คอลัมน์ : เจาะข่าวฮอต โดย.. ทอมเม้ง
10 ความทรงจำของ ปีร์โล่ กับ เอซี มิลาน
08/07/2011 13:20:39 น.
มีนักเตะไม่กี่คนหรอกที่จะอยู่รับใช้ต้นสังกัดเดียวนานเป็นทศวรรษ ส่วนใหญ่หากค้าแข้งนานแบบนี้มักจะลงเอยด้วยการแขวนสตั๊ดกับทีมๆ นั้น แต่ไม่ใช่กับ อันเดรีย ปีร์โล่ เพลย์เมกเกอร์มากประสบการณ์ ที่ยังคงมีความทะเยอทะยานอยากลองสัมผัสอะไรใหม่ๆในช่วงปลายอาชีพพ่อค้าแข้ง ดังนั้นเจ้าตัวจึงตัดสินใจอำลา เอซี มิลาน เพื่อไปปั้นเกมให้ "ม้าลาย" ยูเวนตุส
แน่นอนการจากไปของเขาสาวก "รอสโซเนรี่" ไม่เคยรู้สึกโกรธเลย เพราะเข้าใจถึงความทะเยอทะยานของ ดาวเตะวัย 32 กะรัต ที่ยังอยากลิ้มลองเกมลีกในระดับสูงต่อไป แต่ด้วยการอิ่มตัวกับ มิลาน ทำให้เขาอยากเติมไฟที่ใกล้มอดให้ลุกโชติขึ้นมาอีกครั้ง ดังนั้นการย้ายทีมจึงเป็นทางเลือกที่เลี่ยงไม่ได้ แต่ผลงานที่เขาได้สร้างไว้ในถิ่นซาน ซิโร่ ยังคงเป็นที่จดจำของแฟนบอล มิลาน ตลอดไป
10. การมาถึงจากของไอ้หนุ่ม อินเตอร์ มิลาน ทีมคู่อริร่วมเมือง
มิดฟิลด์พรสวรรค์สูงของ อินเตอร์ มิลาน ไม่มีโอกาสได้แจ้งเกิดเลย นั่นก็เลยเป็นเหตุผลให้ อันเดรีย ปีร์โล่ จำใจต้องโยกก้นตัวเองไปอยู่กับ มิลาน ด้วค่าตัวแค่ 18 ล้านยูโร (ราว 756 ล้านบาท) เมื่อปี 2001 การทำแบบนี้ดูเหมือนว่า "งูใหญ่" ตัดสินใจผิดพลาดอย่างแรง เพราะเรารู้ว่าดีว่าเขาประสบความสำเร็จอย่างมหาศาลภายใต้สีเสื้อแดง-ดำ ในทางตรงกันข้าม อินเตอร์ ต้องเสียของดีไปชนิดที่ต้องให้นั่งเขกกบาลตัวเองร้อยทีก็ไม่มีวันได้กลับมา
9. ลงเล่น 400 เกม
นับตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ลงเล่นให้ มิลาน แน่นอนว่าเป็นเรื่องยากเหลือเกินที่จะมีผู้เล่นซักคนที่อยู่ค้าแข้งกับทีมๆ เดียวตลอดหลายสิบปี แต่หลังจากที่ ปีร์โล่ อยู่โลดแล่นในถิ่นซาน ซิโร่ มา 10 ปี รวมทั้งสวมชุด "รอสโซเนรี่" มาแล้ว 400 แมตช์ในแมตช์ที่แพ้ ปาแลร์โม่ รอบรองชนะเลิศ เกมโคปปา อิตาเลีย หลังจากที่รับใช้ต้นสังกัดมานานแสนนาน ตอนนี้เขาน่าจะได้รับการกล่าวคำอำลาในฐานะฮีโร่ตัวจริงเสียจริงของทีม
8. คว้าสคูเด็ตโต้ครั้งแรก
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2004 พวกเขาประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ลีกเมืองมะกะโรนี โดยมีแต้มเหนือ "หมาป่าเหลือง-แดง" โรม่า 11 คะแนน พร้อมกับการที่ ปีร์โล่ ลงสนาม 32 แมตช์และซัดไป 6 ประตู แน่นอนเขาประสบความสำเร็จอย่างที่นักเตะชาวอิตาเลียนทุกคนต้องการนั่นก็คือคว้าแชมป์สคูเด็ตโต้ และได้เขียนชื่อตัวเองอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์วงการลูกหนังแดนรองเท้าบู้ทได้สำเร็จ
