เกือบจะได้บทสรุปสุดท้ายกันแล้วสำหรับศึกลูกหนัง "สปอนเซอร์ไทยพรีเมียร์ลีก 2011" ที่ดวลแข้งกันมาอย่างเอกอุ เกือบปีกันเลยทีเดียว โดยทีมแชมป์ไม่ต้องสืบเพราะ เด็กๆ ของ "บิ๊กเน" เนวิน ชิดชอบ เข้าวินตั้งแต่ไก่โห่
ในขณะที่โควตารองแชมป์กลายเป็นว่าลูกทีมของ "เฮงซัง" วิทยา เลาหะกุล สวมหัวใจสิงห์ฮึดเข้าป้าย แบบไม่น่าเชื่อ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ ยกธงขาวให้กับ เมืองทองฯ ทว่าแชมป์เก่า 2 สมัยทำแต้มตกเรี่ยราด มาถึงตอนนี้พวกเขาทำดีที่สุดก็ได้เพียงแค่ อันดับสามเท่านั้น
ส่วนทีมในเวอร์ชั่นหนีตาย "เดอะทีเร็กซ์" ขอนแก่น เอฟซี ร่วงไปตั้งแต่ ลีกยังไม่ปิด เหลืออีก 2 โควตาตาย นั่นก็คือ ศรีราชา ซูซูกิ เอฟซี, ทีโอที เอสซี, ราชนาวี และ เอสซีจี สมุทรสงคราม ที่มีอันดับและแต้มที่เบียดเสียดสูสีกันมาก
ก่อนหน้านี้ "สุภาพบุรุษวงจักร" อาร์มี่ ยูไนเต็ด ถูกนำเอาไปเอี่ยวกับ กลุ่มหนีตกชั้นด้วยเนื่องจาก พวกเขามีแต้มที่หมิ่นเหม่ เสี่ยงต่อการตกชั้นสูง หลายต่อหลายเกมที่ผ่านมา พวกเขาเพียรพยายามจะซิวสามแต้มให้ได้เพื่อจะหนีตกชั้นให้ได้แบบสเด็ดน้ำ
แต่ก็พลาดท่าแพ้ในเกมก่อนหน้านี้ทั้ง บุรีรัมย์ พีอีเอ, พัทยา ยูไนเต็ด ดังนั้นเกมที่จะบุกเยือน เพื่อนร่วมกองทัพไทยอย่าง "สุภาพบุรุษโล่ห์เงิน" อินทรีเพื่อนตำรวจ จึงสำคัญยิ่ง 3 แต้มการันตี รอดตกชั้น อย่างน้อยก็ต้องเสมอ หากพลาดท่าแพ้ ก็มีสิทธิ์ร่วงขึ้นมาได้เช่นกัน
ในเกมแห่งความหมาย "โค้ชดู๊ด" อดุลย์ รุ่งเรือง ไม่กล้าที่จะบุ่มบ่ามในการจัดทัพ หมาก 4-4-2 ถูกงัดกลับมาใช้อีกครั้งในเกมที่จำเป็นต้องเอา 3 แต้มให้ได้ในเกมนี้ อีกทั้งแท็กติกการเล่นจึงรัดกุมเป็นพิเศษ เกมรับ "เจ้าเบนซ์" ศิวะเมต ธนูศร ถูกจัดให้มายืนคู่กับ อเล็กซ์ซานโดร อัลเวส เช่นเดิม
ในขณะที่ แดนกลาง วันชนะ รัตนะ, จักรพงษ์ สมบูรณ์, วีรพงษ์ มูลคำแสน และ นิพนธ์ คำทอง เป็น 4 ประสานแผนกห้องเครื่อง ขณะที่คู่กองหน้า ธาตรี สีหา กับ เลอันโดร โดส ซานโตส ไล่ละทวงเช่นเดิม
ทางฟาก อินทรีเพื่อนตำรวจ ดูเหมือน "โค้ชวัง" ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ไม่คิดมาก เน้นให้ดาวรุ่งได้ยึดเส้นยึดสายกันบ้าง หลังผลักดัน ปกเกล้า อนันต์, อัสมิง แม จนแจ้งเกิด จึงส่ง "เจ้าบาส" ปกรณ์ เปรมภักดิ์ ดาวยิงดีกรีเยาวชน 19 ปีทีมชาติไทย ลงเป็นตัวจริงดูบ้าง
โดยภาพรวมเกมนี้ต้องขอบอกว่า อึดอัดเป็นพิเศษ เพราะต่างไม่มีผลอะไรแล้ว อินทรีเพื่อนตำรวจ หวังทีมอันดับ 4-8 พลาด ในช่วงโค้งสุดท้ายเพื่อตัวเองจะสอดแทรกเป็นทีมอันดับ 4 ส่วน อาร์มี่ฯ เน้นผลการแข่งขันไม่ได้ก็ไม่เสีย 1 แต้ม แจ่มเลย 3 แต้มยิ่งสว่างไปใหญ่
