"เสธ.ตุ้ม" พล.ต.ชิณเสน ทองโกมล ประธานผู้ตัดสินพูดในงานแถลงข่าวสปอนเซอร์มีต เดอะ เพรส เมื่อวันก่อน ท่านบอกว่า การคัดเลือกผู้ตัดสินปัจจุบันนี้ทำอย่างละเอียดถี่ถ้วน สัปดาห์ที่ผ่านมาต้องใช้เวลาถึง 5 ชั่วโมงในการคัดเลือก แล้วยังหารูปแบบใหม่ๆ เช่นการสลับสับเปลี่ยน ผู้ตัดสิน-ผู้กำกับเส้น ไม่ให้เป็นชุดเดิม ชุดเดียว เพื่อจะได้ไม่มีข้อครหาในการลงทำหน้าที่
ผมฟังแล้วก็รู้สึกเห็นใจ และเข้าใจกับการพยายามตั้งใจทำหน้าที่ อย่างดีที่สุดเพื่อให้การทำหน้าที่ของผู้ตัดสินโดนตำหนิติเตียนให้น้อยที่สุด
แต่แม้จะพยายามขนาดนี้แล้ว ใช้ความสามารถอย่างสุดกำลังแล้ว ก็ต้องยอมรับว่าผู้ตัดสินเมืองไทย ตั้งแต่เปิดฤดูกาลถึงวันนี้ที่เหลืออีกแค่ 1 เดือนก็จะจบซีซั่นยังโดนด่ายับอยู่ทุกสัปดาห์ นั่นแสดงว่า มาตรฐานของผู้ตัดสินบ้านเราใช้ไม่ได้จริงๆ
แต่จะใช้ไม่ได้แค่ไหน ก็ต้องใช้แหละครับ เพราะเราคงไม่สามารถไปหาผู้ตัดสินจากลาว, เขมร มาทำหน้าที่ได้เหมือนแรงงานต่างด้าว ที่หาได้ทั่วไป จะเอาผู้ตัดสินญี่ปุ่น, เกาหลี ก็มาได้แค่ชั่วครั้งชั่วคราว ไม่กี่วัน
เพราะฉะนั้นมีทางเลือก 2 ทางคือต้องก้มหน้า ก้มตา รับให้ได้กับมาตรฐานแบบนี้ของเชิ้ตดำ หรือ ช่วยกันปฏิวัติสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับผู้ตัดสิน
หลายทีม หลายหน่วยงานมีความพยายามที่จะปฏิรูปวงการผู้ตัดสิน อย่าง เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ก็ออกข่าวมาว่าจะสร้างโรงเรียนผู้ตัดสิน เพื่อสร้างผู้ตัดสินที่มีคุณภาพ จริยธรรม และมาตรฐานในการทำหน้าที่ป้อนสู่วงการฟุตบอลไทย ก็เป็นไอเดียที่ดี เป็นอีกหนึ่งความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน
ผมไม่อยากให้เมืองทองฯขยับทีมเดียว อยากเห็นทุกทีมลุกขึ้นมาหาแนวทางในการต่อสู้ และช่วยกันสร้างมาตรฐานใหม่ให้ผู้ตัดสิน
แนวทางหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าจะเกิดประโยชน์นั่นคือ การสร้าง
"บล็อก" สักบล็อกหนึ่งขึ้นมาบนโลกอินเทอร์เน็ต เป็นบล็อกที่เปิดให้ทุกทีมส่งคลิปการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินลงมาในนี้
