ช่วงเวลากว่า 1 ปี นับตั้งแต่ ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ ตัดสินใจย้ายมาอยู่กับ ทีมที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกรอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คงไม่มีผู้เลื่อมใสในลัทธิซาตานคนใดที่จะปฏิเสธได้ว่านักเตะผู้นี้คือส่วนสำคัญที่ทำให้สถานบัน "ปีศาจแดง" ได้ครองความเป็นเบอร์ 1 ของวงการฟุตบอลอังกฤษในขณะนี้
อย่างไรก็ตาม นักเตะเจ้าของฉายา "ชิชาริโต้" เคยเกือบตัดสินใจที่จะหันหลังให้กับการเล่นฟุตบอล และไปเอาดีกับการเรียนหนังสือแทน แต่ด้วยเหตุผลอะไรที่ทำให้เจ้าตัวล้มเลิกความคิดดังกล่าว ดาวยิงชาวเม็กซิกัน ได้เฉลยกับ Inside United ตามบทสัมภาษณ์ต่อไปนี้
Inside United - เมื่อไม่กี่ปีก่อน คุณเคยคิดถึงเรื่องของการเลิกเล่นฟุตบอล แล้วมันใกล้เคียงที่จะเกิดขึ้นจริงขนาดไหน?
Chicharito - "มันเกือบไปแล้วจริงๆ มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสัก 3 ปีที่แล้ว ผมมีคำถามในใจมากมายว่าผมจะเลิกหรือเล่นต่อดี แต่มันเป็นลิขิตของพระเจ้าที่ให้ผมเดินหน้าต่อ ผมไม่ค่อยได้ลงเล่นฟุตบอลมากนักเนื่องจากผมตกเป็นตัวสำรอง ผมรู้สึกผิดหวังที่เห็นนักเตะดาวรุ่งก้าวขึ้นมาและพวกเขาก็ก้าวแซงผมไป และสิ่งนั้นทำให้ผมรู้สึกท้อแท้อย่างมาก ความคิดเรื่องการเลิกเล่นฟุตบอล ผมได้พูดคุยกับพ่อแม่, คุณปู่, พี่สาว รวมถึงแฟนสาวของผมเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และพวกเขาก็ทำให้ผมตระหนักได้ว่ามันคือสิ่งที่ผมจะต้องทำต่อไป ผมรู้ว่าผมเป็นคนโชคดีและผมรู้สึกดีใจที่ได้ตัดสินใจเล่นต่อไป ประสบการณ์ครั้งนั้นสอนผมหลายอย่าง บางครั้ง คุณมีความต้องการบางอย่างแต่มันไม่ได้อย่างที่หวัง จากนั้นคุณจะหงุดหงิดกับทุกอย่างที่อยู่รอบข้างรวมทั้งกับตัวคุณเองด้วย ผมได้เรียนรู้ว่ามันเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องมีความสุขกับชีวิตและการเล่นฟุตบอล และแน่นอน มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่จะลิขิตชีวิตของคุณได้ว่าคุณจะสามารถเติมเต็มความฝันของคุณได้สำเร็จหรือไม่"
Inside United - อย่างที่รู้กันดีในภูมิภาค ลาติน อเมริกา ว่า เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า คือ 2 สโมสรยักษ์ใหญ่ของโลก และชาวเม็กซิกัน มีมุมมองอย่างไรต่อสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด?
