ไม่ต้องสงสัยว่า อังเดร อาร์ชาวิน เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติรัสเซีย กลายเป็นนักเตะลำดับต้นๆ ที่มีโอกาสถูก อาร์เซน่อล ขายออกไปมากที่สุด ไม่ว่าจะในช่วงเปิดตลาดนักเตะเดือนมกราคมนี้ หรือในช่วงซัมเมอร์ โดยเฉพาะเมื่อสัญญาของเขากำลังจะหมดลงในปี 2013 หลังจากเขาไม่ได้เป็นตัวหลักของทีมอีกต่อไปในฤดูกาลนี้ และในช่วงหลังมานี้ ดูเหมือน อาร์แซน เวนเกอร์ พอใจจะใช้ โทมัส โรซิชกี้ และ ยอสซี่ เบนายูน เป็นตัวทำเกมอยู่หลังศูนย์หน้ามากกว่า
แม้ อาร์ชาวิน จะรอโอกาสของเขาอยู่ แต่เขาเคยออกมายอมรับว่าค่อนข้างผิดหวังเหมือนกันที่ต้องนั่งแช่อยู่ที่ซุ้มม้านั่งสำรองเป็นส่วนใหญ่ในฤดูกาลนี้ และหากมีโอกาสดีๆ เข้ามา เขาอาจจะเก็บข้าวของย้ายออกจากถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในช่วงเปิดตลาดนักเตะปีใหม่นี้เลย แต่ต้องไม่ลืมว่า กัปตันทีมชาติรัสเซีย ย้ายจาก เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก มายังลอนดอนเหนือด้วยค่าตัวถึง 15 ล้านปอนด์ (ราว 750 ล้านบาท) เมื่อปี 2009 ดังนั้นทัพ "ปืนใหญ่" คงไม่ยอมขาดทุนมากนักแน่นอน
"เมโทร" หนังสือพิมพ์รายวันเมืองผู้ดี รายงานว่ามีหลายทีมกำลังสนใจคว้าตัว อาร์ชาวิน ไปร่วมทีมในช่วงเดือนมกราคมนี้ หนึ่งในนั้นมี เซนิต ทีมเก่าของเขา และอีก 2-3 ทีมในลีกบ้านเกิด อย่างไรก็ตาม มิดฟิลด์วัย 30 ปี ยังต้องค้าแข้งอยู่ในลีกระดับหัวแถวของยุโรป โดยเฉพาะทางฝั่งตะวันตกของทวีป ดังนั้น การค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกต่อไปย่อมเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เมื่อมีรายงานอีกว่า ทีมคู่ปรับร่วมกรุงลอนดอนอย่าง เชลซี และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ก็กำลังจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเช่นกัน
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่อาจบีบให้ อาร์ชาวิน ต้องเร่งย้ายทีมตั้งแต่ช่วงปีใหม่นี้ นั่นคือการที่เขาต้องพยายามทำผลงานให้ประทับใจ ก่อนจะมีคิวช่วยทัพ "หมีขาว" ลุยศึกยูโร 2012 ที่โปแลนด์-ยูเครน แต่ฟอร์มของเขาตอนนี้ยังไม่ใกล้เคียงกับที่เขาทำได้ในยูโร 2008 ที่ออสเตรีย-สวิตเซอร์แลนด์ เลยด้วยซ้ำ แฟนๆ "เดอะ กันเนอร์ส" ส่วนหนึ่งก็เริ่มอยากจะเห็นเขาย้ายออกไปด้วยเช่นเดียวกัน ในเมื่อช่วงหลังมานี้เขาแทบไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันที่พอจะเป็นประโยชน์ให้ทีมได้เลย
