คอลัมน์ : คลุกวงในบอลไทย โดย.. ปูเป้
นักเตะประวัติศาสตร์....สุรัตน์ สุขะ
12/07/2011 9:42:06 น.


     เมืองทองฯสร้างความฮือฮาด้วยการดึง ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ มาร่วมทัพได้เพียงแค่ข้ามคืน บุรีรัมย์ พีอีเอ คู่แข่งร่วมลีกก็สร้างเซอร์ไพรส์ เป็นข่าวดังๆ เหมือนกัน เมื่อจัดการคว้าตัว "เจ้าปาน" สุรัตน์ สุขะ จากสโมสรเมลเบิร์น วิคตอรี่ ทีมในเอลีก ออสเตรเลียมาเป็นกำลังหลักของทีม


หากสุรัตน์ เป็นผู้เล่นที่ค้าแข้งอยู่ในไทยพรีเมียร์ลีก ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่ทีมยักษ์ใหญ่อย่าง ปราสาทสายฟ้า จะดึงมาร่วมทัพ แต่นักเตะรายนี้มีหลายเงื่อนไขที่ไม่น่าเป็นไปได้ที่จะมาเล่นให้บุรีรัมย์
 
ก่อนอื่นต้องเล่าให้ฟังก่อนว่า ชลบุรี ขาย สุรัตน์ ให้กับเมลเบิร์น ด้วยราคา 1.5 ล้านบาทตั้งแต่เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ช่วงนั้นเจ้าปานโชว์ฟอร์มได้ดีในการเล่นฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งก็ถือว่าวิน-วิน ทุกฝ่าย ชลบุรีได้เม็ดเงินก้อนโต (ในช่วงเวลานั้น) สุรัตน์ ได้โอกาสที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต คือการได้เล่นในลีกระดับท็อปของเอเชีย เงินเดือนเดือนละ 2 แสนกว่าบาท

ผลงานของมิดฟิลด์รายนี้ไม่ธรรมดา ไม่ใช่นักเตะประเภทขอเขาเล่น เป็นตัวหลักของทีมเคียงบ่าเคียงไหล่กับผู้เล่นระดับโลก ระดับเอเชีย ในเอลีก เส้นทางชีวิตของสุรัตน์ ทำท่าจะไปได้ดี พาครอบครัวไปอยู่แดนจิงโจ้ด้วย ปรับตัวเข้ากับอากาศ ภาษา สไตล์ฟุตบอล ได้แล้วไม่มีใครคิดว่าเขาจะกลับมาเมืองไทย 

แต่เมื่อฟุตบอลไทยเดินทางมาถึงจุดนี้ รายได้ขนาดที่สุรัตน์ ได้รับจากเมลเบิร์น ไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป สุดท้ายก็เป็นบุรีรัมย์ ที่ยอมทุ่มเงินก้อนมหาศาล ทั้งค่าฉีกสัญญา เงินเดือนที่มากกว่าที่ได้รับจากเมลเบิร์น และค่าเซ็นสัญญา ว่ากันว่าเบ็ดเสร็จเป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท เอาตัวสุรัตน์กลับมาเมืองไทยได้สำเร็จ
 
แม้ว่าเจ้าปาน จะแฮปปี้เอนดิ้งกับการได้กลับสู่บ้านเกิดเมืองนอน ได้ใช้ชีวิตอย่างที่คุ้นเคย ด้วยอัตรารายได้เท่ากับที่ต้องไปอดทนอยู่ในต่างแดน แต่ว่ากันว่าการกลับมาครั้งนี้นอกจากความสุขแล้วเจ้าปานเต็มไปด้วยความลำบากใจไม่น้อย ที่ต้นสังกัดในเมืองไทยจะไม่ใช่ชลบุรีเรือนรัง ที่สร้างเขามาตั้งแต่หัวเท่ากำปั้น อดมื้อกินมื้อ หอบหิ้วคู่ฝาแฝดอย่าง สุรีย์ สุขะ มาจากสกลนครอีกต่อไป
 
สายข่าววงในบอกว่า หลังได้รับการติดต่อจากทีมงานบุรีรัมย์ ระหว่างที่ต้องตัดสินใจเลือกระหว่างบุญคุณแต่เก่าก่อนกับอนาคตและเม็ดเงินก้อนมหาศาล สุรัตน์ นอนไม่หลับมาตลอด 4 คืน
 
