คอลัมน์ : แจ๊คกี้เขียนถึงลูกหนังไทย โดย.. Jackie
ประสบการณ์ใหม่บอลไทย
11/03/2011 8:11:53 น.


     เกือบกระเด็นตกรอบซะแล้วสำหรับทีมบอลปรีโอลิมปิก หลังจากแพ้ในเวลาปกติ 90 นาทีทำให้ผลรวมสองนัด 1-1 ต้องสู้กันจนถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ 30 นาทีก่อนดวลโทษตัดสินหาทีมเข้ารอบสอง


ผลปรากฏว่า "เจ้าตอง" กวิน ธรรมสัจจานันท์ มือหนึ่งทีมชาติไทยที่อายุยังไม่เกิน 23 ซึ่งรับหน้าที่เฝ้าเสาทีมปรีโอลิมปิกชุดนี้โชว์ฟอร์มเทพเหมือนเคย ด้วยการป้องกันลูกโทษได้ 2 ลูกช่วงดวลตัวต่อตัวหลังจาก 5 คนแรกเข้าเหมือนกันหมด


 
ผมนั่งอ่านรายงานจากคุณ วัชเรนทร์ ผาสุข ผู้สื่อข่าวฟุตบอลสยามซึ่งติดตามทีมชุดนี้ไปทำข่าว เรื่องรูปเกมคงไม่ไปวิพากษ์วิจารณ์อะไรมากมายเพราะไม่ได้ดู รู้แค่ว่าเหลือ 10 คนเมื่อ ธีราธร บุญมาทัน โดนเหลืองที่สองเป็นใบแดง ส่งผลให้ทีมไทยเหลือ 10 คนต้องต้านเจ้าบ้านแบบสุดฤทธิ์ ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่ทราบคือประตูของปาเลสไตน์ได้จากเกมโต้กลับเท่านั้นเอง


 
นี่แหละครับบอลสองนัดสำคัญที่สุดคือเกมในบ้าน...หากทำในบ้านไว้ดีแล้ว เวลาไปเยือนความมั่นใจจะมาเอง เหมือนกรณีทีมชุดปรีโอลิมปิกที่เล่นนัดแรกในสนามศุภชลาศัยชนะแค่ 1-0 จากเกมที่เหนือกว่าและโอกาสเข้ายิงประตูมีมากกว่าแต่เรียกประตูที่สองไม่ได้ ทำให้พอไปเยือนเจ้าบ้านเขามีความหวัง


 
จะว่าไปแล้วดูจากเกมนัดแรกทีมปาเลสไตน์ก็ยังมีมาตรฐานเป็นรองทีมไทย ซึ่งเมื่อก่อนเวลาพบกันทีมไทยมักกินนิ่มชนะขาด คราวนี้พอผลงานมันออกมาแบบนี้ย่อมมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายว่ามาตรฐานของเราตกลงไป ชนะได้แค่ 1-0 แถมนัดสองต้องลุ้นจุดโทษอีก มันแย่ขนาดนั้นเชียวหรือ?


 
ส่วนตัวของผมดูการเล่นเกมแรกที่สนามศุภชลาศัย คิดว่ามันไม่แย่ขนาดชนะแค่ 1-0 มันไม่ใช่มาตรฐานหรือวิธีการเล่นแต่มันเป็นเรื่องการจบสกอร์หรือ finishing ตามหลักการฟุตบอล คือเกมเหนือกว่า คอนโทรลเกม เปิดการโจมตีตามแบบฉบับฟุตบอล แต่มันไม่ได้ประตูที่สองเพิ่มเพราะความไม่เด็ดขาดเอง ดังนั้นนัดสองก็เดือดร้อนและเกือบเดือดร้อนหนักเมื่อเล่น 10 คนและต้องไปลุ้นจุดโทษ 


 
อย่างไรก็ตามเมื่อไม่ได้ชมเกมในนัดสองจึงไม่ขอออกปากวิจารณ์ว่าแพ้ 0-1 และต้องต่อเวลาพิเศษยิงจุดโทษนั้นมันยังไงกันแน่ แต่ที่สำคัญการเข้ารอบสองเป็นสิ่งที่ต้องติดตามด้วยความกังวลใจในปัญหาใหญ่เวลานี้ที่อยากตั้งข้อสังเกตมีเรื่องเดียวเกี่ยวกับการเตรียมทีม


 
ปกติ "โค้ชหรั่ง" ชาญวิทย์ ผลชีวิน เป็นโค้ชที่มักใช้เวลาในการเตรียมทีมพอสมควร นักเตะต้องมารวมตัวกันในช่วงเวลาพอเหมาะ เพื่อเรียนรู้วิธีการเล่นแบบเดียวกัน เข้าใจในสิ่งที่โค้ชพยายามสอน แต่มาวันนี้การเตรียมทีมกลายเป็นประสบการณ์ใหม่ของทีมบอลชาติไทย เพราะเวลาเตรียมทีมมีจำกัด...