ก่อนหน้านี้ อาร์ชาวิน เคยเปิดเผยเขามีความสุขดีกับชีวิตในเมืองหลวงของประเทศอังกฤษ ดังนั้นถ้าเขาจะย้ายไปยังสโมสรในละแวกใกล้เรือนเคียงนี้ จะไม่เป็นปัญหาใหญ่อะไรสำหรับเขาเลย เมื่อเทียบกับความรู้สึกตะขิดตะขวงที่แฟนๆ ของอาร์เซน่อล จะต้องเผชิญ และทีมที่ใหญ่พอจะดึงดูดความสนใจของเขาได้ คงหนีไม่พ้นทัพ "ไก่เดือยทอง" และ "สิงโตน้ำเงินคราม" แต่ต้องไม่ประมาท ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส ซึ่งแสดงให้เห็นความทะเยอทะยานที่น่าสนใจ แถมยังเป็นสโมสรในเมืองหลวง แต่อุปสรรคคงติดอยู่ที่เรื่องค่าเหนื่อยที่ไม่อาจตอบสนองความต้องการของเขาได้
วัยของ อาร์ชาวิน ล่วงเลยเข้าเลขสามแล้ว การตัดสินใจย้ายทีมของเขาครั้งนี้อาจเป็นตัวชี้วัดอนาคตในช่วงบั้นปลายอาชีพค้าแข้ง แต่ถ้าเขาจะมองเป้าหมายที่จับต้องได้ในตอนนี้ นั่นคือการได้ไปเล่นยูโร 2012 เซนิต ดูจะเป็นตัวเลือกที่เข้าท่าที่สุด แม้ลีกรัสเซียจะไม่ใช่ลีกระดับท็อปของยุโรป แต่สิ่งสำคัญที่เขาต้องการคือเวลาในการลงสนาม ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้นสังกัดเก่าของเขาจัดหาให้เขาได้แน่นอน อีกทั้งการเล่นในประเทศบ้านเกิดจะทำให้เขาอยู่ใกล้หูใกล้ตา ดิ๊ก อั๊ดโวคาท กุนซือชาวดัตช์ของทีมชาติรัสเซีย และนั่นจะทำให้เขาบรรลุเป้าหมายหลักในซัมเมอร์นี้ได้
เชลซี กำลังมองหาตัวเลือกในแนวรุกเพิ่มขึ้น เมื่อ ดีดิเย่ร์ ดร็อกบา เข้าสู่ช่วงบั้นปลายชีวิตค้าแข้งแล้ว และไม่แน่ว่าจะยังเล่นในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ต่อไปในฤดูกาลหน้าหรือไม่ ขณะที่ เฟร์นานโด ตอร์เรส ยังคงมีฤดูกาลที่ย่ำแย่ต่อเนื่อง อาร์ชาวิน สามารถเข้าไปเพิ่มความเร็ว และความคิดสร้างสรรค์ในเกมรุก และคงต้องการทำผลงานให้เข้าตา อันเดร วิลลาช-โบอาช กุนซือชาวโปรตุเกส เพื่อโอกาสลงสนามเป็นประจำ และปัจจัยสำคัญคือ โรมัน อบราโมวิช เจ้าของสโมสรชาวรัสเซีย ที่ต้องการได้นักเตะเพื่อนร่วมชาติ ไปช่วยทีมลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง
สำหรับทางด้าน สเปอร์ส นั้นโอกาสค่อนข้างน้อยลงตามลำดับ หลังจาก "เมโทร" รายงานว่า แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ กุนซือยอดฝีมือ ไม่ต้องการคว้านักเตะที่เขาไม่สามารถรับประกันตำแหน่งตัวจริงในทีมชุดใหญ่ มาร่วมทีมในช่วงเปิดตลาดเดือนมกราคมนี้ แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้สำหรับวงการลูกหนังหากทุกฝ่ายเห็นต้องตรงกันแล้ว ดังนั้นจึงต้องรอดูไปจนกว่าจะสิ้นเดือนมกราคมนี้
อย่างไรก็ตาม โอกาสที่ อาร์ชาวิน จะสวมเสื้อ "เดอะ กันเนอร์ส" ต่อไปจนจบฤดูกาลก็มีอยู่ไม่น้อย เมื่อ แชร์วินโญ่ และ มารูยาน ชามัค จะต้องเดินทางไปรับใช้ทีมชาติของพวกเขาในศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ ช่วงเดือนมกราคมนี้ ทำให้ อาร์เซน่อล จะเหลือศูนย์หน้าไว้ใช้งานเพียงไม่กี่คน โดยนอกจาก โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ดาวยิงกัปตันทีมแล้ว เวนเกอร์ จะเหลือ พาร์ค ชู-ยอง หัวหอกชาวเกาหลีใต้ และ ธีโอ วัลคอตต์ ที่พอจะขยับมาเล่นเป็นศูนย์หน้าตัวกลางได้