7. บทบาทใหม่ไฉไลสุดๆ
ปีร์โล่ ทำผลงานได้อย่างโดดเด่ดในตำแหน่งห้องเครื่อง แต่จริงๆ แล้วนี่ไม่ใช่จุดแข็งของเขา เพราะเขาเป็นผู้เล่นหน้าต่ำ โดย คาร์โล อันเชลอตติ จับ ดาวเตะรูปหล่อ มาเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง ซึ่งทำให้เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในตำแหน่งของเขา เป็นนักเตะที่ครบเครื่อง และมีส่วนสำคัญมากกับทีม เขาไม่เคยลงเล่นน้อยกว่า 42 แมตช์ต่อฤดูกาลในช่วงระหว่างปี 2002-2008
6. ฟรีคิกพิฆาต
ปีร์โล่ มีอะไรเหมือนกับ จูนินโญ่ (แปร์นัมบูกาโน่) เขามีเทคนิคขึ้นเทพ และยังเต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพยามเล่นลูกฟรีคิก ยกตัวอย่างความสุดยอดของลูกตั้งเตะของเขาในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ซีซั่น 2005-06 เมื่อเขาตะบันลูกหนังเร็วแรงเหมือนจรวดมิสไซล์พุ่งข้ามกำแพงมนุษย์ ก่อนจะเสียบสามเหลี่ยม ชาลเก้ 04 ชนิดที่นายทวารทำอะไรไม่ได้นอกจากมองบอลเข้าไปซุกก้นตาข่าย
5. ลูกโหม่งปราบ บาเยิร์น มิวนิค
ดาวเตะเลือดมะกะโรนีไม่ใช่หนึ่งในนักเตะที่จะทำประตูได้บ่อยนัก แต่กับลูกโหม่งในเกมกับ บาเยิร์น มิวนิค ยังคงอยู่ในความทรงจำของแฟนบอล "รอสโซเนรี่" อยู่เสมอ จังหวะการเปิดบอลทางริมเส้นของ มัสซิโม่ อ็อดโด้ ข้ามแนวรับ "เสือใต้" จากนั้น ปีร์โล่ ก็โหม่งเข้าไปประตูในเกมที่ทั้ง 2 ทีมเสมอ 2-2 เกม แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดแรก รอบก่อนรองชนะเลิศ และนั่นคือหนึ่งในเกมที่ปูทางให้ "ปีศาจแดง-ดำ" ผงาดความแชมป์ถ้วยใบโตยุโรปปี 2007
4. หลอกยิงไกลเป็นประจำ
ไม่เคยหวั่นไหวที่จะทดสอบผู้รักษาประตูด้วยการยิงไกล ปีร์โล่ เคยจัดการหนึ่งในผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในโลกอย่าง อีเกร์ กาซียาส นายทวาร เรอัล มาดริด ในแมตช์ที่เฉือน "ราชันชุดขาว" 3-2 จังหวะดังกล่าว "เฮียโล่" ลากบอลจากริมเส้นฝั่งซ้ายจากนั้นก็ตัดเข้ากลางก่อนจะตะบันยิงไกลกว่า 30 หลา บอลพุ่งผ่านมือ กาซียาส เสียบเสาอย่างสวยงาม เป็นประตูตีเสมอ 1-1 ในแมตช์ดังกล่าว และจบลงด้วยชัยชนะของ "ปีศาจแดง-ดำ" เกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ซีซั่น 2009-10
3. สุดตะลึงลูกยิงไกล 40 หลาเยือน ปาร์ม่า
