
หลังจากที่พ.ร.บ.กีฬามวย พ.ศ. 2542 มีผลบังคับใช้เพื่อควบคุมดูแลบุคคลในวงการมวย สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย กลายเป็นองค์กรของรัฐที่ต้องทำงานใกล้ชิดกับคนมวยมากที่สุด
และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหลายปี ได้มีการเปลี่ยนแปลงผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย หรือผอ.มวย หรือนายทะเบียนตามพ.ร.บ.กีฬามวยหลายคน โดยปัจจุบัน ผอ.เดช ใจกล้า นั่งเก้าอี้ดูแลสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย 1 ปีที่ผ่านมา ผลงานการทำงานของสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวยมีหลายเรื่องที่เป็นประโยชน์กับวงการมวย อาทิ การประชุมบอร์ดมวย หรือคณะกรรมการกีฬามวย ที่มีฯพณฯ ชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน ช่วงแรกที่นายชุมพลเข้ามาดูแลกีฬามวยเดินเครื่องเต็มที่ทั้งเรื่องการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์มวยไทยที่จ.อยุธยา และการช่วยเหลือวงการมวย กระทั่งการเลือกตั้งส.ส. ครั้งใหม่ นายชุมพลกลับมานั่งเก้าอี้เจ้ากระทรวงอีกครั้ง พร้อมรั้งตำแหน่งประธานบอร์ดมวยเพื่อสานต่องานด้านกีฬามวยที่ได้เริ่มไว้ต่อไป
การประชุมคณะกรรมการกีฬามวย ครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นครั้งสุดท้ายในรอบปีงบประมาณ 2554 โดยวาระในการประชุมเป็นการรายงานสรุปผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา อันได้แก่ การรายงานสถานะทางการเงิน, การให้สวัสดิการการช่วยเหลือแก่นักมวย และการดำเนินงานให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. 2542 ฯลฯ ส่วนเรื่องเพื่อพิจารณาได้แก่ คำของบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2555 ในกรอบวงเงิน 184 ล้านบาท และการทบทวนแผนยุทธศาสตร์ ประจำปีบัญชี 2555 ส่วนเรื่องสุดท้ายคือการกำหนดสีมงคล ชั้นความสามารถผู้ฝึกสอนมวยไทยอาชีพเมื่อวันที่ 1-4 กันยายน 2554 สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย (ส่วนกลาง) ทั้ง 4 งาน อันได้แก่ งานกำกับดูแลและติดตามผลกีฬามวย, งานงบประมาณและการเงิน, งานสวัสดิการและธุรการกองทุนกีฬามวย และงานบัญชี รวมทั้งสิ้น 36 คน ได้เดินทางไปอบรมเชิงปฏิบัติการในหลักสูตร ''ปรับคน ปฏิรูปงาน ขับเคลื่อนมวยไทยอาชีพ'' ณ ศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี เพื่อเป็นการทบทวนแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติงานของคณะกรรมการกีฬามวย ทั้ง 2 แผน เพื่อปรับกลยุทธ์ให้ทันสมัย สามารถนำมาใช้พัฒนาวงการกีฬามวยไทยอาชีพได้สำเร็จตามเป้าประสงค์ที่วางไว้