Chicharito - "ผมรู้สึกได้ถึงกระแสความนิยมที่เพิ่มมากขึ้นนับตั้งแต่ผมได้ย้ายมาอยู่ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ผมอยากขอขอบคุณแฟนบอลชาวเม็กซิกันของผม ซึ่งผมมีสิ่งดีๆ มากมายที่ต้องการบอกกับพวกเขาและผมรู้สึกยินดีอย่างยิ่งกับแรงสนับสนุนจากพวกเขาเหล่านั้น แต่แม้ว่าก่อนที่ผมจะเซ็นสัญญามาอยู่ที่นี่ สโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ยิ่งใหญ่เสมอมา แน่นอนว่าพวกเขาเป็นหนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่เพียงเฉพาะในทวีปอเมริกาใต้เท่านั้น เพราะในช่วงทัวร์ปรีซีซั่นที่สหรัฐอเมริกา คุณก็ได้เห็นกันแล้วว่ามีผู้คนมากมายขนาดไหนที่เข้ามาดูทีมของเราและตามรอเก็บภาพของพวกเราอยู่หน้าโรงแรม ผมได้อ่านเจอข่าวในช่วงไม่นานมานี้ที่บอกว่าสโมสรของเรามีแฟนบอลอยู่ถึง 330 ล้านคนทั่วโลก นั่นคือเรื่องที่มหัศจรรย์อย่างยิ่ง ผมเคยเห็นภาพเมื่อครั้งที่ ยูไนเต็ด เดินทางไปทัวร์ทวีปเอเชีย เมื่อปี 2009 และได้เห็นว่าความรักของผู้คนที่มีต่อสโมสรแห่งนี้ได้แผ่กระขายไปทั่วโลก และผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาอยู่ที่นี่ หากคุณพูดคำว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก ผู้คนก็จะรู้ว่าคุณกำลังพูดถึงอะไร"
Inside United - คุณมาที่ เมือง แมนเชสเตอร์ ครั้งแรก คือการมาดูศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในเกมที่พบกับ บาเยิร์น มิวนิค คุณยังจดจำประสบการณ์ และความประทับที่มีต่อสนามรวมถึงแฟนบอลได้อย่างไรบ้าง?
Chicharito - มันเป็นความรู้สึกที่เหลือเชื่อมาก ผมจำบรรยากาศรอบๆ สนามได้ มันทำให้ผมรับรู้ได้ถึงความสำคัญของเกมนี้ แฟนบอลก็ยอดเยี่ยมสุดๆ ผมแทบไม่อยากเชื่อว่าผมจะได้มานั่งดูเกมในสนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หรือที่รู้จักกันในชี่อว่าโรงละครแห่งความฝัน มันเป็นสถานที่ที่ผมเคยเห็นทางโทรทัศน์เท่านั้น แต่มันมีบางอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกได้ว่ามันเป็นสถานที่ที่พิเศษมาก มันทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นที่ได้รู้ว่าผมกำลังจะได้มาลงเล่นที่สนามแห่งนี้ในอีก 3-4 เดือนข้างหน้า"
Inside United - คุณแทบจะไม่มีบทบาทอะไรเลยในนัดชิงชนะเลิศ ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่พบกับ บาร์เซโลน่า นั่นถือว่าเป็นความผิดหวังครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่คุณเคยประสบมาในอาชีพการค้าแข้งใช่หรือไม่?
Chicharito -ไม่ใช่เลย มันยังห่างไกลกับสิ่งนั้นมาก แน่นอนว่ามันเป็นเกมที่ยาก แต่หากคุณไปถามทุกๆ คนในโลกนี้ ใครๆ ก็ต้องตอบว่าพวกเขาอยากลงเล่นในนัดชิงชนะเลิศ ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ให้กับหนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก มันเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมของผมกับช่วงเวลาในฤดูกาลแรกร่วมกับสโมสร โดยส่วนตัวของผมแล้ว มันมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นมากกว่าเรื่องแย่ๆ หนึ่งในสิ่งที่น่าผิดหวังที่สุด แน่นอนคือความพ่ายแพ้ของเราในเกมนั้น ผมมั่นใจว่ายังมีโอกาสอีกมากมายที่เราจะประสบความสำเร็จได้ในอนาคต ดังนั้น แม้ว่าเราจะผิดหวังที่ไม่ชนะ แต่นั่นก็ถือว่าเป็นโอกาสที่คุณได้เข้าไปมีส่วนร่วมในสิ่งที่นักฟุตบอลทุกๆ คนใฝ่ฝันถึง และผมก็ได้ประสบกับสิ่งนั้นแล้ว"
Inside United - คุณได้รับความกระทบกระเทือนทางสมองระหว่างทัวร์ปรีซีซั่น ซึ่งทำให้คุณพลาดการลงเล่นในช่วงออกสตาร์ทฤดูกาลด้วย เหตุการณ์ดังกล่าวมันเกิดขึ้นได้อย่างไร? และตอนนี้อาการของคุณเป็นอย่างไรบ้าง?
