่น ใจเกินร้อยทุกนัดที่ลงสนาม โดยมีลีลาการเสียบสกัดที่หนักหน่วง ยึดตำแหน่งแบ็กโฟร์ของทีมได้ชนิดไม่มีใครแทน
ด้าน วิชิตชัย รักษา นายทวารดาวรุ่งฝีมือดีรายนี้ แสดงให้เห็นแล้วว่าพรรษาลูกหนังไม่ใช่ปัญหาสำหรับมือกาวรายนี้ ด้วยเซนต์ในการยืนเฝ้าปากประตูที่ยอดเยี่ยม รวมถึงการตัดสินใจในการออกมาตัดบอล อีกทั้งการยืนตำแหน่งและความเหนียว แน่น หนึบ คือคุณสมบัติของวิชิตชัย และถือเป็นบุคคลที่ปิดทองหลังพระเรื่อยมา
ส่วน สุริยะกานต์ ฉิมจีน ปีกจรวดเมืองเลย มีจุดเด่นอยู่ที่ความเร็วและทักษะลูกหนังที่ไม่ธรรมดา แม้ว่าชื่อชั้นอาจจะไม่เทียบเท่าซูปอร์สตาร์ในทีม แต่จะว่าไปแล้วหลายครั้งที่ทีมได้ประตูก็มาจากการผ่านบอลของชายผู้นี้นับครั้งไม่ถ้วน กลายเป็นนักเตะอีกหนึ่งคนที่เป็นขวัญใจชาวเมืองเลย
ทว่าล่าสุดจากข่าวลือที่ไม่สู้ดีนักเรื่องที่สโมสรติดค้างค่าเหนื่อยนักเตะร่วมล้านบาท ส่งผลให้แคมป์ เลย ซิตี้ สั่นสะเทือน โดยหลายคนเริ่มพับผ้ายัดใส่กระเป๋า พร้อมกับมองหาอู่ข้าวอู่น้ำแห่งใหม่บ้างแล้ว เนื่องจากไม่มั่นใจในเสถียรภาพของสโมสร !
เช่นเดียวกับ 4 แข้งลูกหม้อที่เคยสวามิภักดิ์ทีมมายาวนานร่วม 3 ปี ทว่าบัดนี้สถานการณ์ของทีมเปลี่ยนไป ความรักอย่างเดียวมิอาจเลี้ยงปากท้องพวกเขาได้ จึงจำเป็นต้องกัดฟันโบกมืออำลาทีมไปแบบปวดใจ โดย อลงกรณ์ จรนาทอง และ สุริยกาญจน์ ฉิมจีน คาดว่าน่าจะตบเท้าไป ระยอง เอฟซี ขณะที่ มนตรี พิมพ์พัน ซบรัง หนองคาย เอฟที ส่วน วิชิตชัย รักษา โยกไปเฝ้าเสาให้ ราชบุรี เอฟซี ในดิวิชั่น 1 ปิดฉากตำนาน 4 แข้งลูกหม้อเมืองเลยที่เคยสืบสานมนต์เพลงเตะมากว่า 3 ปีลงอย่างราบคาบ !
จากผลงานการเป็นพี่เบิ้มโซนอีสานของ เลย ซิตี้ ด้วยตำแหน่งแชมป์ 2 สมัย และรองแชมป์ 1 สมัย บ่งบอกแสนยานุภาพลูกหนังได้เป็นอย่างดีว่าพวกเขาสุดยอดเพียงใด
ทว่าสำหรับฤดูกาลหน้า เลย ซิตี้ ภายใต้การบริหารของ ร.อ.ดร.รชฎ พิสิษฐบรรณกร ผู้นำและผู้ปฏิวัติ ''ผีตาโขน เวอร์ชั่นใหม่'' ที่ไม่เหลือเค้าโครงเดิมอีกต่อไป พวกเขาจะครองความเป็นยอดทีมแดนที่ราบสูงต่อไป
หรือจะถึงเวลา ''เผาผี'' กันแน่ อันนี้ก็ไม่รู้
ต้องรอดูผลงาน ?
คอลัมน์อื่น ๆ