เกมครึ่งแรกจึงออกมาแบบถ้อยที ถ้อยอาศัย เลอันโดร โดส ซานโตส ได้ตะบันหน้ากรอบเขตโทษไปหนึ่งดอก แต่ก็เหินข้ามคานน่าเขกกะโหลก ก่อนจะสิ้นเสียงนกหวีดของ ชัยยะ มหาปราบ ด้วยเป้าที่สะอาด
ส่วนเกมครึ่งหลัง โอกาสน่าจะเป็นของอาร์มี่ฯ เมื่อ เจ้าถิ่นเหลือผู้เล่น 10 คน ปกเกล้า อนันต์ โดนเหลืองสองเป็นใบแดงไล่ออกสนาม หลังไปเสียบ จักรพงษ์ สมบูรณ์ แต่เกมก็ไม่ได้เปรียบ กระทั่งมาเหลือผู้เล่น 10 คนเท่ากัน โดย นิพนธ์ คำทอง โดนใบแดงเช่นกัน
เกมทำท่าว่าจะเสมอ 0-0 แต่แล้ว วีรพงษ์ มูลคำแสน ก็มาเป็นฮีโร่ หลังเหนี่ยวไกยิงจากระยะกว่า 20 หลา บอลพุงแรงเสียบตาข่าย ให้ อาร์มี่ฯ ผงาดขึ้นนำ 1-0 ก่อนจะรักษาสกอร์เอาไว้กระทั้งจบเกมเก็บสามแต้มเต็ม เป็น 39 แต้ม รอดตายแบบไม่ต้องไปลุ้นกับทีมไหนอีกแล้ว
ภายหลังจบเกม "เสธ.ชาย" พลตรี อดุลยเดช อินทะพงษ์ ผจก.ทีม เปรย "ถือว่าเป็นสามแต้มที่ทำให้เรามีกำลังใจที่จะทำงานต่อเนื่องในฤดูกาลหน้าให้ดีที่สุด ซีซั่นนี้ ต้องยอมรับว่า เราเป็นทีมงานที่ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นนักเตะ ซึ่งแม้จะมี ของ ทหารบก เป็นแกนหลัก แต่ก็มี บราซิล มาเพิ่ม อีกทั้งมีการเปลี่ยนแปลงโค้ช กลางศึก ก็เลยต้องปรับทัพกันพอสมควร ความลงตัวอาจจะช้ากว่าทีมอื่น"
ถามถึงการประเมินผลงานในฤดูกาลนี้ "เสธ.ชาย" ยืนยันว่า "การไม่ตกชั้นถือว่าเป็นเป้าหมายที่เราตั้งธงเอาไว้ตั้งแต่แรก อย่างที่เกริ่นนำมาว่า เราเป็นน้องใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าตอนนี้เราเรียนรู้จากประสบการณ์จริงและพร้อมที่จะนำมาปรับปรุงแก้ไข ฤดูกาลหน้างบประมาณทำทีมมีเหมือนเดิม อาจจะไม่เท่ากับฤดูกาลนี้ เพราะว่าเรามีโครงสร้างการทำทีมที่ดีแล้ว ก็คงจะเพิ่มเติมในส่วนที่ขาดเท่านั้นเอง
"ในส่วนของนักเตะ บราซิล ตัวหลักๆ อย่าง เลอันโดร โดส ซานโตส, อเลสซานโดร อัลเวส ยังจะได้ร่วมทีมแน่นอน ส่วนรายอื่นที่ยังไม่ดีพอสำหรับทีม เราก็คงจะหั่นทิ้ง ซึ่งตอนนี้ทุกคนถูกประเมินผลงานหมดแล้ว" "เสธ.ชาย" กล่าว
เกมระหว่าง อินทรีเพื่อนตำรวจ กับ อาร์มี่ ยูไนเต็ด นั้นแน่นอนว่ามันไม่มีแรงจูงใจสำหรับ "โปลิศ" แต่สำหรับ "อาร์มี่" จบด้วยสถานการณ์ อย่างนี้พวกเขาเป็นพระเอก และแฮปปี้กันถ้วนหน้า อย่างน้อยฤดูกาลใหม่ ก็ยังจะมีชื่อของพวกเขาอยู่ในลีกสูงสุดต่อไป
เชนชิโร่ เรื่อง
ทีมช่างภาพ ฟุตบอลสยาม ภาพ