Chicharito -ผมแค่โหม่งลูกบอลโดยใช้ส่วนที่ไม่ถูกต้องของศีรษะ มันเป็นลูกที่ถูกโยนเข้ามาแรงมาก ลูกบอลเคลื่อนที่อยู่ในอากาศ และมันก็กระทบเข้าที่ท้ายทอยของผม มันคล้ายกับประตูที่ผมทำได้ในเกมกับ สโต๊ค ต่างกันเฉพาะความแรงของลูกเท่านั้น มันเป็นภาพที่ดูน่ากลัวสักนิด แน่นอน ไม่ว่าการบาดเจ็บในการเล่นฟุตบอลหรือในชีวิตปกติก็น่ากลัวทั้งนั้น และมันคงไม่ใช่เรื่องที่ดีที่ต้องมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรง แต่ผมรู้ว่ามันจะต้องไม่เป็นอะไร สิ่งนี้เคยเกิดขึ้นกับผมมาแล้ว 2 ครั้ง ในสมัยค้าแข้งอยู่ที่ เม็กซิโก โดยครั้งนั้นศีรษะผมไปกระแทกกับผู้เล่นคนอื่น ดังนั้นผมจึงรู้ดีว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับผม ผมรับรู้ถึงอาการและรู้ว่าผมจะกลับมาเป็นปกติได้อีกครั้งแน่"
Inside United - คุณมีความประทับใจอย่างไรกับผู้เล่นตำแหน่งกองหลังในศึก พรีเมียร์ลีก?
Chicharito - มีความแตกต่างมากมายสำหรับผู้เล่นในตำแหน่งกองหลังที่ เม็กซิโก แต่ผมคิดว่ามันขึ้นอยู่กับสไตล์การเล่น ผมคิดว่าคุณจำเป็นต้องมีสไตล์การเล่นที่แตกต่างไปในแต่ละตำแหน่ง ในศึก พรีเมียร์ลีก มักจะเล่นกันเร็วกว่า และมีความแข็งแกร่งมากกว่า ดังนั้นคุณจำเป็นจะต้องมีการปรับตัว ผมคิดว่าผู้เล่นกองหลังในอังกฤษต้องมีความเด็ดขาดมากกว่า พร้อมที่จะเข้าสกัดหรือบล็อกลูกภายในช่วงเวลาเสี้ยววินาที และด้วยเหตุนี้ ผมจึงคิดว่ากองหลังที่ดีที่สุดในโลกจำนวนหนึ่งก็เล่นอยู่ที่นี่ เพราะว่ากองหน้าก็เล่นกันได้ดี แต่ผมไม่สามารถยกกองหลังคนใดคนหนึ่งว่าเป็นคู่แข่งแข็งแกร่งที่สุดสำหรับผม อันที่จริงแล้ว ผมไม่เคยเจอกับเกมที่ง่ายๆ ในศึก พรีเมียร์ลีก เลย"
Inside United - ผู้คนมักยกคุณไปเปรียบเทียบกับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา แล้วคุณเคยได้ยินชื่อของนักเตะคนนี้ก่อนที่จะย้ายมาร่วมทีมหรือไม่?
Chicharito - แน่นอน เขาคือตำนานของสโมสรแห่งนี้ เป็นนักเตะที่เหลือเชื่อจริงๆ เมื่อผู้คนเหล่านั้นนำผมไปเปรียบเทียบ สิ่งเดียวที่ผมพูดได้ก็คือผมยังทำได้ไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ของที่ โอเล่ ทำมาเลย เขาคือนักเตะมหัศจรรย์ ผมได้เปิดดู เอ็มยูทีวี เพื่อดูผลงานเก่าๆ ที่เขาเคยทำไว้ เขาเป็นนักเตะที่พิเศษ อันที่จริงแล้ว ผมไม่ค่อยชอบการถูกนำไปเปรียบเทียบเลย ที่ เม็กซิโก ผมก็มักจะถูกยกไปเปรียบเทียบกับพ่อของผม ซึ่งเป็นกองหน้าเหมือนกัน และผมก็ไม่เคยรู้สึกชอบสิ่งนี้ ผมคิดว่าทุกคนก็มีความแตกต่างกันไป และควรจะถูกตัดสินไปตามผลงานของแต่ละคนด้วย"
-เกรียนผี-