เนื่องจากเหตุผลข้างต้น ทำให้ เวนเกอร์ มองไปที่ เธียร์รี่ อองรี ดาวยิงจอมเก๋าชาวฝรั่งเศส และแม้จะยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่ในปฏิบัตินั้นค่อนข้างแน่นอนแล้วว่า อดีตกัปตันทัพ "ปืนใหญ่" จะกลับมาเล่นให้ทีมเก่าด้วยสัญญายืมตัวระยะ 2 เดือน เหลือเพียงแค่เจรจารายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ กับนิวยอร์ก เร้ด บูลล์ส ต้นสังกัดในเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ เท่านั้น และนั่นจะทำให้ กุนซือเฟร้นช์แมน มีตัวเลือกเพิ่มขึ้นในแนวรุก แต่ถ้าไม่มีการเสริมทัพเพิ่มอีก ก็มีแนวโน้มสูงมากที่เขาจะต้องเก็บ อาร์ชาวิน ไว้กับทีมต่อไป เพราะ เวนเกอร์ ชื่นชอบความสามารถของดาวเตะชาวรัสเซียเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพียงแต่ช่วงนี้อาจเป็นช่วงที่ยากลำบากเท่านั้น
นอกจากนี้ ยังมีเกร็ดที่น่าสนใจเกี่ยวกับสิ่งที่ เวนเกอร์ พูดถึงการหวนกลับมาร่วมทีมอีกครั้งของ เธียร์รี่ อองรี โดย กุนซือเลือดน้ำหอม เตือนแฟนๆ ว่าอย่าคาดหวังสิ่งมหัศจรรย์จากหัวหอกวัย 34 ปี "คุณไม่สามารถทึกทักเอาจากสิ่งที่ผู้คนทำว่ามันจะคงอยู่ตลอดไป ไม่มีใครคาดหวังว่า เธียร์รี่ จะทำในสิ่งที่เขาทำได้เมื่อ 10 ปีก่อน เราแค่ต้องการให้เขามาช่วย ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องยอดเยี่ยมสำหรับเขาแล้วที่ต้องการกลับมาช่วยเหลือสโมสรที่ให้อะไรกับเขาไว้มาก"
"ผมคิดว่าไม่มีความกดดันที่จะให้เขาต้องเป็นนักเตะอย่างที่เคยเป็น คุณไม่สามารถกดดันเขามากเกินไป เขามาที่นี่เพื่อเป็นผู้ช่วย ไม่ใช่กลับมาเป็นผู้นำ หรือตัวหลักของทีมในทันที ผมเคารพการตัดสินใจของเขาที่ต้องการช่วยทีมในช่วงที่เสียศูนย์หน้าไป 2 คน ทั้งเขาและผมรู้ดีว่าเขาอายุ 34 ปีแล้ว แต่เขาไม่ได้สูญเสียชั้นเชิงหรือสมองของเขาไป แค่นั้นก็เพียงพอสำหรับเราแล้ว และนักเตะทุกคนมีความสุขที่ เธียร์รี่ กลับมา คุณสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ ในชีวิตได้เสมอจากผู้คนที่มีความรู้อย่างที่เขามี"
อย่างไรก็ตาม หลายคนมองว่าถึงเวลาแล้วที่ อาร์ชาวิน จะต้องโบกมืออำลาถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม แม้ตลอดเวลา 3 ปีที่ผ่านมา เขาจะช่วยเหลือทีมได้พอสมควร แต่ก็มีหลายครั้งที่เขาทำให้แฟนๆ ต้องบ่นอุบไปตามๆ กัน บางครั้งจะเห็นได้ชัดว่าทัศนคติของเขาส่งผลต่อฟอร์มในสนาม และถึงแม้ในช่วงที่ ชามัค และ แชร์วินโญ่ ไม่อยู่ เขาน่าจะได้โอกาสลงสนามมากขึ้น แต่นั่นไม่น่าช่วยให้ฟอร์มของเขากระเตื้องขึ้นจากครึ่งซีซั่นแรกสักเท่าไร สู้ให้ เวนเกอร์ เอาโอกาสนี้หยิบยื่นแก่นักเตะอย่าง อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ได้พัฒนาฝีเท้า หรือ พาร์ค ชู-ยอง ได้ปรับตัวเข้ากับพรีเมียร์ลีกในระยะยาวอาจจะคุ้มค่ากว่า
บ่อน้ำร้อน