คอลัมน์ : คลุกวงในบอลไทย โดย.. ปูเป้
อีกมุมมองของฟ้าผ่า
17/12/2011 7:35:28 น.


     ฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกช่วงท้ายฤดูกาลแบบนี้มีเหตุการณ์ฟ้าผ่า เกิดขึ้นหลายทีม หลายวาระครับ



        วันก่อน บางกอกกล๊าซ เอฟซี ก็เปลี่ยนกุนซือกะทันหันหลัง "ขงเบ้งลูกหนัง" อาจหาญ ทรงงามทรัพย์ ทำผลงานไม่เข้าตา

 

        ล่าสุดเหตุการณ์ฟ้าร้อง ก่อนฟ้าผ่า ก็เกิดขึ้นที่แคมป์ยามาฮ่า สเตเดี้ยมของเมืองทองฯ ยูไนเต็ด เมื่อแชมป์ 2 สมัยซ้อน เสมอกับทีมบ๊วยอย่างขอนแก่น และ ตามมาการพ่ายแพ้คาบ้านในรอบ 3 ปีให้กับ ทีมท้ายตารางอีกทีมอย่าง ราชนาวีสโมสร
 

        คงไม่ต้องบอกถึงอารมณ์ของบรรดาผู้บริหารทีมกิเลนนะครับ ว่ารู้สึกอย่างไรกันบ้าง แค่เสมอขอนแก่นก็ปรี๊ดแล้ว นี่ดันมาแพ้คารังอีก ปรอทแทบแตกเลยทีเดียว
 

        ถ้ามองในมุมของทีมใหญ่ ของทีมที่ไม่ค่อยแพ้ อย่างเมืองทองฯ ก็คงต้องมองหาจุดอ่อน การปรับปรุงและอาจจะตามมาด้วยการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่


        ซึ่งหากเอาไปเปรียบเทียบกับในต่างประเทศ นี่ก็ไม่ใช่เหตุการณ์ที่จะเป็นไปไม่ได้ ทีมอย่างแมนฯ ยูฯ ยังแพ้ทีมต่ำชั้นกว่าอย่างวูล์ฟแฮมป์ตัน, สโต๊ค ซิตี้ ที่ขนาดทีมเล็กนิดเดียว เงินก็น้อยกว่ากันเยอะได้เลย
 

        ฟุตบอลฤดูกาลหนึ่งเฉพาะในลีกต้องเล่นตั้ง 34 นัด ไม่รวมถ้วยโน้น ถ้วยนี้ ทีมชาติอีก แต่ละปีนักเตะต้องลงสนามร่วมๆ 100 นัด เป็นเรื่องธรรมดาที่ร่างกายอาจจะอ่อนล้า ฟอร์มตกลงไปบ้าง ยิ่งเป็นวันที่พระคานเข้า พระเสาแทรก ยิงเท่าไหร่ก็ไม่เป็นสกอร์ มันก็ต้องมีแพ้กันบ้าง



        ที่สำคัญ วันนี้ไม่ใช่ว่าเมืองทองฯ ไม่พัฒนา หรือ พัฒนาน้อย แต่ต้องยอมรับว่าทีมอื่นๆ ก็พัฒนาขึ้นมากเช่นเดียวกัน หากมองในภาพรวมของลีก ผมมองว่า ยิ่งมีเหตุการณ์ฟ้าผ่า พลิกล็อกบ่อยเท่าไหร่ ยิ่งบ่งบอกว่ามาตรฐานของไทยพรีเมียร์ลีก ดีขึ้นเท่านั้น
 

        ไม่ว่าจะลีกไหน หรือ กีฬาประเภทอะไร เสน่ห์ของมันอยู่ที่การไม่สามารถรู้ผลการแข่งขันล่วงหน้าได้ ทำให้คนต้องตามลุ้น ตามเชียร์ นั่นแหละทำให้เกิดกระแส แต่ถ้าหากทำนายผลล่วงหน้าได้ บอลห่างกันเยอะๆ จนกลายเป็นระบบผูกขาดชัยชนะใครจะไปอยากดู 
 

        สภาพอย่างขอนแก่น หรือ ราชนาวี ที่ความหวังในการอยู่รอด ประมาณแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ถ้าเป็นสมัยก่อนรับประกันซ่อมฟรีได้เลยว่า "ถอดใจ" ไปแล้ว แต่นี่พวกเขาเล่นกับแบบลืมตาย เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ตอบแทนแฟนบอลตัวเองชนิดที่คุ้มค่าตั๋ว ค่าเสียเวลาที่เข้ามาดูที่สุด
 

        เชื่อผมซิครับ หลังจากนี้ต่อไปแฟนบอลของทั้งสองทีม จะเข้ามาดู มาให้กำลังใจกับนักเตะเหล่านี้จนถึงนัดสุดท้าย แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าตกชั้นไปแล้ว แต่ก็เชื่อมั่นในตัวนักเตะอีกเช่นกันว่า ยังทุ่มเทให้กับเกมและยังมีเกมที่สนุกๆ ให้ได้ชม นี่คือการตอบโจทย์ ของฟุตบอลอาชีพอย่างแท้จริง
 

        ผมอยากเห็นบรรยากาศฟุตบอลไทยเป็นแบบนี้แหละครับ ผู้หลักผู้ใหญ่ของแต่ละทีม ออกงิ้ว ออกโขนออกโรงมา "ช็อต" ลูกทีมหนักๆเวลาที่ทำผลงานไม่ดี ซึ่งเป็นการบ่งบอกว่า ผู้บริหารทีมไม่ปรารถนาที่จะย่ำอยู่กับที่ ผู้บริหารมีเป้าหมายที่แน่วแน่ ที่จะต้องทำให้ได้
 

        นักเตะทั้งทีมใหญ่ ทีมเล็กก็เหมือนกัน บรรดาซูเปอร์สตาร์ทีมใหญ่ ไม่ต้องไปน้อยอกน้อยใจเลยนะครับที่โดนว้ากเพ้ยแรงๆ ต้องทำตัวให้เป็นมืออาชีพ ต้องรับให้ได้กับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะการวิพากษ์วิจารณ์จากคนจ่ายเงิน คนลงทุน
 

        ไม่ใช่แค่ "น้ำเงิน" จากคนลงทุน เจ้าของทีมเท่านั้นที่คุณต้องฟัง "น้ำเงิน" จากแฟนบอลที่ซื้อตั๋วเข้าชมทุกนัด ซึ่งเป็นรายได้มาสู่สโมสร แล้วต่อมาเป็นเงินเดือน ค่าเหนื่อย ให้นักเตะเอาไปเลี้ยงลูกเมีย ก็เป็นสิ่งที่ต้องแคร์ไม่น้อยไปกว่ากัน
 

        อย่าทำตัวไร้สาระ พอโดนด่าแล้วงอน เล่นแบบประชด ไร้ใจให้มันจบๆไปเด็ดขาด นั่นไม่ใช่แค่คุณฆ่าสโมสร ที่เป็นอู่ข้าว อู่น้ำ...แต่คุณกำลังฆ่าตัวเอง ให้ตายจากความศรัทธาของคนรอบข้าง


                                                                       ปูเป้

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : ปูเป้

จำนวนเรื่อง : 306
All post : 1,732
All view : 1,930,106
คอลัมน์ คลุกวงในบอลไทย

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263