ตั้งแต่ทำข่าวฟุตบอลมา ผมได้ยินคนพูดบ่อยๆ นะครับว่า บอลใต้น่ะเก่ง พรสวรรค์สูง นักบอลใต้ฉลาด เล่นบอลสวย รวมๆแล้วเก่งกว่านักเตะจากภาคอื่น
โค้ชหลายๆคนที่ผมมีโอกาสได้พูดคุย มักจะพูดเหมือนๆกันว่า นักบอลใต้น่ะดีทุกอย่าง เสียแค่รักสบายไปหน่อย พอมาอยู่กรุงเทพฯ มักจะทนคิดถึงบ้านไม่ไหว ที่บ้านส่วนมากพอจะมีตังค์ ชีวิตไม่เดือดร้อน ก็เลยไม่ดิ้นรนมากนัก ต่างจากนักบอลอีสาน ได้ความแข็งแกร่ง อดทน ใจสู้
ผมไม่อยากจะเชื่อมากนักว่าลักษณะทางภูมิศาสตร์ จะมีผลกับความสามารถของนักฟุตบอลชนิดที่แยกเป็นภาคๆได้ แต่จากที่เห็นในทีมชาติ นักเตะดังๆส่วนใหญ่จะมาจากภาคอีสานและภาคใต้นี่แหละครับ
นักเตะใต้ดังๆตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ลองไล่เรียงดูมีเป็นร้อย พงศ์ธร เทียบทอง, บุญพบ ประพฤติ, สุเมธ-ธงชัย อัครพงศ์, วรวุธ ศรีมะฆะ, สมปอง สอเหลบ ฯลฯ
ยุคนี้ก็ไม่ต่างจากอดีตเท่าไหร่นัก ก่อนเริ่มการแข่งขันรอบแชมเปี้ยนส์ลีกของเอไอเอสลีก ผมลองถามทีมต่างๆที่มาออกรายการทางฟุตบอลสยามทีวีดูว่า ทีมไหนน่ากลัว ทั้งที่ไม่เคยเห็นฟอร์มการเล่น ไม่เคยปะแข้งกันมาก่อน แต่ส่วนใหญ่มักพูดเหมือนกันว่า กระบี่ กับ พัทลุง บอลใต้น่ากลัว
ทั้งที่จะว่าไปแล้ว
"ฟอร์ม" ของหลายๆทีมที่ดึงนักเตะระดับชั้นนำของประเทศไปเล่น อย่างราชบุรี, โคราช,ร้อยเอ็ด ฯลฯ น่าจะเป็นทีมเต็งแต่ทุกทีมก็ยืนยันเหมือนกันว่า พัทลุง กับ กระบี่ ที่เงียบๆ ดูไม่ได้บิ๊กเนมนี่แหละมีโอกาส
สุดท้ายแล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เมื่อ 2 ทีมแดนใต้อย่างพัทลุง กับ กระบี่ คว้าอันดับที่ 2 ของกลุ่มได้ขึ้นชั้นสู่ฟุตบอลดิวิชั่น 1 ทั้งคู่ ยิ่งย้อนกลับไปดูสถิติย้อนหลัง 3 ปีแชมป์จากโซนใต้ สามารถขึ้นไปเล่นดิวิชั่น 1 ได้ทั้ง 3 ปี ปี 2009 นราธิวาสได้แชมป์ก็ได้เลื่อนชั้น ถัดมา 2010 ภูเก็ตคว้าแชมป์ ก็ทะลุสู่ดิวิชั่น 1 และล่าสุดกระบี่ก็เป็นแชมป์ที่ผ่านแชมปี้ยนส์ ลีกสู่ดิวิชั่น 1 บ่งบอกได้ถึงมาตรฐานของทีมภาคใต้เป็นอย่างดี
