คอลัมน์ : มุมสี่สิงห์ โดย.. ทวนเหล็ก
บ้าเห่อในความเป็นไทย
06/07/2011 9:26:56 น.


     ทีมชาติไทยจะทำการรายงานตัวฝึกซ้อมวันแรก 7 ก.ค. นี้ ที่สนามราชมังคลาฯ สังเวียนฝึกซ้อมเตรียมทีมคัดบอลโลกในช่วงแรก ก่อนที่จะยกพลออกต่างจังหวัด ซึ่งคาดว่าน่าจะไปเก็บตัวกันที่บุรีรัมย์เลย เพื่อจะได้ซ้อมกับนิว ไอ-โมบาย สนามแข่งขันจริง


รายชื่อที่ประกาศออกมา 35 ราย วินฟรีด เชฟอร์ กุนซือคนใหม่ยังไม่ได้เห็นกับตาว่าใครเป็นอย่างไร แต่คณะกรรมการบริหารทีมชาติก็คัดกลั่นกรองมาอย่างดีจากฟอร์มในไทยลีก รายชื่อทั้งหมดย้ำกันอีกครั้ง

ประตู 4 คน กวิน ธรรมสัจจานันท์ (เมืองทอง ยูไนเต็ด), สินทวีชัย หทัยรัตนกุล (ชลบุรี เอฟซี), ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (บุรีรัมย์ พีอีเอ), แซมมวล ป.คันนิงแฮม (บีอีซี เทโรศาสน)
 

กองหลัง 10 คน ได้แก่ สุรีย์ สุขะ (ชลบุรี เอฟซี), ณัฐพงษ์ สมณะ (ชลบุรี เอฟซี), ชลทิตย์ จันทคาม (ชลบุรี เอฟซี), สุทธินันท์ พุกหอม (ชลบุรี เอฟซี), ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ (เมืองทองฯ ยูไนเต็ด), ภานุพงศ์ วงศ์ษา (เมืองทองฯ ยูไนเต็ด), ธีราทร บุญมาทัน (บุรีรัมย์ พีอีเอ), สุจริต จันทกล (ศรีราชา เอฟซี), ปรัชญ์ สมัคราษฎร์ (บีอีซี เทโรศาสน), อนุชา กิจพงษ์ศรี (ชลบุรี เอฟซี)

กองกลาง 13 คน ได้แก่ ดัสกร ทองเหลา (เมืองทองฯ ยูไนเต็ด), สุเชาว์ นุชนุ่ม (บุรีรัมย์ พีอีเอ), รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค (บุรีรัมย์ พีอีเอ), พิชิตพงษ์ เฉยฉิว (เมืองทองฯ ยูไนเต็ด), ภูริทัต จาริกานนท์ (ชลบุรี เอฟซี), จักรพันธ์ พรใส (เมืองทองฯ ยูไนเต็ด), ชาคริต บัวทอง (อินทรีเพื่อนตำรวจ), เอกพันธ์ อินทเสน (ชลบุรี เอฟซี), สุรัตน์ สุขะ (เมลเบิร์น วิคตอรี่), อดุลย์ หละโสะ (ชลบุรี เอฟซี), จักรพันธ์ แก้วพรม (บุรีรัมย์ พีอีเอ), วันชนะ รัตนะ (อาร์มี่ ยูไนเต็ด), อภิภู สุนทรพนาเวศ (โอสถสภา)

กองหน้า 8 คน ได้แก่ ศรายุทธ ชัยคำดี (บางกอกกล๊าส เอฟซี ), ธีรศิลป์ แดงดา (เมืองทองฯ ยูไนเต็ด), กีรติ เขียวสมบัติ (บุรีรัมย์ พีอีเอ), รณชัย รังสิโย (บีอีซี เทโรศาสน), สมปอง สอเหลบ (บุรีรัมย์ เอฟซี), วสันต์ นาทะสัน (เชียงราย ยูไนเต็ด), ธาตรี สีหา (อาร์มี่ ยูไนเต็ด) และ อานนท์ สังสระน้อย (เมืองทองฯ ยูไนเต็ด)

เส้นทางคัดเลือกฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิลของโซนเอเชีย ทีมเกรดกลางๆ อย่างทีมชาติไทย ได้ยืนรอในรอบสอง ส่วนทีมเกรดต่ำกว่าต้องเหนื่อยเตะรอบแรก ซึ่งในรอบสองจะแข่งแบบเหย้า-เยือน  2 นัดวัดผล ทีมชนะจะเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มทันที

โดยรอบนี้ผลประกบคู่ออกมาแล้วทีมชาติไทยเตะกับปาเลสไตน์, เลบานอน พบ บังกลาเทศ, จีน พบ ลาว, เติร์กเมนิสถาน พบ อินโดนีเซีย, คูเวต พบ ฟิลิปปินส์, โอมาน พบ พม่า, ซาอุดีอาระเบีย พบ ฮ่องกง, อิหร่าน พบ มัลดีฟส์, ซีเรีย พบ ทาจิกิสถาน, กาตาร์ พบ เวียดนาม, อิรัก พบ เยเมน, สิงคโปร์ พบ มาเลเซีย, อุซเบกิสถาน พบ คีร์กีซสถาน, ยูเออี พบ อินเดีย และจอร์แดน พบ เนปาล

