
บรรยากาศที่สนามซูซูกิ สเตเดี้ยม รังเหย้าของ ''เดอะ บลูมาร์ลิน'' ศรีราชา ซูซูกิ เอฟซี ยามนี้ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง เรียกได้ว่ามันหลายหวังซะจนน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก หวังแรก พวกเขาอยากจะเอาชนะให้ได้ทั้งหมดตามคิวเตะที่เหลือ เพราะหากทำได้นั่นหมายความว่าจะมีโอกาสรอดจากการตกชั้นสูงลิ่ว
หวังต่อมาคือ อยากเห็นนักเตะของพวกเขาระเบิดฟอร์มสู้ตายชนิดถวายหัวได้ยิ่งดี เพราะนอกจากจะได้ดูฟุตบอลมันๆ แล้ว ยังหมายถึงโอกาสชนะอีกด้วย และอีกหนึ่งความหวังคือ ลุ้นให้เพื่อนร่วมโซนเดียวกัน ไม่ว่าจะขอนแก่น เอฟซี, ราชนาวี, ทีโอที เอสซี, เอสซีจี สมุทรสงคราม แพ้เพื่อตัวเองจะได้มีโอกาสดิ้นหนีง่ายกว่าเดิม
ดังนั้นเกมที่ขุนพล ''เดอะ บลูมาร์ลิน'' ศรีราชา ซูซูกิ เอฟซี ที่ลงพะเนียงแข้งกับ กองพัน ''บีจี'' บางกอกกล๊าส เอฟซี จึงมีความหมายอย่างยิ่ง พวกเขามองถึงชนะ ''เดอะโอ่ง'' ดุสิต เฉลิมแสน กุนซือใหญ่อยู่ไม่เป็นสุข เมื่อสถานการณ์บีบบังคับให้ต้องนำทีมเอาชนะ
ขณะเดียวกันบางจังหวะยังมีเสียงโห่ไล่จากแฟนบอลที่เห็นว่าผลงานไม่ดี ก็ควรจะเปลี่ยนตัวแกนนำข้างสนามแม้จะอยู่ในช่วงระยะเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อก็ตามที ว่าแล้วเกมนี้อดีตแบ็กซ้ายดาราเอเชียจึงจัดกำลังลงบู๊เต็มอัตราศึก ไม่ว่าจะเป็นแนวรับที่เป็นการประสานงานกันระหว่าง สุจริต จันทกล กับ ดั๊กลาส โคโบ ส่วนแดนกลาง สุพจน์ วงษ์หอย ขับเคลื่อนเกมรุกร่วมกับ มูเซ่ จัสติน บี ขณะที่แดนหน้าวางกำลัง 3 รายทั้ง เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, อารอน ดา ซิลวา และ คริสเตียโน่ โลเปซ
ทางฟากบีจีเกมนี้แม้ว่า ''เดอะง้วน'' สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ จะยังติดภารกิจอบรมโค้ชระดับโปรไลเซนตส์ที่ประเทศสิงคโปร์ ทำให้ ''เสี่ยเหน่ง'' ศุภสิน ลีลาฤทธิ์ เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงใหญ่ โดยมี ''โค้ชอู๊ด'' อนุกูล กันยายน กับ สาธิต เบ็ญโสะ ขนาบข้างซ้าย-ขวาให้คำชี้แนะทางด้านแท็กติกขั้นเทพ
ส่วนลูกทีมตัวหลักๆ ลงทุกแดน ไล่เรียงตั้งแต่แนวรับ อำนาจ แก้วเขียว บนวัย 33 กะรัต ประสบการณ์ความแข็งแกร่งยังไว้ใจได้เสมอ ลงยืนคู่กับ ราฟาเอล ซิลวา ที่เริ่มจะปรับตัวเข้ากับเกมของบีจี ซ้าย-ขวาใช้ความเก๋าเกมของ ศุภชัย คมศิลป์ กับ ทนงศักดิ์ ประจักกะตา
ตรงกลางสนาม คูนิฮิโกะ ทากิซาวะ และ ฟลาเวียน มิเชลลินี่ เป็นตัวเชื่อมเกม ขณะที่แนวรุก ซามูเอล อาจายี่, ฮิโรโนริ ซารูตะ และ อนาวิน จูจีน ตัวจัดทั้งนั้นลงทะลวง
