คอลัมน์ของผมวันนี้ถือว่าสวัสดีข้ามปีเลยก็แล้วกันครับ ลาทีปีเก่า สวัสดีปีใหม่...แฟนฟุตบอลไทยทุกท่าน
12 เดือนของปีกระต่ายเท่าที่ผ่านมาเกิดปัญหาอะไรขึ้นเราก็เรียนรู้จากจุดนั้น ปีใหม่อาจไม่จำเป็นต้องเริ่มทำอะไรใหม่ๆ แต่หากเราสามารถแก้ไขในสิ่งเก่าๆที่ผ่านมาแล้วดีขึ้น ผมเชื่อว่านั่นคือสิ่งใหม่ที่เราได้ทำในชีวิตแล้วละครับ ยังอยากจะอวยพรเหมือนทุกๆ ปีครับ สุขภาพร่างกายและจิตใจแข็งแรง
ถ้าสองส่วนนี้สมบูรณ์พร้อมคุณผู้อ่านจะเป็นคนที่มีประสิทธิภาพในการทำงานและหากมีประสิทธิภาพเกิดขึ้นแล้วเราคือคนที่มีศักยภาพ ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ทั้งประสิทธิภาพและศักยภาพในตัวเราจะทำให้เราคือคนที่มีคุณภาพของสังคมนะครับ
เรื่องของฟุตบอลไทยตลอด 12 เดือนเท่าที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นอย่างน่าจดจำก็รับเอาไว้...แต่ถ้าไม่น่าจดจำก็อย่าลืมละทิ้งมันออกไป
อย่างน้อยที่สุดเวลานี้เราได้ประเมินตัวเองแล้วพบว่ามันเริ่มมีความก้าวหน้ามากขึ้น เริ่มมีรูปแบบดีขึ้น อย่างน้อยที่สุด เอเอฟซี รองรับและประเมินให้เราได้มีโอกาสร่วมงานกับการแข่งขันฟุตบอล เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 โควตาจากแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก และอีกครึ่งหนึ่งจากแชมป์เอฟเอ คัพ หรือรองแชมป์ลีก
อย่างไรก็ตาม...มันยังมีอะไรต้องปรับปรุงอีกเยอะครับสำหรับบอลไทย โดยเฉพาะเรื่องบริหารจัดการทีมเป็นรูปแบบบริษัทจำกัดนั้นบอกตามตรงว่าเวลานี้เรามีทีมฟุตบอลกันมากมายไปหมดเป็นทีมขึ้นมา แต่เราต้องไม่ลืมว่าบอลอาชีพมันคือเรื่องการบริหารบริษัทแห่งหนึ่ง มีพนักงานมากมายหลายฝ่ายที่อยู่ได้เพราะรายได้ของบริษัทที่มากกว่ารายจ่าย
สินค้าของเราคือตัวฟุตบอลอาจไม่ใช่สินค้าตลาด...เป็นสินค้าท้องถิ่นแต่มันต้องขายได้ จำหน่ายได้ มีรายได้เข้ามา โดยให้มากกว่ารายจ่าย บริษัทจึงดำเนินธุรกิจตัวนี้ไปได้...
มันหมดยุคนำเงินสปอนเซอร์มาใช้โดยไม่ต่อยอดบริหารงานของตัวเองให้มันมีผลกำไร เพราะหากคุณไม่ทำเช่นนั้นสปอนเซอร์คงยากเข้ามาซื้อพื้นที่สโมสรเพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าตามหลัก สปอร์ต มาร์เกตติ้ง ถ้าไม่ทำให้มันเป็นแบบบริษัทจำกัด อีกหน่อยก็จะตายไปเอง...
