| 31/01/2012 20:12:30 น. |

เป็นข่าวฮือฮาพอสมควรเมื่อ เอสเซ ไฟร์บวร์ก สโมสรในบุนเดสลีกา เยอรมัน สั่งปลด มาร์คุส ซอร์ก ออกจากตำแหน่งเทรนเนอร์ หลังให้ขึ้นมาคุมทัพแทน โรบิน ดุตต์ ซึ่งหมดสัญญา และย้ายไปอยู่ ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซ่น ได้เพียง 6 เดือนเท่านั้น
มาร์คุส ซอร์ก กลายเป็นอดีตกุนซือ ไฟร์บวร์ก ไปแล้ว
ประเด็นคือสาเหตุมาจากการแสดงความเห็นของแฟนบอลทางอินเตอร์เน็ต แถม "จิ้งจอกแห่งป่าดำ" ไม่เคยปลดเทรนเนอร์มาก่อนในประวัติศาสตร์ แม้ใช้งานมาแล้วกว่า 30 คน ถ้าอยู่ไม่ครบสัญญา ก็เป็นเพราะลาออกไปเองเท่านั้น พวกเขายังเคยจ้าง โฟลเคอร์ ฟิงเค่อ คุมทัพถึง 15 ปี 11 เดือน 30 วัน เป็นสถิติยาวนานสุดในวงการลูกหนังอาชีพเมืองเบียร์ แถมมากสุดอันดับ 6 รองจาก กีย์ รูซ์ (อาฌี โอแซร์, 38 ปี 11 เดือน), เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, 25 ปี 1 เดือน), อนาโตลี โวโลบูเยฟ (สตาล อัลเชฟส์ค, 17 ปี 11 เดือน), โจโม่ โซโน่ (โจโม่ คอสโม่ส์, 17 ปี 5 เดือน) กับ แกร์ฮาร์ด ไรเคลท์ (แฟร้งค์เฟิร์ต เอฟเซ วิคตอเรีย, 16 ปี 11 เดือน) ตอนนั้น ฟิงเค่อ อยู่นานเกือบ 16 ปี แต่พอหมดยุคของเขา ไฟร์บวร์ก ใช้กุนซือไปแล้ว 3 คนใน 4 ปี รายล่าสุดคือ คริสเตียน สไตรช์ วัย 46 ขวบ ซึ่งขึ้นมาจากการเป็นผู้ช่วย ตำแหน่งที่ทำตั้งแต่เมื่อปี 2007 สมัย ดุตต์ คุมทัพ
คนมาแทนก็คือ คริสเตียน สไตรช์ ผู้ช่วยของเขาเอง
สไตรช์ ไม่ใช่คนแปลกใหม่สำหรับ ไฟร์บวร์ก เขาเกิดที่ชานเมือง บาเซิ่ล ของสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งห่างจาก ไฟร์บวร์ก 52 กิโลเมตรเท่านั้น เริ่มต้นค้าแข้งให้ ไฟร์บวร์ก เอฟเซ ช่วงปี 1983-85 และมาอยู่ เอสเซ ไฟร์บวร์ก (1987-88) ลงเตะในยุคกุนซือ ยอร์ก แบร์เกอร์ 22 แมตช์ ยิง 2 ประตู ก่อนกลับไปอยู่ ไฟร์บวร์ก เอฟเซ กระทั่งแขวนสตั๊ดที่นั่นในปี 1994 เริ่มอาชีพโค้ชหนแรกช่วงปี 1995 ด้วยการคุมทีมชุดอายุต่ำกว่า 19 ปี ของ เอสเซ ไฟร์บวร์ก ก่อนควบตำแหน่งผู้ช่วยกุนซือชุดใหญ่ เมื่อปี 2007 เป็นเช่นนี้จนถึง 29 ธันวาคม 2011 ซึ่งเขาได้คุมชุดใหญ่แทน ซอร์ก การปั้นดาวรุ่งของ สไตรช์ ได้รับการชื่นชมมาก เพราะหลายคนสามารถแจ้งเกิดในบุนเดสลีกา แถมเกือบทั้งหมดทำเงินให้ ไฟร์บวร์ก อย่างมาก ตอนขายออกไป เช่น เดนนิส อาโอโก้, โยนาธาน ปิตรัวป้า, ดาเนี่ยล ชว๊าบ, เอเก้ อูโซม่า, โอเมอร์ ท็อปลัค และ โอลิเวอร์ เบามันน์
