คึกคักได้แค่วันเดียว กรุงจาการ์ตาก็ต้องหงอยเหงา แม้จะมีชิงชัยกันหลายชนิดกีฬา แต่วันนี้ทัพนักกีฬาไทยไม่สามารถคว้าเหรียญทองมาครองได้เลย ในขณะที่ทัพนักกีฬาเจ้าภาพกลับหน้าระรื่น พาเหรดโกยเหรียญทองได้เป็นกอบเป็นกำ โดยเฉพาะจักรยานเสือภูเขาดาวน์ฮิล ที่สองเสือ ''เจ้าภาพ'' โค่นแชมป์เอเชียอย่าง ''เจ้าปอ'' ธนพล จารุเพ็ง กับ ''เจ้าเพ็ชร'' วิภาวี ดีคาบาเลส คว้าทองไปครอง
แต่...ชัยชนะของเสือ ''เจ้าถิ่น'' เป็นชัยชนะที่ทำให้เสือไทยเสียเปรียบทุกเรื่อง โดยเฉพาะกองเชียร์ที่ออกแนวป่วนได้ใจ ทั้งตะโกนเอามือเข้ามาขวางทางปั่นทำสมาธินักกีฬาที่ต้องอยู่กับเส้นทางมาพะวงกับกองเชียร์ ซีเกมส์ครั้งนี้สองเสือไทยได้เหรียญติดมือกลับบ้านถือว่าดีแล้ว เพราะงานนี้เจ้าถิ่นกะฟันให้ไทยต้องอายกลับบ้านมือเปล่า
ด้านแบดมินตันทีมชายผ่ายฉลุย ลงสนามนัดแรกเอาชนะกัมพูชา 3-0 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ และเข้าไปเจอของแข็ง ''อินโดนีเซีย'' ที่เอาชนะลาวมา 3-0 เช่นกัน ถือเป็นงานหนักไม่น้อย แต่เชื่อว่านักตบ ''ขนไก่หนุ่มไทย'' ยังสู้ไม่ถอย เพราะหากเอาชนะได้งานนี้ถึงแชมป์
ส่วนคาราเต้คว้า 2 เหรียญเงิน จาก สรรพสิทธิ์ ชลพันธ์ รุ่น 84 กก. ปวีณา รักษาชาติ รุ่น 50 กก. ซึ่งทั้งคู่พ่ายให้กับเจ้าภาพในรอบชิงชนะเลิศ โดยเฉพาะปวีณานั้นพ่ายเก๋า เพราะเจอกับแชมป์เก่า และแชมป์อชก. 16 และต้องยอมรับว่าสู้ความแกร่งของเจ้าภาพไม่ไหวจริงๆ ในขณะที่คาราเต้ ''น้องปุ้ย'' ญาณิศา ต่อรัตนวัฒนา น่าเสียดายที่ต้องเข้าไปเจอเจ้าภาพรอบตัดเชือกในประเภทท่ารำ กีฬาที่ตัดสินกันด้วยสายตาก็ต้องทำใจกันสักนิด ยิ่งเจอกับเจ้าภาพ แต้มขึ้นแบบไม่คิดมาก งานนี้ ''เจ้าปุ้ย'' จึงทำได้แค่เหรียญทองแดง ขอแก้ตัวในประเภทต่อสู้ในวันนี้ (13 พ.ย.) ที่ต้องแลกด้วยชีวิตโสด เพราะ ''เจ้าปุ้ย'' ลั่นวาจาสัตย์ไว้แล้วว่า หากได้เหรียญจะสละโสดกับแฟนหนุ่มนักยูโด อคีเลียส ทันที แต่ถ้าแห้วก็ไม่แต่ง ไม่รู้ว่านักทุ่มหนุ่มไทยจะว่าไง ได้ทองหรือไม่ได้ดี?