แม้กระทั่งหากฟุตบอลของคุณไม่ดีเด่นมากนัก...ถ้าบริหารดีมีรายได้และรายจ่ายชัดเจนสมดุลกัน คุณก็อยู่ได้ เหมือนบอลอาชีพที่เมืองนอกระดับดิวิชั่น 4 เขาอยู่กันได้ครับ แม้ว่าเขาไม่เคยได้แชมป์ลีกหรือบอลถ้วย...คือถ้าได้แชมป์ ประสบความสำเร็จมันก็ดีแต่ถ้าไม่ได้ เราต้องอยู่ได้ บริษัทนี้ต้องไม่ขาดทุน
เรื่องนี้ผมยังมองว่าเรามือใหม่และขาดประสบการณ์บริหารบริษัท ฟุตบอลของตัวเอง ค่อยเรียนรู้กันไป อีกจุดหนึ่งที่ผมคิดว่าถ้าเป็นไปได้...ถ้าเป็นไปได้นะครับ อยากให้ทีมบอลปราศจากดูแลทีมโดยนักการเมืองครับ ปัญหามันเยอะ...เพราะนักการเมืองในบ้านเราต่างคนต่างใหญ่ เวลาแข่งขันกันนั้นคนเป็นผู้ตัดสินทำงานยากครับ อันนี้ว่ากันตามตรง
เมืองนอกไม่มีหรอกครับที่นักการเมืองท้องถิ่นมาทำทีมบอล เป็นนักธุรกิจท้องถิ่นซะเป็นส่วนใหญ่ มันคนละหน้าที่และบทบาท เรื่องบอลอาชีพมันเป็นเรื่องของเอกชน ไม่ใช่เรื่องของรัฐ ที่เข้ามายุ่งเกี่ยวโดยตรง ไม่ใช่เรื่องข้าราชการประจำ...ไม่ใช่เรื่องนักการเมือง แต่เมืองไทยเวลานี้มันเริ่มต้นจากการใช้นักการเมืองเป็นเจ้าของทีม
เหมือนเป็นตัวแทน คนทั้งเมืองเนื่องจากว่าบ้านเรานั้นคนมีอำนาจ คนมีบารมี มักทำงานใหญ่ได้ง่าย แต่เมืองนอก เจ้าของทีมมีบทบาทในแง่ของการวางโครงสร้าง วางระบบของทีม ทุกหน่วยงานมีส่วนพัฒนาทีมได้เท่าๆ กัน ไม่ได้ขึ้นกับคนใดคนหนึ่ง
ประธานคือผู้กุมนโยบายทั้งหมด ดูแลเรื่องผลผลิตของสโมสรโดยรวม แต่คนอื่นๆก็มีหน้าที่ดำเนินงานกันตามบทบาทของตัวเองลดหลั่นตามความสำคัญ มันจึงเป็นงานที่ออกมามีระบบและทีมเวิร์ก
โอเค...บ้านเรา คุ้นเคยกับการที่มีนักการเมืองคอยชี้นำสังคมและคนในสังคมก็มักจะต้องพึ่งนักการเมือง เรื่องของทีมบอลมันจึงกลายเป็นเรื่องที่นักการเมืองเข้ามาทำ ซึ่งความจริงน่าจะคิดได้ตั้งนานแล้ว แต่คงเป็นเพราะไม่มีต้นแบบที่ชัดเจน และไม่คิดว่าวันหนึ่งมันจะกลายเป็นเรื่องที่ได้รับความนิยมไปทั่วประเทศ
วันนี้หลายสโมสรมีนักการเมืองเป็นผู้ดูแลทีม ถ้าจะให้เปลี่ยนคงเป็นเรื่องยาก และดูเหมือนว่าผมจะขวางโลกคนเดียวใช่มั้ยครับ บางทีหลักการของผมก็อาจใช้ไม่ได้ในประเทศนี้ และเมื่อค่านิยมในการที่นักการเมืองเป็นเจ้าของทีมบอลไทยแพร่หลาย ผมคงต้านไม่ได้ แต่ก็แค่อยากฝากเอาไว้ว่าสุดท้ายแล้วหากท่านเข้ามาแล้วจริงจังกับการพัฒนาทีม และเป็นต้นแบบของชุมชนในการช่วยพัฒนาฟุตบอลท้องถิ่นเพื่อให้มันเจริญก้าวหน้า
มีอาชีพนักฟุตบอล, มีบุคลาการกีฬาได้มีอาชีพเพิ่มมากขึ้นในจังหวัดนั้นๆ เรียกว่าทำแล้วมีประโยชน์ต่อสังคมมากขึ้น แง่มุมของนักการเมืองกับการดูแลทีมบอลจังหวัดและท้องถิ่นตัวเองคงมีประโยชน์มากกว่าโทษ
แม้ต่อต้านไม่ได้ แต่ผมไม่ถึงขนาดเข้าร่วม ขอบอกเพียงว่าทุกท่านที่เข้ามาทำงานด้านการคุมทีมบอลคิดถึงประโยชน์ชุมชนหรือจังหวัดของท่านมากที่สุดอย่างที่ผมเขียนไปนั้น เชื่อว่าผู้คนจะเห็นและยอมรับ (รวมทั้งผมด้วย) พร้อมทั้งชื่นชมท่าน
เหมือนกรณีประธานสโมสรบุรีรัมย์ที่พยายามอย่างยิ่งที่จะพัฒนาฟุตบอลอาชีพและทำให้เมืองบุรีรัมย์บ้านเกิดของท่านมีอาชีพจาการเล่นฟุตบอลให้ได้
ปีนี้ บุรีรัมย์ พีอีเอ คว้าแชมป์ลีกไปครองแล้ว...ปีหน้าความกดดันในฐานะแชมป์มีมากขึ้น โดยเฉพาะการต้องไปเล่นบอลระดับทวีป มันจะยากกว่าปกติหลายเท่า
บททดสอบเบื้องหน้าในปี 2012 มีความยากลำบากรออยู่ แต่หากทั้งทีมมุ่งมั่นและตั้งใจจริงเหมือนปีที่ผ่านมา บุรีรัมย์มีโอกาสเป็นทีมที่เจ๋งเป้งที่สุดในเมืองไทยและก้าวต่อไปในระดับทวีปได้ ปีเก่าผ่านไปด้วยประสบการณ์ เพื่อปีใหม่จะได้เรียนรู้และทำให้มันดีกว่าเดิม... สวัสดีปีใหม่ทุกท่านครับ
Jackie