ความเห็นของแฟนบอลตามสื่อออนไลน์ คือสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม
ตอน ดุตต์ เข้ารับช่วงต่อจาก ฟิงเค่อ เคยถูกค่อนขอดว่าอาจอยู่ไม่นาน เพราะไม่เคยมีประสบการณ์ระดับอาชีพ ทั้งสมัยเป็นนักเตะ รวมถึงตอนคุมทัพ แถมไม่ใช่ลูกหม้อ ไฟร์บวร์ก แต่กลับสามารถทำให้ทีมมีผลงานดีขึ้นตลอดทั้ง 4 ปีที่ร่วมงาน จากอันดับ 5 ลีกาสอง สู่ตำแหน่งแชมป์ ก่อนพาทีมอยู่รอดในบุนเดสลีกาด้วยอันดับ 14 กับ 9 ตามลำดับ พอ ดุตต์ จากไป ไฟร์บวร์ก เลยทำแบบเดิม คือใช้ ซอร์ก ซึ่งไร้ประสบการณ์ระดับอาชีพ ทั้งสมัยเป็นผู้เล่น รวมถึงกุนซือ และไม่ใช่ลูกหม้อของสโมสร แถมเหลือเชื่อว่าทั้งคู่อายุเท่ากัน (46 ปี) ผ่านการคุมทั้งทีมสมัครเล่น กับชุดใหญ่ของ สตุ๊ตการ์ท คิกเกอร์ส รวมถึง เทเอสเอฟ ดิตซิงเก้น มาก่อน แต่ผลงานที่ออกมาต่างกันฟ้ากับเหว ไฟร์บวร์ก ยุคของ ซอร์ก เล่นในบ้านห่วยสุดของลีก (ชนะ 2 เสมอ 2 จาก 9 เกม) จมบ๊วยโดยมีคะแนนน้อยกว่า เอฟเซ เอาก์สบวร์ก ที่ไม่เคยขึ้นมาเล่นในบุนเดสลีกาเสียอีก
แม้ ไฟร์บวร์ก เป็นเพียงสโมสรเล็กๆ แต่ก็ยังต้องฟังแฟนบอลเหมือนกัน
เหลือเชื่อว่าต่อให้ฟอร์มของ ไฟร์บวร์ก ย่ำแย่จนพ่าย เอฟเซ บาเยิร์น มิวนิค 0-7 ซึ่งเป็นสกอร์ขาดลอยมากสุดในฤดูกาลนี้ หรือโดน แวร์เดอร์ เบรเมน, เอฟเซ ชาลเก้ 04, 1. เอฟเซ โคโลญจน์ กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ กระซวกอย่างต่ำทีมละ 4 ประตู แต่ ฟริตซ์ เคลเลอร์ ประธานสโมสร ก็ไม่ค่อยวิตกสักเท่าไหร่ หรือแม้แต่ออกมากดดันอย่างเป็นทางการ แต่พอมีแฟนบอลไปโพสต์ต่อว่าในเครือข่ายออนไลน์มากขึ้น เขากลับทนไม่ไหวสั่งปลดกุนซือก่อนปีใหม่ 2 วัน ทำให้ ซอร์ก กลายเป็นเทรนเนอร์คนแรกในประวัติศาสตร์ที่โดนไล่ออกเพราะพิษอินเตอร์เน็ตอย่างแท้จริง โดยผู้นำวัย 54 ปี เผยเขาตามกระแสของกองเชียร์มาหลายสัปดาห์แล้ว แต่หลังจากเกมล่าสุดที่โดน ดอร์ทมุนด์ สอยกระจุย 1-4 เขาก็คิดว่าควรพอได้แล้ว เพราะแฟนโพสต์บนโฮมเพจของสโมสรว่า "จบแล้ว เตรียมตกชั้นได้", "เรายังไม่ดีพอ" และ "ด้วยการนำของโค้ช มาร์คุส ซอร์ก เขาคงทำได้แค่พาเราไปลีกาสอง"
สโมสรแถลงปลด ซอร์ก โดย เดียร์ค ดุฟเนอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬา อยู่ซ้ายสุด ส่วน สไตรช์ อยู่ขวาสุด