ต้องยอมรับว่าแม้วันนี้จะมีการถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกและดิวิชั่น 1 เกือบทุกคู่ แต่การทำหน้าที่ของสิงห์เชิ้ตดำก็ยังลอดหูลอดตา โดยเฉพาะเกมที่ต้องไปเตะต่างจังหวัดไกลๆ พอเกิดปัญหาทีก็มีแต่เสียงพูด เสียงด่า ไม่มีหลักฐาน
หากเรามี
"Referee Blog" เปิดเสรีให้คนส่งคลิปมาลงในนี้ได้ ก็จะได้เป็นการประกาศให้สาธารณชนได้รับรู้ว่า ใครทำหน้าที่ได้ห่วยแตกขนาดไหน หรือ ใครทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยม ผู้คนก็จะได้ชมกัน
ทำอย่างนี้ไม่ใช่ต้องการประจานนะครับ แต่เพื่อเป็นแบบอย่าง หากเป็นแบบอย่างที่ดี คนที่คิดจะประกอบอาชีพผู้ตัดสิน ก็จะได้มีโมเดล ต้นแบบการทำงานที่ถูกต้องให้เจริญรอยตาม แต่ถ้าเป็นการทำหน้าที่ที่ผิด น้องๆ จะได้ไม่เอาเป็นเยี่ยงอย่าง
ถ้าองค์กรอย่างสมาคมฟุตบอลฯและคณะกรรมการผู้ตัดสิน ตั้งใจอยากจะพัฒนา และสร้างมาตรฐานให้ผู้ตัดสินจริงๆ ก็สามารถนำคลิปที่ทุกสโมสรส่งมา เป็นข้อมูล หลักฐานในการลงโทษผู้ตัดสินที่ทำหน้าที่ผิดพลาดได้
เช่นเดียวกันผมอยากให้ต่อยอดไปถึงว่า ทุกคลิปที่ฟ้องเข้ามาก็เหมือนกับบัตรสนเท่ห์ หรือ คดีที่ติดตัวผู้ตัดสินรายนั้นๆ เมื่อสมาคมฯต้องส่งชื่อผู้ตัดสินขึ้นทำเนียบฟีฟ่า หรือ อีลิท ก็ต้องนำคลิปเหล่านี้มาประกอบเหมือนกัน เช่น ผู้ตัดสินบางคนดูเหมือนทำหน้าที่ได้เข้าตา แต่ปรากฏว่ามีคลิปฟ้องความผิดพลาดเป็นร้อยคลิป อย่างนี้ก็ต้องถือว่ายังไม่เคลียร์ ยังไม่ขาว ส่งออกไปต่างประเทศไม่ได้
ผู้ตัดสินบ้านเรานี่ ใจเด็ดนะครับ เสียงด่าไม่ระคาย ตายยังไม่กลัว พวกเขากลัวอย่างเดียวคือกลัวอด การออกไปทำหน้าที่ในต่างประเทศ เป็นขุมเงิน ขุมทองที่จะสร้างเนื้อสร้างตัว เพราะฉะนั้นก็ต้องเอาผลประโยชน์จากการออกไปต่างประเทศนี่แหละ มาเป็นทั้งแรงจูงใจ และบทลงโทษให้กับผู้ตัดสิน
วันนี้วงการผู้ตัดสินบ้านเราถึงเวลาแล้วครับ ที่จะให้คุณและโทษกันอย่างเปิดเผย ถึงเวลาแล้วที่สาธารณชนคนทั่วไปจะสามารถวิพากษ์วิจารณ์ และประจาน การทำงานของผู้ตัดสินได้ เพราะเชิ้ตดำเหล่านี้คือผู้พิพากษาคนอื่นๆ ให้ได้และเสียประโยชน์มาเยอะแล้ว ก็สมควรที่จะต้องถูกพิพากษาเหมือนกัน ไม่ใช่งุบงิบๆ ลงโทษกัน แม้แต่ชื่อยังไม่กล้าบอกอย่างที่ผ่านมา
เล่นกันจะจะด้วยอาวุธไซเบอร์นี่แหละครับ เต็มที่ก็อด และอาย ไม่ถึงตาย แบบ 11 มม. หรือ .38 ซึ่งบอกได้เลยว่านับว่ายิ่งมีโอกาสโดนสูง!! ครับท่านเชิ้ตดำ
ปูเป้