สำหรับจัดการสัมมนาในหลักสูตร ''ปรับคน ปฏิรูปงาน ขับเคลื่อนมวยไทยอาชีพ'' ระหว่างวันที่ 1-4 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติมวกเหล็ก จ.สระบุรี เป็นเตรียมความพร้อมในการรองรับระบบการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล วันแรกของการอบรมเป็นการรับมอบนโยบายและแนวทางในการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 จากผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย นาย กนกพันธุ์ จุลเกษม ณ ชาโต เดอ เขาใหญ่ ซึ่งเป็นงานประชุมสัมมนาใหญ่ของฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย จากนั้นวันที่ 2-4 เป็นการสัมมนาและปฏิบัติงานเฉพาะของสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย โดยได้รับเกียรติจากรองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายสิทธิประโยชน์ นายพีระ ฟองดาวิรัตน์ มาเป็นประธานในงานสัมมนาและบรรยายพิเศษเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลด้านการพัฒนากีฬาและนโยบายการพัฒนากีฬาอาชีพ ของการกีฬาแห่งประเทศไทย โดยมีเนื้อหาอาทิ ปฏิรูปองค์กรกีฬาอาชีพทั้งระบบให้มีความเข้มแข็ง มีสมรรถนะสูง และมีการบริหารจัดการที่เป็นสากลทั้งประเทศ การสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนด้วยนโยบาย กฎหมาย และระเบียบปฏิบัติ ที่เป็นสากล สอดคล้องกับความเป็นไทย เป็นต้น
ขณะที่การอบรมผู้ฝึกมวยไทย กกท.และสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย ได้จัดทำโครงการอบรมผู้ฝึกสอนกีฬามวยไทยอาชีพ ระดับ C Licenseใช้หลักสูตรระดับ C license 2รุ่น มีระยะเวลาอบรมทั้งสิ้น 7 วัน รุ่นแรกเริ่ม ตั้งแต่วันที่ 24 - 30 พ.ค. 54 ซึ่งเป็นการอบรมเสริมพื้นฐานเชิงปฏิบัติ ช่วยทบทวนความรู้เชิงประวัติศาสตร์ของมวยไทย และฝึกฝนศิลปะแม่ไม้หลักของมวยไทยอย่างจริงจัง โดยได้รับเกียรติ จาก อ. จรัสเดช อุลิต ผู้อำนวยการวิทยาลัยมวยไทย ม.ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง, ผศ.โพธ์สวัสดิ์ แสงสว่าง หัวหน้าค่ายมวยศิษย์โพธ์ จ.มหาสารคาม และ อ.ประนอม อัมพินย์ (ครูแดง วรวุฒิ) อดีตครูฝึกค่ายวรวุฒิ, ค่ายล้อเหล็ก มาเป็นวิทยากรพิเศษ ส่วนการอบรมรุ่นที่ 2 อีกจำนวน 60 คน รุ่นที่ 2 ประจำปี 2554 มีผู้เข้ารับการอบรม 62 คน ร่วมงาน ณ ศูนย์ฝึกมวยไทยแห่งชาติมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เมื่อวันที่ 14- 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยนายพีระ ฟองดาวิรัตน์ รองผู้ว่าการ กกท.เป็นประธานปิดการอบรมและมอบใบประกาศนียบัตรแก่ผู้ที่ผ่านการอบรม โดยรองผู้ว่ากทก. กล่าว โครงการอบรมผู้ฝึกสอนกีฬามวยไทยอาชีพ ระดับ C License รุ่นที่ 2 ประจำปี 2554 ว่าเป็นการพัฒนามาตรฐานผู้ฝึกสอนกีฬามวยไทยอาชีพไปสู่ระดับ A, B, C License ให้มีศักยภาพสูงขึ้น และดำเนินการฝึกสอนกีฬามวยไทยอาชีพอย่างเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งในและต่าง ประเทศ อันเป็นเป้าหมายหลักของการพัฒนาศิลปะแม่ไม้มวยไทยให้ก้าวไกลสู่สากล ตามแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติงานการพัฒนากีฬามวยไทยอาชีพ ระยะเวลา 4 ปี (พ.ศ. 2554-2557) ตามวิสัยทัศน์ ''มวยไทย เอกลักษณ์ไทย เข้มแข็งในการเป็นกีฬาอาชีพ พัฒนาสู่สากล สร้างคน สร้างรายได้ และสร้างชาติ''