อย่าคิดว่าผู้บริหารทีมลูกหนังสมัยนี้จะตามเทคโนโลยีไม่ทัน เพราะ เคลเลอร์ ซึ่งมีธุรกิจภัตตาคาร และโรงผลิตไวน์ เผยอินเตอร์เน็ตคือช่องทางที่เข้าถึงแฟนบอลจำนวนมาก มีปฏิกิริยาโต้ตอบอย่างรวดเร็ว ตรงไปตรงมา แต่ความโกรธของแฟนๆบนโลกไซเบอร์ ไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้ปลด ซอร์ก เพราะนักเตะครึ่งทีมก็ไม่พอใจวิธีการฝึกซ้อม และเรียกร้องให้ไล่โค้ชของพวกเขาออกไปได้แล้ว เคลเลอร์ จึงต้องฟัง และตัดสินใจ โดย สไตรช์ ก็ได้สัญญาคุมทัพถึงปี 2014 ไม่ว่าตกชั้นหรือไม่ก็ตาม ส่วนพวกที่มีปัญหาอย่าง ไฮโค บุทเชอร์ (กัปตันทีม), เฟลิกซ์ บาสเตียนส์, คิโช่ ยาโนะ, มักซิมิเลียน นิคู, มานูเอล ซาลซ์ กับ ยาซีน อับเดสซัดกี้ ก็ถูกโละออกจากสโมสรตเช่นกัน โดย เดียร์ค ดุฟเนอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬา ไฟร์บวร์ก เผย "เราอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องการความแข็งแกร่งทุกด้าน มีทีมซึ่งพร้อมสู้แบบสุดใจในครึ่งหลังของฤดูกาล และเราจะทำตามเป้าหมายนี้อย่างต่อเนื่อง"
ไฟร์บวร์ก ยกเครื่องใหม่ ต้อนรับปี 2012
เป็นไปได้ที่ ไฟร์บวร์ก ต้องการเคลียร์ทุกอย่างเพื่อเริ่มต้นใหม่ในปี 2012 การปล่อยนักเตะซึ่งส่วนใหญ่เป็นสำรอง หรือไม่ก็แก่แล้ว เพื่อต้องการกำลังทรัพย์ไปใช้ในช่วงตลาดซื้อ-ขายนักเตะเปิดในเดือนหน้า โดยเป้าหมายที่พวกเขาต้องการมีทั้ง จาเมล เมสบาห์ ปีกซ้ายทีมชาติแอลจีเรีย ของ เลชเช่, อโมบี โอคูโก้ มิดฟิลด์ทีมชาติสหรัฐอเมริกา ชุดอายุต่ำกว่า 20 ปี ของ ฟิลาเดลเฟีย ยูเนียน, ธอร์เบน มาร์กซ์ มิดฟิลด์ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค, เซบาสเตียน ไฟรส์ กับ เควิน เพซโซนี่ จาก 1. เอฟเซ โคโลญจน์ รวมถึง โซเร็น กอนเธอร์ เซนเตอร์แบ๊ก เอสเซ พาเดอร์บอร์น พวกนี้อาจมีราคาไม่แพง แต่ใช่ว่า ไฟร์บวร์ก จะสามารถซื้อได้หมด บาสเตียนส์ มีข่าวว่า แฮร์ธ่า เบเอสเซ เบอร์ลิน อยากได้ ส่วน บุทเชอร์ และ นิคู คงปล่อยให้ทีมลีกาสอง ซึ่งคงไม่แพงนัก ที่แฟนบอล ไฟร์บวร์ก กลัวคือสโมสรอาจขาย ปาปิสส์ เดมบ้า ซิสเซ่ หัวหอกเซเนกัล ซึ่งมีค่าตัว 13.5 ล้านยูโร ออกไปมากกว่า
ดังนั้นต่อไป เราและ เคลเลอร์ คงต้องตามดูทางอินเตอร์เน็ตด้วยเช่นกันว่า แฟนบอลจะมีความคิดเห็นอย่างไรบ้างเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในคราวนี้...

| Recommend on Google |