
วันพฤหัสบดีนี้ ทีมชาติไทย ก็จะลงป้องกันตำแหน่งแชมป์การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ที่พวกเธอคว้ามาครองเป็นสมัยแรกในประวัติศาสตร์เมื่อ 2 ปีก่อน ท่ามกลางความหวัง และกำลังใจซึ่งมีให้พวกเธออย่างเต็มเปี่ยม
แม้ผ่านมา 2 ปีแล้ว แต่ก็เชื่อว่ายังไม่มีแฟนศึกลูกยางชาวไทยรายใด ลืมความทรงจำอันยอดเยี่ยมของรอบชิงฯ ตอน จีน ซึ่งเป็นแชมป์รายการนี้ 11 สมัย กลับต้องพ่ายสาวๆของเราครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ด้วยสกอร์ 3-1 เซ็ต 25-20, 1925, 1925, 2325 ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม คราวนั้นไม่มีใครเลยว่าทีมชาติไทย ซึ่งประกอบด้วย อรอุมา สิทธิรักษ์, นุศรา ต้อมคำ, วรรณา บัวแก้ว, ปลื้มจิตร์ ถินขาว, มลิกา กันทอง, วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์, อำพร หญ้าผา, เอ็มอร พานุสิทธิ์, ฐาปไพพรรณ ไชยศรี, กมลพร สุขมาก, วณิชยา หล่วงทองหลาง รวมถึง อุทัยวรรณ แก่นสิงห์ ภายใต้การนำของ โค้ชอ๊อด เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร จะผ่านด่านหินๆไปได้ เพราะต้องเจอทีมชั้นนำทั้ง เกาหลีใต้ แชมป์ เอเชียน เกมส์ 1994 และ ญี่ปุ่น แชมป์โลก 3 สมัย แต่พวกเธอก็ลบคำสบประมาท ผงาดคว้าแชมป์เอเชียมาฝากเพื่อนร่วมชาติได้สำเร็จ
ตอนคว้าแชมป์เอเชียสมัยแรก เมื่อ 2 ปีก่อน
ความจริงมันไม่ได้เกิดจากการก้าวกระโดด แต่เป็นเพราะทีมถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย วางแผนเรื่องนี้มานานกว่า 20 ปี "โค้ชอ็อด" ก็ช่วยทำทีมยุวชนหญิงตั้งแต่ต้น เป็นอาจารย์-ลูกศิษย์กับนักกีฬาทุกคน ยากลำบาก และทำงานด้วยกันตลอด ปั้นมาแล้ว 4 รุ่น ในรายการชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย เราเข้าร่วมการแข่งขันตั้งแต่ปี 1987 ใกล้เคียงความสำเร็จมากสุดหนแรกเมื่อปี 2001 ตอนนั้นไทยได้อันดับ 3 พอหนถัดมาเราติดอันดับ 4 ในปี 2006 สามารถคว้าอันดับ 4 เอเชียน เกมส์ ตั้งแต่นั้นคือยุครุ่งเรืองของไทย เพราะกลับมาเป็นอันดับ 3 รายการชิงชนะเลิศแห่งเอเชียปี 2007 ซึ่งนครราชสีมาเป็นเจ้าภาพเหมือนปี 2001 โดยสามารถชนะทั้ง ออสเตรเลีย กับ เกาหลีใต้ แถมเป็นอันดับ 10 รายการ เอฟไอวีบี เวิลด์ คัพ ของสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ
"โค้ชอ็อด" (ซ้ายสุด) พร้อมนำทัพสาวไทยป้องกันแชมป์ที่ไต้หวัน