 
ถามว่ามันผิดวิธีหรือไม่คงต้องบอกว่าไม่หรอกครับ มาตรฐานสากลเขาก็เป็นแบบนี้อย่างที่ผมเขียนไปก่อนหน้านี้แล้วว่า ต่อไปทีมชาติไทยต้องเรียนรู้เพื่อรับมือกับการเตรียมตัวในแบบฉบับสากลคือไม่มีเวลามารวมตัวกันมาก ด้วยเพราะสโมสรเขาเตรียมนักเตะให้แล้ว


 
คราวนี้ก็ขึ้นกับสองปัจจัยคือหนึ่งเลือกนักเตะหัวกะทิแบบแท้จริงหรือไม่...และสองคือนักเตะที่เลือกมาเล่นเข้าระบบที่โค้ชต้องการหรือเปล่า


 
เมื่อระบบลีกเริ่มพัฒนาเข้าสู่อาชีพนักเตะต้องเล่นให้สโมสรเป็นหลัก เล่นทุกสัปดาห์ เพื่อสร้างผลงานให้ต่อเนื่องคงเส้นคงวา รวมทั้งรักษาสภาพร่างกายให้พร้อมเพื่อทำงานหนัก 8-9 เดือน กรณีของทีมชาตินั้นจะมีโอกาสได้เล่นปีละ 7-8 นัด (ชุดใหญ่)


 
กรณีปรีโอลิมปิกมันเป็นอะไรที่แตกต่างเพราะนักเตะอายุไม่เกิน 23 ปี ส่วนใหญ่มาจากทีมเยาวชนบ้าง หรือทีมชุดใหญ่ของสโมสรที่มีอายุประมาณ 20-22 ปี หลายคนได้เล่นตัวจริงหลายคนเป็นตัวสำรอง บางทีเราสามารถเรียกนักเตะเหล่านี้มาซ้อมได้นานกว่าปกติเหมือนที่โค้ชหรั่งพยายามแก้ปัญหา


 
ด้วยเพราะหลายคนเป็นตัวหลักต้องรับใช้สโมสร ครั้นจะปล่อยมาเก็บตัวให้ทีมชาติแบบนานๆ หนึ่งหรือสองเดือนเหมือนเมื่อก่อนคงไม่ได้ นักเตะต้องเล่นให้สโมสรไป พอถึงเวลาทีมชาติต้องการก็มารวมตัวกันอย่างมากรอบคัดเลือกใช้เวลา 5-6 วันเท่านั้นเอง

ตอนนี้อยู่ที่ กลยุทธ์ของโค้ชและตัวนักเตะเองทำได้ดีขนาดไหนเมื่อเล่นเวทีใหญ่กว่าสโมสร เท่าที่ดูทีมไทยชุดชนะปาเลสไตน์ในบ้าน 1-0 เห็นปัญหาใหญ่คือการประสานงานที่ไม่ลงตัว...เห็นภาวะของการเท้าบอด มีโอกาสยิงแต่ไม่ได้ 


 
อันหลังนี้น่ากลัวนะครับเพราะมันคือหัวใจสำคัญในทีมชาติ ทั้งเกมคุณอาจมีโอกาสแค่ครั้งเดียวคุณต้องยิงให้ได้ เพราะทีมชาติคือเวทีสำหรับการเล่นด้วยความผิดพลาดน้อยและได้ประสิทธิภาพสูงสุด จากนักเตะหัวกะทิในลีกอาชีพที่เราเลือกมา


 
ดังนั้นบอกได้เลยว่าเหล่านี้คือประสบการณ์ใหม่ของบอลไทย ทีมชาติไม่ต้องมาเข้าค่ายเก็บตัวนอนโรงแรมด้วยกันนานๆเหมือนเมื่อก่อน ถึงจังหวะเวลามีโปรแกรมคัดเลือก ได้ตัวหัวกะทิจากสโมสรมาแล้ว ก็มาซ้อมร่วมกันในเวลาสั้นๆ แต่ต้องเล่นให้ได้ตามกลยุทธ์ที่โค้ชต้องการ 


 
ผมมองว่ามันคือประสบการณ์ใหม่ที่ทีมชาติไทยต้องปรับตัว เพราะอย่าลืมว่าเราไม่คุ้นกับเรื่องแบบมืออาชีพ ที่ทำกันแบบนี้ อีกทั้งนักเตะเด่นๆ แต่ละสโมสรก็เล่นบอลไม่เหมือนกันอีก ต่างคนต่างทีมมาคนละแบบ จะให้เล่นด้วยความเข้าใจในเวลาอันสั้นคงเป็นเรื่องไม่ง่ายเลย


 
เพิ่งสร้างลีกอาชีพให้แข็งแกร่งเพื่อทีมชาติได้ประโยชน์แค่ 2 ปีเองครับ จะคาดหวังว่ามันจะเก็บเกี่ยวดอกผลได้อย่างไร ในขณะที่เราเพิ่งหว่านเมล็ดลงไปได้ไม่นาน ตรงนี้คือสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจกันให้มากที่สุด 


 
                                                              Jackie

คอลัมน์อื่น ๆ
Comment

อดิสรณ์ พึ่งยา
นามปากกา : Jackie

จำนวนเรื่อง : 190
All post : 4,006
All view : 2,705,881
คอลัมน์ แจ๊คกี้เขียนถึงลูกหนังไทย

© Copyright 2010 www.siamsport.co.th
All rights reserved.Siam Sport Syndicate Public Co.,Ltd.
เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา | ลิขสิทธิ์ | ร่วมงานกับเรา | ลงโฆษณา
ติดต่อโฆษณา 02-508-8263