เพลย์เมกเกอร์จอมเก่าอาจจะพลาดช่วยต้นสังกัดครึ่งซีซั่นเนื่องจากมีปัญหาบาดเจ็บ แต่เขามีส่วนสำคัญที่ทำให้ มิลานได้ผลการแข่งขันที่ดีในช่วงต้นฤดูกาล เขาทำให้แฟนบอลในสนามต้องตะลึงในเกมกับ ปาร์ม่า โดยตะบันประตูสุดสวยจากระยะ 40 หลา และนี่ไม่ใช่แค่ประตูที่น่าเหลือเชื่อเท่านั้น เพราะมันยังนำมาซึ่งการเก็บชัยชนะในแมตช์เยือนครั้งแรกในเกมเซ เรียอา ซีซั่นที่ผ่านมา และนำพวกเขากลับมาสู่เส้นทางการคว้าแชมป์ลีกเมืองมะกะโรนีในที่สุด
2. มีชื่อลุ้นรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่า
ด้วยฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยม ทำให้ ปีร์โล่ ได้รับการเสนอชื่อเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในโลก เขาอาจจะไม่ได้มีชื่อเป็นผู้ที่คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่า 2007แน่นอนว่าครั้งนั้น ริคาร์โด้ กาก้า จอมทัพเลือดแซมบ้า คว้ารางวัลไปครอง ส่วนเขาได้รับการโหวตอยู่ในอันดับ7 แต่ทุกคนรู้ดีว่า ปีร์โล่ ทำผลงานได้อย่างสุดยอดขนาดนั้นในซีซั่น 2006-07
1. เปิดบอลให้ ฟิลิปโป้ อินซากี้ ยิงประตูแรกเกมพบ ลิเวอร์พูล
สาวก "รอสโซเนรี่" ไม่เคยลืมเหตุการณ์นัดชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก 2007 ได้เลย เพราะเป็นการได้ล้างแค้น ลิเวอร์พูล ที่เคยทำเจ็บแสบเมื่อ 2 ปีก่อนหน้านี้ โดยจังหวะฟรีคิกในครึ่งแรก ปีร์โล่ บรรจงปั่นบอลผ่านกำแพงแข้ง "หงส์แดง" ก่อนไปแฉลบแขนของ ฟิลิปโป้ อินซากี้ เข้าไปตุงตาข่ายช่วยให้ มิลาน นำ 1-0 ก่อนที่จบเกม "รอสโซเนรี่" เฉือน "หงส์แดง" 2-1 คว้าแชมป์ไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่
-ทอมเม้ง-
Share :
Tweet
แบ่งปัน
คอลัมน์อื่น ๆ
เมื่อหงส์จ่ายตลาด
ร่วมเชียร์ทีมชาติไทย
ศุกร์นี้ลุ้นอุรุกวัย,เปรู,เอชเจเค เฮลซิงกิ,ยัง บอยส์ เบิร์น
เปิดซิงในอาร์เจนตินา
Comment
นามปากกา : ทอมเม้ง
จำนวนเรื่อง : 35
All post : 69
All view : 182,324
คอลัมน์ เจาะข่าวฮอต
ร็อกโคราช
การเปิดใจของโค้ชหนุ่มที่สุดในวงการฟุตบอลอังกฤษ
View : 5,752 Post : 1
Subinho
เบนเซม่า : ผมจะพิสูจน์ตัวเองให้ได้
View : 2,488 Post : 1
เอล โตโร่
ลิชท์สไตเนอร์ คำตอบสุดท้ายของม้าลายกับฝันร้ายฟูลแบ็ค
View : 2,467 Post : 2
บ่อน้ำร้อน
ตัวแทนที่เป็นไปได้สำหรับ กาแอล กลิชี่
View : 8,560 Post : 6
เรือดำน้ำ
5 ดาวโรจน์ศึกฟุตบอลยูโร 2011 ยู-21
View : 6,976 Post : 0
© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท
|
ติดต่อเรา
|
ลิขสิทธิ์
|
ร่วมงานกับเรา
|
ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263