ปี 2008 ซิวเหรียญทองแดงจากศึก เอเชียน คัพ ที่โคราชได้จัดการแข่งขันเช่นกัน ตอนนั้นเชือด ญี่ปุ่น แบบเหนือชั้น ปีต่อมาคว้าแชมป์รายการชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย และคว้าอันดับ 8 ในศึก เวิลด์ กรังปรีซ์ หลังจากนั้นอีก 3 ปีติดในท็อปเทนตลอด และเมื่อเดือนก่อน สามารถเข้ารอบสุดท้ายหนแรก ที่มาเก๊า ก่อนจะครองอันดับ 6 ดีสุดในประวัติศาสตร์ ปี 2010 ไทยยังซิวอันดับ 5 เอเชียน เกมส์ และรองแชมป์ เอเชียน คัพ เพราะพ่าย จีน เจ้าภาพ แต่ถ้าหากเป็น ซีเกมส์ เราครองความยิ่งใหญ่มานานแล้ว โดยคว้าเหรียญทอง 15 ครั้ง มีเพียงแค่ปี 1993 เท่านั้นที่ได้แค่เหรียญเงิน ส่วนอันดับโลกล่าสุดของเอฟไอวีบี เมื่อ 29 สิงหาคม 2011 ไทยอยู่อันดับ 10 ดีสุดในประวัติศาสตร์ และเป็นอันดับ 3 ของเอเชีย ดังนั้นจึงเห็นได้ว่าความสำเร็จของสาวๆจากแดนสยาม ไม่ใช่เรื่องฟลุ๊ก หรือบังเอิญดังชั่วครู่ชั่วคราว แต่มีที่มาที่ไป และดีขึ้นเรื่อยๆ จากทั้งผู้เล่น กับสต๊าฟฟ์โค้ชชั้นยอด ซึ่งทำงานอย่างหนัก แถมทุกฝ่ายคอยสนับสนุน และให้ความร่วมมือดึขึ้นเรื่อยๆ แม้งบประมาณจากภาครัฐ อาจไม่เท่าสมาคมกีฬาอื่นๆ แต่ก็มีการวางแผนแบบมืออาชีพ จุดด้อยอย่างเดียวคือนักกีฬาวอลเลย์บอลของไทย เสียเปรียบในด้านรูปร่าง แต่มันไม่เคยเป็นอุปสรรค ถ้ามีความตั้งใจจริง
ทีมจีน คือคู่แข่งที่น่ากลัว แต่ก็เคยแพ้ไทยมาแล้ว
ศึกวอลเลย์บอลหญิงชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย 2011 มี 14 ประเทศเข้าร่วม แข่งขันตั้งแต่ 15 กันยายน ถึง 23 กันยายน โดยกลุ่มเอ ประกอบด้วย ไต้หวัน เจ้าภาพ, อิหร่าน, อินโดนีเซีย กลุ่มบี นำโดย ไทย, เวียดนาม, ออสเตรเลีย กลุ่มซี มี จีน อดีตแชมป์รายการนี้ 11 สมัย และอันดับ 7 ของโลก, คาซักสถาน, เกาหลีเหนือ, อินเดีย กลุ่มดี ประกอบด้วย ญี่ปุ่น อันดับ 4 ของโลก, เกาหลีใต้, ศรีลังกา และ เติร์กเมนิสถาน ซึ่งเข้าร่วมการแข่งขันเป็นครั้งแรก โปรแกรมรอบแรก เราพบ เวียดนาม วันที่ 15 กันยายน 13.00 น. ตามเวลาของไทย และเจอ ออสเตรเลีย 17 กันยายน 15.00 น.
ญี่ปุ่น คืออีกหนึ่งตัวเต็ง เพราะมีทั้งความสูงใหญ่ และผลงานที่ดีต่อเนื่อง
นักกีฬาสาวไทยชุดล่าสุด ประกอบด้วย วิลาวัณย์ กัปตันทีม, ปลื้มจิตร์, อรอุมา, มลิกา, อัมพร, นุศรา, วรรณา, ฐาปไพพรรณ, กมลพร, วณิชยา, อุทัยวรรณ และ ปิยะนุช แป้นน้อย บางคนไปแข่งแบบไม่เต็มร้อย อรอุมา เจ็บไหล่ ส่วน มลิกา เจ็บหลัง นุศรา เจ็บนิ้ว แต่อาการดีขึ้นตามลำดับ ขณะ รัศมี สุพะมูล เจ็บข้อเท้าขวา คงหายไม่ทัน โดย "โค้ชอ็อด" วางเป้าหมายไว้เพียงติด 1 ใน 4 ทีมสุดท้ายเท่านั้น แม้ตำแหน่งแชมป์ ได้ไปแข่ง เวิลด์ คัพ แน่นอน ส่วนรองแชมป์ ต้องไปวัดอันดับโลก กับที่ 2 ในชิงแชมป์ของแต่ละทวีป
แต่ไม่ว่าจะไปแข่งขันที่ใด เจอกับคู่แข่งที่ยากหรือง่ายสักแค่ไหน ก็เชื่อว่าทุกคนพร้อมจะเป็นกำลังใจให้สาวนักหวดลูกยางของไทยอยู่แล้ว และหวังว่าพวกเราจะได้ข่าวดีกันอีกครั้ง
อยากเห็นภาพแบบนี้กันอีกสักครั้งในไต้หวัน

|
|
Recommend on Google |