คอลัมน์ : ศาธนันท์ติดเน็ต โดย.. ศาธนันท์
ความแตกต่างของ “ดี” กับ “เยี่ยม”
07/09/2011 20:21:47 น.


     กว่าที่ผมจะแซะตัวเองออกจากโรงพิมพ์ได้ก็คิดไปคิดมาอยู่หลายรอบ ฝนมันจะตกมั๊ยน้อ? รถมันจะติดมั๊ยน้อ? บอลมันจะมันมั๊ยน้อ? ทั้งหมดล้วนแต่เป็นข้ออ้างทั้งนั้นโดยมีความขี้เกียจเป็นกองหนุนตัวหลัก


ไอ้การที่คิดว่า “ที่เป็นอยู่นี้มันก็สบายอยู่แล้วนี่หว่า ไม่เห็นจะต้องดิ้นรนอะไรให้ลำบาก” เป็นข้ออ้างของคนที่ไม่กล้าเปลี่ยนแปลงทั้งนั้นครับ แต่เมื่อตัดสินใจลองทำดูแล้วกลับเห็นความแตกต่างโดยสิ้นเชิง แถมดีกว่าเก่าอีกต่างหาก

ตั้งแต่สมัยที่เราได้ ปีเตอร์ วิธ มาเป็นกุนซือทีมชาติไทย ต่างชาติรู้จักไทยมากขึ้นเพราะชื่อเสียงของเขา แต่เราก็ยังเล่นกันงั้นๆ จากนั้นอดีตนักเตะดังของอังกฤษก็ทยอยกันเอาชื่อตัวเองเป็นใบเบิกทางในการคุมทีมชาติไทย ไม่ว่าจะเป็น ปีเตอร์ รีด ที่หนีค่ายไปซะดื้อๆ ตามมาด้วย ไบรอัน ร็อบสัน ที่แสดงให้เห็นว่าการรับสองจ๊อบพร้อมกันไม่ส่งผลดีเท่าที่ควร

ให้บังเอิญว่าการเป็นมะเร็งเร่งให้เขาตัดสินใจเลือกเอาในสิ่งที่เป็นแล้วรู้สึกสบายตัวกว่า ว่าแล้วก็ขอลาออกด้วยเหตุผลที่รับได้ หลายคนเสียดายที่กัปตันมาร์เวลแยกทางกับทีมชาติไทย แต่เราก็ต้องยอมรับว่าผลงานที่โดดเด่นของเขาคือตอนที่เป็นผู้เล่น ไม่ใช่กุนซือ ไม่ว่าจะเป็น มิดเดิ้ลสโบรช์ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน หรือแม้แต่ทีมชาติไทย

สารภาพเลยครับว่าตอนแรกไม่แน่ใจว่า วินฟรีด เชเฟอร์ จะทำให้ทีมชาติไทยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้มากมายนัก แม้เขาจะเคยผ่านการคุมทีมชาติแคเมอรูนในฟุตบอลโลกมาแล้วก็เถอะ ผมก็ยังคิดว่าที่ผลงานออกมาดีเป็นเพราะว่าเขามีนักเตะดีมากมาย แข็งแกร่งอีกต่างหาก รูปร่างใหญ่โตซะขนาดนั้น มันก็ไม่ใช่เรื่องยากหรอก แต่ก็ยอมรับนะครับว่าเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายมากที่เราได้กุนซือที่ทำให้ทั้งโลกต้องชะงักแล้วหันมามองเรา

เกมแรกที่ วินนี่ ทำทีมไทยอย่างเป็นทางการคือการอุ่นเครื่องกับ สิงคโปร์ ตอนนั้นผมหงิดหงิดด้วยซ้ำว่าทำไมเขาถึงไม่ยอมให้ไทยซ้อมรูปแบบการเล่นให้เต็มที่ก่อนที่จะพบกับ ทีมน้องใหม่ของทวีปเอเซียอย่าง ออสเตรเลีย คิดว่าการที่ โฮลเกอร์ โอเซี๊ยก มานั่งดูอยู่ด้วย ถึงตอนแข่งจริงผลมันก็คงไม่แตกต่างอะไร ผมผิดอีกแล้วครับ จากที่โลกหันมามองทีมไทยเพราะชื่อของ วินนี่ ตอนนี้ผมเชื่อว่าพวกเขาเปลี่ยนมาเป็นจับตามองแล้วแหละครับ

เรายิงประตูขึ้นนำ ออสเตรเลีย ไม่ใช่เรื่องฟลุ๊ค เกมแม้ว่าจะตกเป็นฝ่ายตั้งรับซะมากกว่า แต่ก็ไม่ใช่การตั้งหน้าตั้งตาเตะทิ้งให้มันไกลหน้าประตูเข้าไว้เหมือนที่ผ่านๆ มา หากเป็นการรับแบบมีแบบแผนก่อนที่การสวนกลับจะได้ผล น่าเสียดายที่การโดนบดหนักๆ เข้าทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้น แต้มที่น่าจะได้ติดมือกลับมาเลยไม่มี แต่เชื่อว่านักเตะออสเตรเลียยังคงติดใจว่าทำไมทีมชุดเดียวกับที่พวกเขาเคยเคี้ยวนิ่มมาแล้วไม่นานก่อนหน้านี้ถึงได้เปลี่ยนไปเป็นคนละเรื่อง