ผู้ชนะในรอบนี้จำนวน 15 ทีม จะผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มทันที โดยจะมียอดทีมของเอเชีย คือ ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย, เกาหลีใต้, เกาหลีเหนือ  และบาห์เรน ที่ยืนรอในรอบนี้ รวมแล้ว 20 ทีม ทำการจับสลากแยกเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม เตะแบบพบกันหมดในกลุ่ม กำหนดวันออกมาแล้ววันที่ 2 และ 6 ก.ย. 2011, วันที่ 11 ต.ค. 2011, วันที่ 11 และ 15 พ.ย. 2011 กับ  29 ก.พ. 2012

ส่วนรอบ 10 ทีมสุดท้ายจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 5 ทีม คัดที่ 1-2 ของแต่ละกลุ่มเข้ารอบสุดท้าย ส่วนอันดับ 3 มาเพลย์ออฟทีมชนะก็จะต้องไปเพลย์ออฟกับโซนคอนคาเคฟอีกที กำหนดวันเตะรอบ 10 ทีมดังนี้ วันที่ 3, 8, 12 มิ.ย. 2012, วันที่ 11 ก.ย. 2012, วันที่ 16 ต.ค. 2012, วันที่ 14 พ.ย. 2012, วันที่ 26 มี.ค. 2013, วันที่ 4, 11, 18 มิ.ย. 2013

ทีมชาติไทยในอดีตเคยเข้าถึงรอบ 10 ทีมสุดท้ายมาแล้วหนหนึ่งสมัยที่ ปีเตอร์ วิธ คุมทีม แต่จากนั้นก็ร่วงไม่เป็นท่ามาตลอด 


 
ฟุตบอลโลกนับเป็นความหวังสูงสุดของคนไทยทั้งประเทศ แม้ว่าจะห่างไกลเหลือเกินกับการเข้ารอบสุดท้าย แต่คนไทยก็หวังกับการเข้ามาของกุนซือเยอรมันอย่าง วินฟรีด เชเฟอร์ จึงเป็นความหวังไปด้วย เพราะเคยทำแคเมอรูนเข้ารอบสุดท้ายมาแล้ว

"วินนี่" ยังไม่เริ่มต้นการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม แต่สิ่งที่เขาเอามาใส่หัวบรรดานักเตะก่อนก็คือเรื่องของ "ความรักชาติ" ด้วยความเป็นสายเลือดเยอรมันที่รู้กันดีว่า เลือดรักชาติเข้มข้นยิ่งนัก มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่เดินตามรอยเท้าใคร เราจะเห็นว่าฟุตบอลของทีมอินทรีเหล็กไม่ว่ายุคไหนจะเป็นฟุตบอลที่ไม่ยอมแพ้ใครง่ายๆ พวกเขาจะสู้จนวินาทีสุดท้าย


 
วินฟรีดก็ต้องการเห็นเช่นนั้น นั่นคือความมีเลือดนักสู้ในตัวเอง โดยอยากจะให้ทุกคนมีความกระหายในการขึ้นมารับใช้ทีมชาติก่อน ถ้าทุกคนกระหาย มีความทะเยอทะยานก็จะมีความมุ่งมั่นอยากจะสวมเสื้อทีมชาติไทยตามไปด้วย ซึ่งมันจะเป็นพื้นฐานให้เกิดความฮึกเหิมยามลงไปต่อสู้ในสนาม ไม่ว่าจะเจอกับใครก็ตาม


 
เราต้อง "บ้าเห่อ" ในความเป็นไทยก่อน ต้องรู้สึกภูมิใจยามได้ติดธงไตรรงค์ที่หน้าอก เสื้อทีมชาติจะต้องเป็นสิ่งที่นักเตะปรารถนาสูงสุดที่จะคว้ามาสวมใส่ และลงไปต่อสู้อย่างทระนงองอาจ ไม่ใช่เกิดเป็นคนไทย แต่ไป "บ้าเห่อ" ทีมชาติอะไรก็ไม่รู้ 


    
                                                                ทวนเหล็ก

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment


นามปากกา : ทวนเหล็ก

จำนวนเรื่อง : 18
All post : 67
All view : 86,517
คอลัมน์ มุมสี่สิงห์
ไหวไหมแข้งสาวไทย?
งาช้างดำ
ไหวไหมแข้งสาวไทย?

View : 3,492 Post : 7
สุดท้ายก็...โค้ชง้วน
ทวนเหล็ก
สุดท้ายก็...โค้ชง้วน

View : 7,414 Post : 1
งานใหม่วินนี่
งาช้างดำ
งานใหม่วินนี่

View : 3,741 Post : 2
สภากรรมการ
ทวนเหล็ก
สภากรรมการ

View : 2,972 Post : 3
สิ่งที่อยาก ข
งาช้างดำ
สิ่งที่อยาก ข

View : 2,844 Post : 0

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263