คอลัมน์ : ตีท้ายข่าว โดย.. นาร์ซีส์ซัส
ประตูแรกในลีกของหัวหอก 35 ล้านปอนด์
02/10/2011 18:08:56 น.


 

ในที่สุดประตูแรกสำหรับศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2010-11 ของ แอนดี้ คาร์โรลล์ หัวหอก ลิเวอร์พูล ก็เกิดขึ้นจนได้ และมีส่วนทำให้ "หงส์แดง" สามารถบุกไปเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-0 ในการแข่งขัน เมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้แมตช์ เมื่อ 1 ตุลาคม 2011


จังหวะการยิงประตูแรกในลีกฤดูกาลนี้ของ คาร์โรลล์

แต่มันไม่ช่วยให้หมดข้อสงสัยว่าการซื้อเขามาจาก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในราคา 35 ล้านปอนด์ (ราว 1,667.4 ล้านบาท) เป็นสถิติสูงสุดของนักเตะสหราชอาณาจักร เมื่อเดือนมกราคม 2011 คือการลงทุนที่คุ้มค่าหรือเปล่า เพราะแฟนบอลหลายคนไปคาดหวังในกองหน้าวัย 22 ปี ค่อนข้างเยอะ อาจเป็นด้วยค่าตัว และมาอยู่กับสโมสรที่ร้างลาการคว้าแชมป์ลีกนานกว่า 2 ทศวรรษ คาร์โรลล์ ถูกมองว่าจะเป็นส่วนสำคัญค่อการนำความสำเร็จมาสู่ต้นสังกัด แต่การลงเตะพรีเมียร์ลีก 14 เกม เพิ่งทำได้เพียง 3 ประตู ถ้าไม่นับนัดล่าสุด อีกแมตช์เดียวที่เขาพังตาข่ายในลีกสำเร็จ คือตอนชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-0 ในรัง แอนฟิลด์ เมื่อ 11 เมษายน โดยคราวนั้นเขายิง 2 ประตู รวมแล้ว คาร์โรลล์ ซัด 3 ประตู ใน 918 นาที และมีถึง 5 เกมที่โดนเปลี่ยนออกระหว่างการแข่งขัน


ล้มลุกคลุกคลานหลายครั้ง ตั้งแต่มาอยู่ ลิเวอร์พูล

บางคนอาจมองว่า คาร์โรลล์ ยังคงต้องการเวลาปรับตัวให้เข้ากับสไตล์การเล่นของ ลิเวอร์พูล แต่ หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าทีมชาติอุรุกวัย ก็ย้ายมาสวมชุด "หงส์แดง" ช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ด้วยราคา 22.8 ล้านปอนด์ (ราว 1,086 ล้านบาท) แพงสุดอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์สโมสร แต่ตอนนี้เขาซัดเฉพาะศึกพรีเมียร์ลีกไปแล้ว 8 ประตูจาก 20 นัด ซึ่งมีเวลารวมกันแค่ 1,600 นาที จ่ายอีก 5 ลูก มีเพียงตอนเสมอ ซันเดอร์แลนด์ 1-1 ในนัดเปิดสนามฤดูกาลนี้ ที่เขายิงได้แต่ ลิเวอร์พูล ไม่ชนะ จะว่าไปแล้ว ซัวเรซ ช่วยให้เกมรุก "หงส์แดง" น่ากลัวมากกว่าเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆด้วยซ้ำ

 

คาร์โรลล์ อาจมีข้อแก้ตัวได้อีกว่าลงเล่นช่วงท้ายฤดูกาลก่อนแบบไม่ค่อยฟิต แต่มันคงไม่ใข่ในฤดูกาลนี้แน่ เขามีคุณสมบัติพร้อมทุกอย่างที่จะเป็นดาวยิงชั้นยอด ทั้งความสูง 191 เซนติเมตร อยู่ในทีมที่ให้โอกาสเป็นตัวจริงสม่ำเสมอ และมีเพื่อนร่วมทีมฝีเท้าดีซึ่งพร้อมเปิดบอลให้พังตาข่ายตลอดเวลา ฤดูกาล 2010-11 นักเตะชาวเมือง เกตส์เฮด โดนเปลี่ยนออกหนเดียว รวมทุกรายการ ตอนพวกเขาบุกไปชนะ อาร์เซน่อล 2-0 ถ้าไม่นับพรีเมียร์ลีก ตั้งแต่ย้ายมา คาร์โรลล์ ก็ยิงให้ ลิเวอร์พูล อีกแค่ประตูเดียว ตอนเตะ ลีก คัพ รอบ 2 ที่ชนะ เอ็กเซเตอร์ ซิตี้ 3-1 เมื่อ 24 สิงหาคม

 