ปีหน้า สโมสรในดิวิชั่น 1 จากทั้งหมด 18 ทีม มีทีมจากภาคใต้ถึง 4 ทีมด้วยกันนั่นคือสงขลา เอฟซี, เอฟซี ภูเก็ต, กระบี่ และ พัทลุง ผมไม่ค่อยกังวลถึงฝีเท้า ความสามารถของทีมจากภาคใต้นะครับ ยิ่งเรื่องคนดู แฟนคลับยิ่งไม่ห่วงเพราะคนใต้ชอบฟุตบอล ไปดูกันเต็มสนามทุกนัดอยู่แล้ว แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วง เห็นจะเป็นเรื่องการบริหารจัดการภายในทีม นี่เป็นก้าวย่างสำคัญ ของน้องใหม่อย่างกระบี่ และ พัทลุง ขนาดในการแข่งขันโซนภาคใต้ พัทลุง ยังมีปัญหาเรื่องเงินๆทองๆ จนนักเตะจะวอล์กเอาต์ โค้ชจะลาออกครั้งแล้วครั้งเล่า
เมื่อต้องขึ้นไปเล่นดิวิชั่น 1 ขนาดของทีมจะต้องใหญ่ขึ้น ต้องใช้เงินมากขึ้นในการซื้อนักเตะใหม่ๆ เข้ามาเสริม นักเตะจะต้องมีเงินเดือนที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ซึ่งต้องไปเตะทั่วประเทศ จะมากกว่าตอนที่เล่นในโซนภาคใต้หลายเท่าตัว หากกระบี่และพัทลุง ไม่มีการเตรียมรับมือให้พร้อม อาจจะต้องเจอปัญหาเรื่องรายได้ที่ไม่พอกับค่าใช้จ่าย
ทั้งที่ความสามารถของนักเตะยอดเยี่ยมก้าวขึ้นมาสู่ดิวิชั่น 1 สำเร็จแล้ว ผมไม่อยากเห็นพวกเขาตกม้าตาย ทีมแตกเพียงเพราะไม่มีเงินทำทีม
อีกปัญหาหนึ่งก็คือไอเอเอสลีก ปีหน้า เมื่อ 2 ทีมขึ้นชั้นไปแล้ว จะเหลือทีมแข่งขันในโซนภาคใต้เพียงแค่ 12 ทีมเท่านั้น ฝ่ายจัดฯ จะทำยังไง จะปล่อยให้เล่นไปอย่างนี้แค่ 12 ทีมแล้วเอาทีมแชมป์และรองแชมป์ 2 ทีมเข้าไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีกเท่ากับภาคอื่นๆ อย่างนั้นหรือ
ภาคอื่นๆมีทีมเข้าแข่งขันภาคละ 16 ทีม บางภาคอย่างกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะมีทีมอย่างอาร์แบค และไทย ฮอนด้าลงไปเล่นด้วย ทีมก็จะล้นทะลักเกิน 16 ทีม หากให้โควตา โซนละ 2 ทีมเท่ากันจะแฟร์สำหรับทีมอื่นหรือไม่ฝ่ายจัดฯ ต้องไปคิดให้ดี
ผมเห็นประเทศอย่างอังกฤษ ในลีกท้ายสุดของเขาอย่างบลูสแควร์ลีก เขาก็จะแบ่งตามภูมิภาคแบบบ้านเรานี่แหละ แต่พอมีทีมขึ้นลง แต่ละขา แต่ละโซนไม่เท่ากันเขาก็ใช้วิธีเกลี่ย ทีมจากโซนที่ล้นให้ไปเล่นในโซนที่ทีมน้อยๆโดยเลือกเอาจังหวัดหรือเมืองที่ไม่ห่างกันมากนักย้ายโซน
ผมไม่ทราบว่าฝ่ายจัดฯ เอไอเอส คิดยังไง สนใจกับวิธีการแก้ปัญหาแบบนี้บ้างหรือเปล่า ฝากคุณวิมล กาญจนะ ประธานจัดฯ เก็บไปคิด พิจารณาหน่อย
ขึ้นต้นด้วยความชื่นชม...ลงท้ายด้วยความเป็นห่วง ปิดท้ายก็ต้องบอกว่าขอแสดงความยินดีกับ กระบี่และพัทลุงอีกครั้ง ที่ได้สิทธิ์เป็นน้องใหม่ในดิวิชั่น 1 ปีหน้า ยินดีกับการขึ้นบันได...แต่ขอร้องเวลาจะลงอย่าลงลิฟต์นะครับ มันแรงและเร็ว
ปูเป้