ต้องยอมรับว่าหากภัยธรรมชาติ เกิดขึ้นกับที่แห่งไหนในโลกนี้ ย่อมจะได้รับผลกระทบไปทุกหย่อมหญ้า อยู่ที่ว่าประเทศเหล่านั้นจะมีมาตรการป้องกันหรือระแวดระวังภัยที่ได้ผลเต็มร้อยหรือไม่ ขณะเดียวกันถ้าป้องกันแล้วแต่เอาไม่อยู่ จะสามารถฟื้นฟูกลับมาได้รวดเร็วมากน้อยแค่ไหน นั้นเป็นเรื่องของการบริหารจากภาครัฐบาลเป็นที่ตั้ง
คงจะจำกันได้ว่าเมื่อวันที่ 11 เดือนมีนาคม 2554 ประเทศญี่ปุ่นประสบกับมหาภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างรุนแรง เมื่อเกิดแผ่นดินไหววัดแรงสั่นสะเทือนได้ 8.9 ริกเตอร์ อาคารหลายแห่งในกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น สามารถรับความรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนได้ ประชาชนพากันวิ่งหนีตายออกจากอาคารด้วยความตื่นตระหนก
นอกจากนี้ยังเกิดคลื่นยักษ์สึนามิพัดถล่ม ส่งผลให้เรือหลายลำพุ่งชนชายฝั่ง และกวาดเอารถยนต์บนถนน ในเมืองชายฝั่งลงไปในน้ำด้วย ที่เมืองมิยางิ ซึ่งอยู่ชายฝั่งของเกาะฮอนชู มีรายงานผู้บาดเจ็บล้มตายจากอภิมหาภัยพิบัติครั้งนี้จำนวนมาก ทุกชาติทั่วโลก ต้องระดมความช่วยเหลือไปให้ ชาวญี่ปุ่น เป็นการด่วน
แน่นอนว่าภัยพิบัติรุนแรงจนส่งผลกระทบกับวงการกีฬาของญี่ปุ่น ทุกหย่อมหญ้า สมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น ต้องยกเลิกการส่งทีมไปแข่งขันฟุตบอล
''โคปา อเมริกาใต้ 2011 "ที่ประเทศอาร์เจนตินา อีกทั้งฟุตบอลลีก ภายในประเทศ ต้องยกเลิกโปรแกรมเตะทั้งหมด ซึ่งขณะนั้นเจลีกเพิ่งจะเริ่มเตะได้ทีมละนัดเท่านั้น
เชื่อหรือไม่ว่า หลังจากประสบเหตุในวันที่ 11 มี.ค. 54 ญี่ปุ่น ทุกเลิกการแข่งขันกีฬาแทบทุกชนิดโดยเฉพาะเจลีก กระทั่งมาเริ่มเตะกันอีกครั้งในวันที่ 23 เม.ย. 54 ก่อนจะโหมเตะโปรแกรมถี่ยิบทั้งเจลีก และ
"เอมเพอเรอร์ คัพ"
กระทั้งเวลานี้เจลีกแข่งขันมาได้ 31 นัด เหลืออีกเพียงแค่ 3 นัด ก็จะสิ้นสุดฤดูกาลในวันที่ 3 ธ.ค. นี้ ส่วน
"เอมเพอเรอร์ คัพ" ก็จะจบหลังจากนั้นอีกไม่กี่อาทิตย์
กลับมามองกันที่วงการฟุตบอล
"ไทยพรีเมียร์ลีก" ซึ่งออกสตาร์ตการแข่งขันก่อน เจลีกด้วยซ้ำ คือวันที่ 12 ก.พ.54 แต่มีโปรแกรมเตะแบบอ้อยอิ่งไร้ซึ่งการวางแผน ว่าหนทางข้างหน้าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง ทั้งทีมชาติไทยชุดใหญ่ ลุยฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก, เก็บตัวชุดซีเกมส์ก็ต้องเลื่อนให้ อีกทั้งมาเจอกับมหาอุทกภัยน้ำท่วม แม้ว่าจะเป็นบางพื้นที่ แต่ก็ต้องเลื่อนเพราะการเดินทางไม่สะดวก
ณ วันนี้
"ไทยพรีเมียร์ลีก" เหลือโปรแกรมเตะไทยลีก ถึงทีมละ 6-8 นัด อีกทั้ง
"มูลนิธิไทยคม เอฟเอ คัพ" ก็ยังแข่งขันแค่รอบห้า คาดว่าปีหน้าก่อนกำหนดเดดไลน์ของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) 9 ม.ค.55 เพื่อส่งรายชื่อทีมแชมป์ลีกกับ แชมป์เอฟเอ คัพ คงจะไม่ทันชัวร์แล้ว
ถ้าจะอ้างว่าญี่ปุ่นล้ำสมัยกว่าไทย ในเรื่องสนามแข่งขันที่ดีกว่า ก็คงจะเถียงไม่ขึ้น เพราะสนามฟุตบอลที่ได้รับผลกระทบอย่างจริงจัง มีเพียงแค่ 2 สนามเท่านั้นคือ ลีโอสเตเดี้ยม และ มธ.รังสิต นอกนั้นใช้ได้หมด อยู่ที่บริษัทไทยพรีเมียร์ลีก ตัดสินใจว่าจะให้เตะหรือไม่? เท่านั้นเอง
เสียวแทนบริษัทไทยพรีเมียร์ลีกเหลือเกิน ถ้าไปยืนยันกับ "เอเอฟซี" ว่า ที่ลีกไทยส่งรายชื่อล่าช้า เพราะประสบกับอุทกภัยน้ำท่วม หาก "เอเอฟซี" ย้อนถามว่าญี่ปุ่นก็โดนสึนามิเหมือนกัน ซึ่งหนักหนาสาหัสกว่าไทยหลายร้อยเท่า ทำไมเขาถึงเตะจบภายในปีนี้มีหนาวแน่!
งาช้างดำ