คาร์โรลล์ ยังเป็นความหวังสำหรับทีมชาติด้วย เพราะ อังกฤษ ก็ตามหาแชมป์มานานแล้วเช่นกัน แต่ตอนนี้ไม่มีดาวยิงรายใดดีพอจะฝากความหวังได้แบบเป็นชิ้นเป็นอันสักที นอกเหนือจาก เวย์น รูนี่ย์ ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งซัดให้ทัพ "สิงโตคำราม" 28 ประตู จาก 72 เกม รองลงมาเป็น ปีเตอร์ เคร้าช์ ของ สโต๊ค ซิตี้ 22 ลูก ใน 42 นัด และ เจอร์เมน เดโฟ 15 ประตู ใน 46 แมตช์ แถมฟอร์ม 2 คนหลังนั้นก็ลุ่มๆดอนๆ คาร์โรลล์ จึงถูกมองว่าน่าจะเป็นทางเลือกใหม่ แทน ดาร์เรน เบนท์, กาเบรียล อั๊กบอนลาฮอร์, บ๊อบบี้ ซาโมร่า หรือ แดนนี่ เวลเบ็ค อย่างน้อยเคยทำผลงานดีตั้งแต่เล่นอยู่กับชุดอายุต่ำกว่า 19 และ 21 ปี เป็นกองหน้าตัวใหญ่สไตล์ที่ อังกฤษ ชื่นชอบ แม้สกอร์แรก และสกอร์เดียวกับทีมชาติ เป็นการยิงด้วยเท้าซ้ายข้างถนัด โดยตอนนี้ คาร์โรลล์ ติดทีมชาติชุดใหญ่ไปแล้ว 3 นัด


ฟาบิโอ คาเปลโล่ กุนซือทีมชาติอังกฤษ ก็หวังว่า คาร์โรลล์ จะเป็นทางเลือกในแนวรุกเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม คาร์โรลล์ เคยมีสถิติยิงให้ นิวคาสเซิ่ล 31 ประตู จาก 80 เกม นับตั้งแต่ขึ้นมาเล่นให้ทีมชุดใหญ่เมื่อ 20 ตุลาคม 2008 ลงตัวจริงนัดแรกในบ้าน ก็ทำสกอร์ได้ทันที ตอนเจอ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เมื่อ 10 มกราคม 2009 เป็นดาวซัลโวสูงสุดของสโมสรในฤดูกาล 2009-10 ด้วยผลงาน 17 ประตู ช่วยให้ต้นสังกัดคว้าแชมป์ ฟุตบอลลีก แชมเปี้ยนชิพ ขึ้นกลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ หลังตกชั้นไปฤดูกาลเดียว นั่นเป็นสาเหตุให้ ลิเวอร์พูล ยอมทำสถิติซื้อนักเตะที่แพงสุด ซึ่งตอนนี้อยู่อันดับ 13 ในวงการลูกหนัง ร่วมกับ เชส ฟาเบรกาส, เซร์คิโอ อเกวโร่ และ ราดาเมล ฟัลเกา (http://en.wikipedia.org/wiki/Transfer_(association_football)#Highest_fees) เพื่อให้มาแทน เฟร์นานโด ตอร์เรส หัวหอกทีมชาติสเปน ชุดแชมป์โลก 2010 ซึ่งย้ายไปอยู่ เชลซี ด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์ (ราว 2,382 ล้านบาท)


จุดที่ได้บอลทั้งหมด 12 ครั้งในครึ่งแรก ไม่มีในเขตโทษเลย

ประเด็นหนึ่งซึ่ง คาร์โรลล์ ต้องพัฒนาคือการหาพื้นที่ยิงประตู เพราะเกมกับ เอฟเวอร์ตัน เขาไม่มีโอกาสสัมผัสบอลในเขตโทษเลยตลอดครึ่งแรก และได้บอลทั้งหมด 12 ครั้งเท่านั้น แต่พอครึ่งแรกมีโอกาสจับบอล 23 หน 5 จากจำนวนนั้นอยู่ในเขตโทษ แต่ คาร์โรลล์ มีระยะทางการวิ่ง 6.77 ไมล์ มากกว่า ซัวเรซ ที่ทำได้ 6.61 ไมล์


แต่พอครึ่งหลัง คาร์โรลล์ ได้บอลถึง 23 ครั้ง

เคนนี่ ดัลกลิช กุนซือ ลิเวอร์พูล ก็พอใจผลงานของลูกทีมรายนี้ ""เราเคยอ้างตอนซื้อพวกเขา (ซัวเรซ และ คาร์โรลล์) ว่าเป็นการทำธุรกิจที่ดีสำหรับสโมสร และไม่มีเหตุผลที่จะเปลี่ยนความคิดในตอนนี้ เรายินดีกับพวกเขาด้วย แอนดี้ ทำงานหนักในการฝึกซ้อม จึงสมควรได้รับรางวัลในสนาม การทำประตูแรกในลีกจะช่วยเขามีความมั่นใจมากขึ้น สถิติของ แอนดี้ ในการซ้อมดีกว่าคนอื่น ผมจึงไม่ทราบว่าแฟนบอลไม่พอใจอะไรกัน ค่าตัวไม่มีผลต่อการเล่น หรือผลงานของเขา เพราะ แอนดี้ มีความสำคัญสำหรับเราไม่ต่างจาก (เจย์) สเปียริ่ง, (สตีเว่น) เจอร์ราร์ด หรือ (เจมี่) คาร์ราเกอร์ ที่ไม่เสียค่าตัวตอนดึงมาร่วมทีม"


เคนนี่ ดัลกลิช ชื่นชมกองหน้าเบอร์ 9 ของเขารายนี้พอสมควร

เราจึงน่าจะได้ข้อสรุปว่า ไม่ว่าจะซื้อมากี่ล้าน หรือได้มาฟรี ก็มีความสำคัญต่อ ลิเวอร์พูล ตราบใดที่ทำผลงานดี ส่วนจะคุ้มแค่ไหน คาร์โรลล์ ยังมีโอกาสพิสูจน์ตัวเองอีกนาน

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : นาร์ซีส์ซัส

จำนวนเรื่อง : 454
All post : 885
All view : 2,962,311
คอลัมน์ ตีท้ายข่าว

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263