รอง ผู้ว่าการ กกท. กล่าวเพิ่มเติมว่า การอบรมครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จัดวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และประสบการณ์ของประเทศมาให้ความรู้ ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติครบถ้วนตามหลักสูตรโดยนำเอาแม่ไม้มวยไทยที่มีกว่า 300 ลูกไม้มาอบรมในเนื้อหาหลักสูตรความรู้ทั่วไปของมวยไทย, ทักษะพื้นฐานของมวยไทย, ทักษะการใช้หมัด เท้า เข่า ศอก ศิลปะการรุกและการป้องกันตัว แม้ไม้และลูกไม้มวยไทย, การไหว้ครูและการร่ายรำมวยไทย, การออกกำลังกายด้วยมวยไทยเพื่อสุขภาพเพื่อถ่ายทอดและสืบสานอนุรักษ์ต่อไป โดยมีผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 62 คน ซึ่งผ่านการคัดเลือกจากศูนย์ กกท. ภาค 2 สุพรรณบุรี และภาค 5 เชียงใหม่, จากส่วนกลางรวมทั้งอดีตนักมวยไทย อาทิ ผุดผาดน้อย วรวุฒิ, ดีเซลน้อย ช.ธนะสุกาญจน์ ฯลฯ เข้ารับการอบรมในรุ่นที่ 2 ซึ่งผู้ที่ผ่านการอบรม จะได้รับวุฒิบัตรที่ออกให้โดยสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย ที่สามารถนำไปใช้ประกอบวิชาชีพเป็นผู้ฝึกสอนหรือครูมวยไทยได้ทั่วโลก โดยในปี 2555 จะเปิดอบรมผู้ฝึกสอนกีฬามวยไทย ในระดับ C License จำนวน 2 รุ่น, ระดับ B License (เพิ่มเติมเนื้อหาด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา) และระดับ A License รุ่นพิเศษ (เพิ่มเติมเนื้อหาด้านภาษาอังกฤษ) อีกอย่างละ 1 รุ่น
นอกจากนี้จะมีการตรียมของบทุนดำเนินการจากคณะกรรมการ กกท. เพื่อจัดสร้างศูนย์ฝึกมวยไทยเพิ่มเติมอีก 1 อาคาร ซึ่งจะใหญ่เป็น 2 เท่าของศูนย์เดิม ซึ่งจะสามารถรองรับการจัดการแข่งขันมวยในระดับโลกได้ คาดว่าจะใช้งบประมาณการก่อสร้างไม่เกิน 30 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการออกแบบและจะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ กกท. เพื่อของบประมาณดำเนินการก่อสร้างต่อไป และในอนาคตเตรียมพัฒนากีฬาอาชีพอีก 5 ชนิดกีฬาเพื่อเปิดเป็นศูนย์ฝึกกีฬาอะคาเดมี่ ได้แก่ ฟุตบอล, มวยไทย, ตะกร้อ, กอล์ฟ และเทนนิส โดย มุ่งให้เป็นศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติมวกเหล็กเป็นสถานที่เก็บตัวและฝึกซ้อมด้าน กีฬาเป็นเลิศและกีฬาอาชีพต่อไป รวมทั้งเป็นสถาบันพัฒนาบุคลากรด้านกีฬาของชาติบนพื้นที่กว่า 900 ไร่ของศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี
ส่วนการดูแลอดีตนักมวยได้มีการอนุมัติเงินช่วยเหลือด้านสวัสดิการแก่อดีตนักมวยเป็นรายเดือนหลายสิบคน นอกจากนี้ยังมีการช่วยเหลือเงินสวัสดิการแก่ครอบครัวของอดีตนักมวยที่เสียชีวิตอีกหลายคน ขณะที่การจัดระเบียบวงการมวยสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวยได้ทำหนังสือตักเตือนความประพฤติของนักมวยที่โดนไล่, แหกค่ายไปชกโดยไม่ได้รับการยินยอมจากหัวหน้าคณะ ประมาณ 4-5 ราย ภาพรวมการทำงานในปี 54 ที่ผ่านเพิ่งผ่านพ้นไป สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวยถือว่าสอบผ่าน แม้ว่าผลงานจะไม่โดดเด่นเน้นในเรื่องของวิชาการและการอบรมก็ตาม ส่วนปี 2555 การทำงานก็คงเป็นรูปแบบเดิม แต่สิ่งที่คนมวยต้องจับตามองก็คือการเปลี่ยนแปลงบุคลากรและนโยบายของบอร์ดมวย ที่จะเน้นเชิงรุกมากขึ้น คาดว่าปีนี้น่าจะโดนใจคนมวยมากขึ้นกว่าเดิม
คอลัมน์อื่น ๆ