คอลัมน์ : คอลัมน์ลีกไทย โดย.. อุ้ยอ้าย
อี ยอง มู...กุนซือพึ่งศาสนา!
30/12/2011 11:09:40 น.

นักฟุตบอลระดับโลกหลายคนนอกจากจะมีพรสวรรค์ติดตัวมาแล้ว พวกเขายังมีพรแสวงที่ทำให้ประสบความสำเร็จในการเล่นฟุตบอล

        ไม่เพียงแต่พรแสวงเท่านั้น แต่สิ่งที่ทำให้นักเตะเหล่านั้นมั่นใจในตัวเองนั่นคือ ''ศาสนา'' ที่มีไว้สำหรับยึดเหนี่ยวจิตใจ

        ไม่ว่าศาสนาพุทธ, คริสต์, อิสลาม, พราหมณ์-ฮินดู ฯลฯ ล้วนแล้วมีไว้เพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจมนุษย์ อยู่ที่ว่าใครจะนับถือ หรือเคร่งมากกว่ากัน

        ในวงการฟุตบอลทุกคนเชื่อเรื่องเหล่านี้มาก เพราะบ่อยครั้งที่เราจะเห็นนักเตะไทยยกมือไหว้ก่อนลงสนามเพื่อขอพรจากพระแม่ธรณี หรือแม้แต่นักเตะต่างชาติที่มักทำสมาธิ และขอพรพระเจ้าอันเป็นสิ่งที่ทำแล้วสบายใจ

        แต่สำหรับฟุตบอลไทยเชื่อว่ากุนซือ, นักเตะ หรือแม้แต่แฟนบอล ล้วนแล้วแต่มีศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ อยู่ที่ใครจะเคร่งมากกว่ากันแค่นั้นเอง

        อี ยอง มู เฮดโค้ชชาวเกาหลีใต้ ของ ''สิงห์เหนือ'' ทีทีเอ็ม พิจิตร เป็นหนึ่งคนที่เคร่งในเรื่องของศาสนาเป็นอย่างมาก เพราะทุกครั้งที่เขาจะเริ่มวางแท็กติก เขามักทำสมาธิก่อนเสมอ

        รวมถึงก่อนการแข่งขันด้วย ที่เรามักเห็น อี ยอง มู ประสานมือและก้มหน้าเพื่อขอพรจากพระเจ้าให้ได้รับชัยชนะในเกมนั้นๆ

        ''ผมเชื่อและศรัทธาในตัวพระเจ้ามาก ผมคิดว่าท่านอยู่บนสวรรค์ และคอยช่วยเหลือโลกมนุษย์ที่คิดดีทำดี ซึ่งผมขอพรจากท่านตลอดในทุกนัดของการแข่งขัน''

        จริงอยู่ว่าสิ่งที่ อี ยอง มู กระทำทุกครั้งนั้นเป็นเรื่องเกิดขึ้นปกติในกลุ่มคนทั่วไป ทว่าสำหรับ อี ยอง มู เขาเป็นมากกว่านั้น 

        เพราะกุนซือรายนี้เป็น ''ครูสอนศาสนาคริสต์'' ที่ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งสิ่งแรกที่ อี ยอง มู ต้องทำคือการปฏิบัติตัวเป็นคนดี และเป็นแบบอย่างที่ดีต่อลูกศิษย์

        ''นอกจากผมจะเป็นโค้ชฟุตบอลแล้ว ผมยังสอนศาสนาให้กับคนเกาหลีใต้ด้วย เพราะผมคิดว่าคนเราไม่ว่าจะประกอบอาชีพใดก็จำเป็นต้องมีเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ และจะทำให้ชีวิตคนคนนั้นรุ่งเรือง''

        ''ผมพยายามคิดดีเสมอไม่ว่าวันนั้นๆ จะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นก็ตาม''

        ''เป็นธรรมดาที่คนเราต้องเจอเรื่องร้ายๆ และดีช่วงเวลาเดียวกัน อยู่ที่ว่าเราจะรับมือกับเรื่องเลวร้ายนั้นได้ดีแค่ไหน และยินดีกับความสุขที่ได้รับจนเกินตัวหรือเปล่า''

        ด้วยอุปนิสัยของโค้ชทั่วๆ ไปมักมีความก้าวร้าวอยู่ในตัว เพราะจำเป็นที่ต้องสู้รบปรบมือกับเรื่องราวต่างๆ ในสนาม แต่สำหรับ อี ยอง มู เขาแทบไม่เคยทะเลาะกับใครและยังพร้อมเป็นมิตรกับทุกคน

        ''ฟุตบอลเป็นกีฬาที่สร้างเพื่อน ดังนั้นการทะเลาะไม่ใช่วิถีของการเป็นมิตร''

        แน่นอนว่าการพา ทีทีเอ็ม รอดพ้นการตกชั้นในครั้งนี้ ทำให้แฟนบอลทุกคนมีความสุข เช่นเดียวกับ อี ยอง มู ที่พาฝันของทุกคนเป็นจริง ซึ่งเขาบอกว่ามีความสุขมากๆ ที่ได้เห็นแฟนบอล ทีทีเอ็ม หัวเราะยินดีกับความสำเร็จของทีม แม้ปีนี้จะต้องหนีตกชั้นแต่แฟนบอลก็ดูจะแฮปปี้มากๆ

        ''ผมขอขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้เรา (ทีทีเอ็ม) ได้รับชัยชนะ และรอดการตกชั้น ซึ่งโปรแกรมหลังจากนี้เรามีลุ้นทำอันดับให้ดี แต่สำหรับผมอยากมอบความสุขให้กับแฟนบอลไปเรื่อยๆ จนกระทั่งจบฤดูกาลนี้''

        นับเป็นกุนซือพึ่งศาสนาที่ประสบความสำเร็จกับการคุม ทีทีเอ็ม พิจิตร แม้ว่าปีนี้จะไม่มีถ้วยแชมป์ใดๆ ติดไม้ติดมือ แต่ทุกคนรับรู้ปัญหาของทีมเป็นอย่างดี

        ดังนั้นสิ่งที่ อี ยอง มู ได้มอบให้กับแฟนบอล ทีทีเอ็ม นับเป็นความสุขเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ ซึ่งทุกคนมองว่าฝีมือและกึ๋นของ อี ยอง มู ทำให้ ''สิงห์เหนือ'' มีวันนี้

        แต่สำหรับ อี ยอง มู เขามองว่า ''พระเจ้า'' เท่านั้น ที่ทำให้แฟนบอล ทีทีเอ็ม พิจิตร ได้มีความสุขพร้อมกัน!
คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : อุ้ยอ้าย

จำนวนเรื่อง : 23
All post : 16
All view : 39,469
คอลัมน์ คอลัมน์ลีกไทย

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263