นั่นคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผมสลัดข้อแม้ทั้งหลายแล้วพาตัวเองไปสนามราชมังคลาเพื่อดูให้เห็นกับตาว่าเมื่อต้องเจอกับ โอมาน ที่เคยเบียดๆ กันมาตลอด เราจะทำได้ดีแค่ไหน แต่ไม่เคยคิดเลยครับว่าจะได้เห็นฟอร์มที่ดีที่สุดของทีมไทยนับตั้งแต่จำความได้

สาบานว่าไม่ได้เว่อร์ ก่อนนี้เราอาจจะเคยเอาชนะเกาหลีใต้มาแล้วในเอเชี่ยนเกมส์ แต่ก็เป็นเพราะการวิ่งสู้ฟัดแล้วมาได้ฟรีคิกของ ธวัชชัย ดำรงค์อ่องตระกูล เป็นตัวตัดสินเกม หากครั้งเป็นเรื่องของรูปแบบการเล่นที่เห็นได้เลยว่าเราได้เปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างชัดเจน ไม่ใช่วิ่งบู๊ตะบันริมเส้นแล้วโยนเข้ากลางอย่างเดียวมาเป็นการเล่นอย่างใจเย็นเพื่อหาช่องและจังหวะที่เหมาะสม ในบางครั้งอาจจะไม่ได้อย่างใจแฟนบอลที่เห็นว่าน่าจะสาดยาวไปให้คนโน้นคนนี้เลย กลับมาเป็นการจ่ายคืนหลังเพื่อหาทางไปทางอื่นที่ได้ผลเช่นกัน

ทั้งหมดนั้นคือการแสดงให้เห็นว่านักเตะของเราเล่นกันอย่างมีวินัยสุดยอด ออกบอลแต่ละครั้งมีเป้าหมาย ไม่ใช่แค่จ่ายให้พ้นๆ ตัว และช่วยกันเล่นโดยไม่ปล่อยให้เพื่อนที่ได้บอลไปอย่างโดดเดี่ยว เงยหน้ามาก็เจอแต่พวกเสื้อแดงเต็มไปหมด จะจ่ายให้ใครก็ไม่ได้ แบบนั้นมันก็มีบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นตอนที่เรานำห่างไปแล้ว

ปอล เลอกูเอ็น บอกว่าทีมของเขาเล่นได้ต่ำกว่ามาตราฐาน ปกติจะไม่เป็นอย่างนี้ นั่นมันก็เรื่องของเขา แต่ที่แน่ๆ คือเราเล่นได้ดีกว่ามาตราฐานที่ตัวเองเคยเป็น หรือบางทีแล้วเราเองต่างหากที่มองมาตราฐานตัวเองต่ำเกินไปมาโดยตลอด กระทั่ง วินฟรีด เชเฟอร์ คนนี้เข้ามางัดเอาสิ่งที่มีอยู่ในตัวนักเตะออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ ทำให้ ธีรศิลป์ แดงดา ที่ธรรมดาก็ดีอยู่แล้วให้เล่นเป็นเทวดาไปเลย และยังทำให้ ศุภชัย คมศิลป์ กลายเป็นแบ๊กซ้ายชั้นดีที่ไทยไม่เคยมีมานานแล้ว

วินนี่ ไม่ได้ยกย่องใครเป็นพิเศษในเกมถล่มโอมาน เขาบอกว่าทั้งหมดเกิดจากความทุ่มเทของทั้งทีม แต่ผมอยากจะบอกว่าเป็นเพราะเขานี่แหละครับที่ทำให้เราได้เห็นอะไรที่ไม่คิดว่าจะได้เห็น แต่ก็แอบๆ หวังว่าจะเกิดขึ้น ความแตกต่างระหว่างกุนซือดีกับกุนซือชั้นเยี่ยมมันเห็นกันได้ตรงนี้แหละครับ

ผมเป็นหนึ่งในสองหมื่นกว่าคนที่ได้เห็นสิ่งนั้นในสนามราชมังคลาเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา น่าเสียดายว่าหากเกมเตะซักทุ่มนึงก็น่าจะมีคนเห็นด้วยตามากกว่านี้อีกเท่าตัว

ศาธนันท์

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : ศาธนันท์

จำนวนเรื่อง : 31
All post : 363
All view : 373,006
คอลัมน์ ศาธนันท์ติดเน็ต
ไม่เข้าใจ!
ศาธนันท์
ไม่เข้าใจ!

View : 37,213 Post : 19
นาสรียังไม่ไป!
ศาธนันท์
นาสรียังไม่ไป!

View : 13,873 Post : 11
ย้ายเป็นเรื่องธรรมชาติ
ศาธนันท์
ย้ายเป็นเรื่องธรรมชาติ

View : 5,899 Post : 3
สอนไม่จำ
ศาธนันท์
สอนไม่จำ

View : 18,603 Post : 12
หลุดไปอีกหนึ่ง
ศาธนันท์
หลุดไปอีกหนึ่ง

View : 22,872 Post : 40

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263