วัฒนธรรมในการสร้างทีม ในการปลุกปั้นผู้เล่นของชลบุรีแตกต่างจากทีมอื่นในเมืองไทย สังเกตไหมครับ ผู้เล่นของฉลามชลมักจะไม่ค่อยมีเปลี่ยนแปลงมากเท่าไหร่ ใครที่เล่นอยู่ก็ไม่ค่อยย้ายไปไหน 
 
เพราะนักเตะเกือบทั้งหมดของชลบุรี คุณอรรณพ สิงห์โตทอง จับมาเลี้ยงตั้งแต่อายุ 12-13 ทั้งนั้น เลี้ยงกันมาตั้งแต่แค่ให้มีที่กิน ที่เรียน จนมีเบี้ยเลี้ยงวันละ 100-200 บาท จนเป็นนักเตะอาชีพเงินเดือน 4-5 หมื่นบาท อยู่กันแบบครอบครัว ลูกเจ็บ แม่ป่วย แฟนท้องไม่มีเงินผ่อนรถ ก็จ่ายให้ นักเตะชลบุรีเงินเดือนไม่เยอะเหมือนเมืองทองฯ, บุรีรัมย์ฯ, บีจี นะครับ แต่ใช้ความรัก ความผูกพันเป็นตัวเหนี่ยวรั้งนักเตะ เป็นสัญญาใจที่นักเตะชลฯรับรู้ตลอดมาว่าไม่ว่าจะไปค้าแข้งในต่างประเทศที่ไหน เงินเยอะขนาดไหน ถ้ากลับมาเมืองไทยก็ต้องกลับรังฉลาม
 
ก่อนหน้านี้ ตั้งแต่ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ที่ไปอินโดฯ, เกียรติประวุฒิ สายแวว, สุรีย์ สุขะ ไปแมนฯ ซิตี้, อดุลย์ หละโสะ ไปญี่ปุ่น ก็กลับมาชลบุรี ทั้งที่สโมสรอื่นพร้อมจะให้เงินมากกว่า
 
นั่นเป็นวัฒนธรรมลูกหนังในอดีตของค่ายตะวันออกทีมนี้...แต่วันนี้วิถีฟุตบอลเปลี่ยนไป ชลบุรีเองก็ยอมรับว่าคงไม่สามารถจ่ายเงินเดือนสูงๆ อย่างคู่แข่งขันได้ คุณอรรณพ เองก็คงอึดอัดที่จะบอกให้เด็กกลับมาเล่นสโมสรเดิม ในออปชั่นที่ได้น้อยกว่าที่ควรจะได้จากที่อื่น
 
นักเตะเองก็อึดอัดระหว่างบุญคุณเก่าก่อน กับชีวิตปัจจุบันและวันพรุ่งนี้ อายุการใช้งานของการเป็นผู้เล่นมันสั้นครับ ไม่กอบโกยวันนี้ก็ไม่รู้จะกอบโกยเมื่อไหร่
 
จากนี้ผมเชื่อว่า ไม่เพียงแต่ ชลบุรี ทุกสโมสร โดยเฉพาะทีมที่เน้นการปั้นนักเตะแบบโอท็อปเพื่อส่งขายและใช้งาน คงต้องปรับวิธีการบริหารจัดการใหม่ จะขายก็ขาย จะเลี้ยงกันมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ต้องมีสัญยิงสัญญากันให้เรียบร้อย เหมือนกับสโมสรฟุตบอลอาชีพในชาติที่ประสบความสำเร็จแล้ว
 
ขนาดของการตลาดฟุตบอลก็ต้องขยับขยาย ให้มีรายได้มากขึ้น จะทำแค่พออยู่พอกิน สนามเล็กๆ จุคนได้ไม่กี่พันคน แล้วใช้ใจจ้างกันในอนาคตก็คงเอาระบบทุนนิยมลูกหนังไม่อยู่ นักเตะจะพาเหรดกันออกหมด

ย่างไรก็ตาม การกลับมาเมืองไทยวันนี้ของ สุรัตน์ สุขะ เป็นอะไรที่น่าติดตามเหลือเกิน เพราะนี่คือหนึ่งในนักเตะประวัติศาสตร์ที่เมืองไทยเคยมีมา ที่สร้างปรากฏการณ์คู่แฝดคู่แรกที่ติดทีมชาติไทย...คู่แฝดที่จะต้องเล่นกันคนละทีม อยู่กันคนละฝั่ง และนี่คือ คู่แฝดที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิตสูงสุดอีกคู่หนึ่งของวงการลูกหนังเมืองไทย


     
                                                                        ปูเป้

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : ปูเป้

จำนวนเรื่อง : 242
All post : 1,346
All view : 1,445,824
คอลัมน์ คลุกวงในบอลไทย

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263