ในขณะที่ฝั่งของเรือแคนู คายัค หลังประเดิมเกมคว้า 3 ทอง วันนี้คว้าได้แค่ 1 ทองแดงจากคายัค 4 คนหญิง 500 ม. และปิดท้ายด้วยเทควันโดที่คว้ามา 2 เหรียญเงิน 1 ทองแดง ส่วน ''น้องวิว'' พงศ์ชนก กันกลับ นักเทควันโดที่สวยที่สุดในเวทีซีเกมส์ครั้งนี้ ลงสนามลงแข่งประเภทพูมเซ่คู่ผสมได้อันดับ 5 แค่สีหน้าและรอยยิ้มของ ''น้องวิว'' ประหนึ่งว่าเหมือนได้แชมป์ เพราะมีหวานใจอย่าง ''แชมป์'' พีรพล เอื้ออารียกูล ที่ลงทุนควักงบส่วนตัวมาเชียร์หวานใจถึงขอบสนามที่ ''จาการ์ตา''
ท่ามกลางแสงแดดระอุของเมืองปาเลมบัง ดูเหมือนจะแผดเผานักกีฬาจนงอมโชว์ฟอร์มไม่ออก ในขณะที่นักกีฬาเจ้าภาพกวาดเหรียญรางวัลเป็นว่าเล่นพรวดเดียว 11 ทองแซงไทยขึ้นยึดจ่าฝูง ก่อนที่ สิงคโปร์ จะมาเบียดไทยตกที่ 3 อีก แม้ว่าไทยจะเก็บได้อีก 2 เหรียญเงินจากยิงปืน, โรลเลอร์สปอร์ต และทองแดงจากขว้างจักร
จนกระทั่งเย็นย่ำทัพนักกีฬาไทยก็ได้เฮชื่นชมกับเหรียญทอง เมื่อ ''เงือกอุ้ม'' ณัชฐานันตร์ จันทร์กระจ่าง นักว่ายน้ำมากประสบการณ์ลงชิงชัยในประเภทฟรีสไตล์ 200 ม. ท่ามกลางเสียงเชียร์ชาวไทยดังกระหึ่มเงือกสาวไทยว่ายนำม้วนเดียวเข้าป้าย
คว้าเหรียญทองไปครองด้วยสถิติ 2.01.49 น.
บนความสะใจสาวไทยยังได้ ''โชคสองชั้น'' เมื่อปรากฏว่าสถิติดังกล่าวผ่านเกณฑ์ไปเล่นโอลิมปิก 2012 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งเกณฑ์ที่ตั้งไว้คือ 2.02.47 น.
ในเวลาต่อมาว่ายน้ำก็ได้ร้องเพลงชาติไทยกระหึ่มเมืองปาเลมบังอีกครั้ง เมื่อ ''เจมส์บอนด์'' ณัฐพงษ์ เกตุอินทร์ นักว่ายน้ำดาวรุ่งความหวังเหรียญทองของไทยที่แม้ว่าจะผิดหวังที่ถูกตัดสิทธิ์ชวดลงแข่งขันในรายการเดี่ยวผสม 400 ม.
แต่ก็ไม่ทำให้หนุ่มจาก ม.แม่โจ้ เชียงใหม่ สูญเสียสมาธิเตะขอบสระได้เป็นคนแรกด้วยเวลา 2.12.99 น.คว้าเหรียญทอง ในประเภทกบ 200 ม.ท่าถนัดของตนเอง แถมยังพังสถิติซีเกมส์ที่ตัวเองทำไว้อีกด้วยที่ 2.13.42
ขณะที่กรีฑาไทยลงชิงชัยวันแรกนั้นออกสตาร์ตด้วยความชอกช้ำเมื่อไม่สามารถทวงแชมป์ลมกรด 100 ม.ชายและหญิงมาครองได้ ถูก อินโดนีเซีย สอยไปครองทั้งสองเหรียญทอง อย่างไรก็ตามสวรรค์ยังไม่โหดร้ายจนเกินไป
เมื่อ ''เจ้าโค้ช'' กรีฑา สินธวาชีวะ หนุ่มวัย 21 ปี กระชากเหรียญทองประเภทกระโดดค้ำถ่อมาครองได้อย่างงดงามด้วยสถิติ 5.10 ม.แม้จะไม่ทำลายสถิติตัวเองที่เคยทำไว้ 5.22 ม.แต่ก็เพียงพอที่จะป้องกันแชมป์เอาไว้ได้
และ ''เจ้าโค้ช'' ก็สวมบท ''ฮีโร่'' ช่วยให้เห็นรอยยิ้มของทีมกรีฑาไทยในวันนี้...
หลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันเมื่อ 12 พ.ย. 54 ซึ่งเป็นวันที่สองของการแข่งขันกีฬาซีเกมส์อย่างเป็นทางการ อินโดนีเซียเจ้าภาพแซงขึ้นนำได้ 23 เหรียญทอง ขณะที่ไทยทำเพิ่มมาได้อีก 3 เหรียญทอง ได้รวม 6 เหรียญทอง หล่นมาอยู่อันดับ 3 ต่อจากสิงคโปร์ อันดับ 2 ที่ได้ 8 เหรียญทอง