หากจะพลิกแฟ้มประวัติของนักเตะทั้งสองทีมมากางแข่งขัน ก็ต้องขอบอกว่าบีจีเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัดเจน ทว่าศรีราชาทอดสมอเล่นในบ้าน ก็ไม่เคยเกรงกลัวใคร ว่าแล้วเกมรุกของเจ้าถิ่นก็โจมตีอาคันตุกะจากคลอง 3 ทันที แต่ตัวจบสกอร์ทั้ง อารอน ดา ซิลวา, คริสเตียโน่ โลเปซ และ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ นัดกันทำหมูหก อีกทั้งลูกยิงของ พรศักดิ์ ป้องทอง ถูกไลน์แมนปฏิเสธยกธงล้ำหน้าอีกต่างหาก
เมื่อทำอะไรเขาไม่ได้ก็ต้องโดนทะลวงประตูขึ้นนำ จากทีเด็ดลูกโขกของ ชาตรี ฉิมทะเล ที่ลงไปแทน ฮิโรโนริ ซารูตะ นาทีที่ 31 พากระต่ายแก้วนำ 1-0 ก่อนที่ครึ่งหลัง เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ซึ่งถูกปรับทัพมาช่วยกองกลาง จะมาเสียบ ฟลาเวียน มิเชลลินี่ ในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสิน ทวีป อินทร์แก้ว ไม่รอช้าชี้เป็นจุดโทษทันที ก่อนที่ ฟลาเวียน จะปัดฝุ่นลุกขึ้นมายิงทิ้งห่าง 2-0
ด้วยสกอร์ที่นำห่างค่อนข้างเยอะ เหมือนกับลดแรงกดดันของบางกอกกล๊าส พร้อมกับผ่อนเกมรุก มีโอกาสโต้กลับเร็วงามๆ และน่าจะได้ประตูทิ้งห่างเยอะกว่านี้ แต่ เจ้า ''เบงกา'' ซามูเอล อาจายี่ ถูกวิญญาณสากกระเบือเข้าสิงยิงทิ้งยิงขว้างแบบไม่ห่วงอนาคตตัวเอง แต่ในขณะเดียวกันเป็นการกระพือไฟในทรวงของพลพรรค ''ปลากระโทงเทง'' ให้ร้อนรุ่มขึ้นไปอีก
พวกเขามองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ในช่วง 6 นาทีสุดท้าย เมื่อได้จุดโทษ คริสเตียโน่ โลเปซ รับบทสังหารไม่พลาด นำทีมไล่ตีตื้นมาเป็น 1-2 ซึ่งทำท่าว่าจะเป็นชัยชนะของบีจี แต่แล้วในช่วงทดเวลาเจ็บออกไปอีก 5 นาที ลูคัส ดาเนียลนายทวารผู้บ้าดีเดือดเติมขึ้นมาโขกพังตาข่ายตีเสมอไล่เจ๊า 2-2 แบบ กระชากอารมณ์สาวกเดอะ กล๊าสแร็บบิตดีนักแล
ขณะเดียวกันเหมือนกับเป็นการฝันร้ายอีกรอบของบีจี เพราะหากจะย้อนหลังไปในปี 2009 พวกเขาโดนไล่ตีเสมอด้วยอารมณ์เดียวกัน เพียงแต่ต่างกรรมต่างวาระเท่านั้นเอง โดยเกมดังกล่าว นริศ ทวีกุล นายทวารพัทยาเติมขึ้นไปซัดระยะเผาขนไล่ตีเสมอด้วยสกอร์เดียวกัน
กระนั้นก็ดี มาถึงตอนนี้ ลูคัส ดาเนียล นายทวารศรีราชาคู่ควรที่จะรับบทเดอะ ฮีโร่ บางที 1 แต้มในเกมนี้อาจจะล้ำค่า ถ้าพวกเขาสามารถรอดตกชั้นได้!
ไฮไลท์ฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก 2011 ศรีราชา ซูซูกิ เอฟซี 2 - บางกอกก๊าซ เอฟซี 2
คอลัมน์อื่น ๆ